โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง'ถวิล พึ่งมา' อดีตอธิการบดี สจล. พร้อมพวก 4 คน

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง ถวิล พึ่งมา อดีต อธก.สจล. ทุจริต กับพวก อีก 4 คน ทนายสงกานต์ยันคดีมีพิรุธตั้งแต่ต้น ส่วนคดีที่ศาลอาญาตดีทุจริต ฯ ของนายถวิลจบแล้ว อัยการไม่อุทธรณ์

วันที่ 17 สิงหาคม 2565 เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีทุจริตเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) รวม 3 สำนวน คดีหมายเลขดำ อ.1992/2558 , อ.6499/2558, อ.4592/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 11 (อัยการจังหวัดมีนบุรี) สจล. และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ฯ ผู้เสียหาย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 47 ปี อดีตผจก.ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ จำเลยที่ 1, น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 63 ปี อดีตผอ.ส่วนการคลัง สจล. ที่ 2 , นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 34 ปี ที่ 3, น.ส. จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ อายุ 34 ปี ที่ 4 , นายสมบัติ โสประดิษฐ์ อายุ 51 ปี ที่ 5 , นางระดม มัทธุจัด อายุ 62 ปี ที่ 6 , นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 39 ปี ที่ 7, นายภาดา บัวขาว อายุ 35 ปี ที่ 8 , นายถวิล พึ่งมา อายุ 67 ปี อดีตอธก.สจล.ที่ 9 , นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อายุ 58 ปี อดีตผช.อธก.สจล. ที่ 10 , นายสลุต ราชบุรี อายุ 61 ปี ที่ 11 , นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ที่ 12 , นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ ที่ 13 และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ ที่ 14ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1- 14 ตามลำดับ ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ , ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม , ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ร่วมกันฟอกเงิน , สนับสนุนพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต , สนับสนุนพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 264, 265, 266, 268, 335,พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3,4,8,11 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3, 5, 7, 10 , 60

กรณีสืบเนื่องเมื่อระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.- 12 พ.ย.55 ต่อเนื่องปี 2557 พวกจำเลยได้ร่วมกันยักยอกทรัพย์เบียดบังทรัพย์ 689 ล้านบาทเศษ ของ สจล.ไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และยังร่วมกันฟอกเงินจำนวน303 ล้านบาทเศษด้วย

จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยนายถวิล และกลุ่ม อาจารย์ สจล. รวม 3 คน ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี

คดีนี้ศาลจังหวัดมีนบุรี(ขณะนั้น)มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61ให้จำคุก นายทรงกลด จำเลยที่ 1 รวม 193 ปี 8 เดือนลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุก 145 ปี 3 เดือน เมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกนายทรงกลดทั้งสิ้น 50 ปี ตามกฎหมาย ให้ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน แก่ธนาคารไทยพาณิชย์ ฯโจทก์ร่วมที่ 2 อีก 636,795,884.80 บาท

ส่วน “น.ส.อำพร” อดีต ผอ.ส่วนการคลัง สจล. จำเลยที่ 2 จำคุกรวม 203 ปี ลดโทษ 1 ใน 4 คงจำคุก 152 ปี 3 เดือนเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืน สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ตามแคชเชียร์เช็ค 2 ฉบับ รวม 80 ล้านบาท และคืนเงิน แก่ธนาคารไทยพาณิชย์ ฯโจทก์ร่วมที่ 2 อีก 608,675,884.80 บาท

นายพูนศักดิ์ จำเลยที่ 3 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี

น.ส.จันทร์จิรา จำเลยที่ 4 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกไว้ 4 ปี 6 เดือน

นางระดม มัทธุจัด จำเลยที่ 6 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 18 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 13 ปี 6 เดือน

นายจริวัฒน์ จำเลยที่ 7 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 12 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกไว้ 9 ปี

นายสรรพสิทธิ์ อดีตผช.อธก. สจล.จำเลยที่ 10 ให้จำคุก 33 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุก 24 ปี 9 เดือน โดยให้ร่วมจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วมที่ 2 อีก 55,972,785.80 บาท

นายสลุต จำเลยที่ 11 ให้จำคุก12 ปีฐานร่วมกันฟอกเงิน ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 9 ปี

ายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด กก.บริษัทมัทธุจัด จก.จำเลยที่ 12 ที่รับโอนเงินจากการฉ้อฉลเข้าบัญชี ให้จำคุก36 ปีฐานร่วมกันฟอกเงิน ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 27 ปี โดยโทษกระทงหนักสุดที่จำคุกสูงสุดนั้นเกินกว่า 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปีดังนั้นเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกทั้งสิ้น 20 ปีตามกฎหมาย

นายสมพงษ์ จำลยที่ 13 ให้จำคุก 6 ปีฐานร่วมกันฟอกเงิน ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 6 เดือน

และนายธวัชชัย จำเลยที่ 14 ให้จำคุกฐานร่วมกันฟอกเงิน 6 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกไว้4 ปี 6 เดือน

โดยให้พิพากษายกฟ้องนายสมบัติ จำเลยที่ 5 , นายภาดา จำลยที่ 8 และนายถวิล พึ่งมา อดีตอธก.สจล.จำเลยที่ 9

โจทก์จำเลย ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ จำเลยบางคนฟังขึ้นบางส่วน พิพากษา แก้ให้ยกฟ้องนายจริวัฒน์จำเลยที่ 7 นายสรรพสิทธิ์ ที่ 10 นายสมพงษ์ที่ 13 และนายธวัชชัย จำเลยที่ 14 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ภายหลังนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความของนายถวิล เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์ พิพากษาตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องนายถวิล นางสมบัติ และนายภาดา และให้ยกฟ้องจำเลยเพิ่มอีก 4 คน คือ นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี สจล.นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ ส่วนจำเลยที่เหลือให้จำคุกตามศาลชั้นต้น

นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า คดีนี้มีข้อพิรุธตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากเงินของสจล.ถูกยักยอกไปก่อนที่นายถวิลจะมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี แต่กลับโยนความผิดให้กับนายถวิล โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ยักยอกคนเดียวทั้งหมด อีกทั้งการมอบอำนาจให้นักการภารโรงทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายเงินจำนวน 150 ล้านบาท ของสจล.ก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ตำรวจสอบสวนกลาง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามารับผิดชอบในการสอบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติม เนื่องจากเชื่อว่ายังมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอีกหลายคน

ส่วนคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ยกฟ้องนายถวิล กรณีทุจริตเบิกเงิน สจล. กว่า 700 ล้านบาท ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้วเนื่องจากอัยการไม่อุทธรณ์ ทั้งนี้ การเรียกร้องความเป็นธรรมให้นายถวิลอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนคดีและคำเบิกความคดีนี้

ด้านนายภาดา เปิดเผยว่า มอบหมายให้ทนายความรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อฟ้องเอาผิดกลับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในการกล่าวหา เพราะที่ผ่านมาชีวิตและการทำงานได้รับผลกระทบจากการกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตนี้ ซึ่งวันนี้ผ่านมา 4 ปี 8 เดือน ถือว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์และได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมแล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...