KTC บวก 2% รับอานิสงส์น้ำมันแพง หนุนยอดรูดบัตรเดือน มี.ค.พุ่ง
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 03.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(8เม.ย.69) ราคาหุ้นบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ณ เวลา 10:06 น. อยู่ที่ระดับ 31.00 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 2.48% ราคาต่ำสุด 31.50 บาท ราคาสูงสุด 31.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 256.98 ล้านบาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (KS) ระบุว่า KS ได้จัดงาน KS C-Series โดยมีคุณรจนา อุษยาพร ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC และคุณอภิศมา ณ สงขลา ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายบริหารเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ของ KTC ได้ให้ข้อมูลอัพเดทเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการดำเนินงานปัจจุบัน และแนวโน้มธุรกิจแก่นักลงทุนสถาบัน จำนวน 26 ราย
ทั้งนี้ ทาง KTC ได้ให้ข้อมูลอัพเดทว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 ยังอยู่ในระดับทรงตัวจากฐานสูงในปีก่อน แต่การเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือน มี.ค. 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความต้องการล่วงหน้าที่เร่งตัวจากการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ผู้บริหาร KTC ยังคงเป้าการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 5% ในปี 2569 ขณะที่ทาง KS เชื่อว่าราคาน้ำมันและราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นจะยังคงสนับสนุนการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในระยะสั้น
ผู้บริหาร KTC ยังคาดว่าผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน จะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากลูกค้าของ KTC เกือบทั้งหมดเป็นพนักงานที่มีรายได้ประจำและมีหลักฐานรายได้ โดย KTC ไม่ได้เน้นกลุ่มแรงงานรายวัน หรือฟรีแลนซ์ ทางฝ่ายวิจัยฯ KS พบว่า ในอดีตผู้บริหาร KTC ย้ำว่า ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพที่สูงขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ทาง KS มั่นใจว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ปี 2569 ของ KTC จะยังคงควบคุมได้ที่ระดับ 5.4% เทียบกับ 5.3% ในปี 2568 และบริษัทฯ มีสำรองที่แข็งแกร่งจากอัตราสำรองต่อหนี้สูญ (coverage ratio) ที่สูงกว่า 400%
อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องที่แข็งแกร่งช่วยรองรับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ผู้บริหาร KTC ยังคงคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลง 0.15% ในปี 2569 แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากแผนการออกหุ้นกู้ใหม่จะมีต้นทุนต่ำกว่าหุ้นกู้จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท ที่จะครบกำหนดภายในปี 2569 นี้ ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ยที่ 3.4% ผู้บริหาร KTC อธิบายว่า แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะสูงขึ้นในระยะสั้น แต่ KTC มีสภาพคล่องเพียงพอ และสามารถเลือกจังหวะการออกหุ้นกู้ในช่วงที่ต้นทุนต่ำกว่า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้บริหาร KTC ยังคงแผนบริหารเงินทุนเชิงรุก และการเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) จะสามารถดำเนินต่อได้อย่างยั่งยืน จากสภาพคล่องที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อแบบค่อยเป็นค่อยไป ทาง KS มั่นใจว่า KTC จะสามารถรักษา DPS อย่างน้อยที่ระดับ 1.77 บาทต่อปี ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า คาดว่าอัตราตอบแทนเงินปันผลจะอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่ 6.2% สำหรับปี 2569 และ 6.7% สำหรับปี 2570
ด้านมุมมอง KS ยังคงแนะนำ “ซื้อ” KTC ราคาเป้าหมาย 41.00 บาท เชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น 12% นับตั้งแต่เริ่มต้นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เป็นโอกาสที่ดีในการซื้อหุ้น เนื่องจาก KTC ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากสงครามค่อนข้างจำกัด และ KS มั่นใจว่า KTC กำไรปี 2569 จะเติบโตได้ดีถึง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)