โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เจาะโปรไฟล์ระดับโลก ดร.สันติธาร เสถียรไทย กลางข่าวสะพัด เอกนิติดึงนั่งผู้ช่วยคลัง

แนวหน้า

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทย ทั้งวิกฤตพลังงานที่ดันค่าครองชีพพุ่งสูง และโจทย์ใหญ่เรื่องการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้เท่าทันโลกดิจิทัล การขยับหมากครั้งสำคัญของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการทาบทาม ดร.สันติธาร เสถียรไทย หรือ "ดร.ต้นสน" เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง จึงไม่ใช่เพียงการแต่งตั้งทางการเมืองทั่วไป แต่คือปรากฏการณ์ วางคนให้เหมาะกับงาน ที่ถูกที่ถูกเวลาที่สุดครั้งหนึ่งการเมืองไทย

การตัดสินใจครั้งนี้ต้องให้เครดิตและความชื่นชมต่อวิสัยทัศน์ของ ดร.เอกนิติ ที่กล้าก้าวข้ามกรอบ "โควตาการเมือง" แบบเดิมๆ แล้วเลือกดึง "มืออาชีพ" ระดับสากลเข้ามาเสริมทัพ สะท้อนให้เห็นว่าในยามวิกฤตบ้านเมือง ผู้นำที่เก่งคือผู้นำที่รู้จักแสวงหาและรวบรวมคนเก่งมาทำงานเพื่อส่วนรวม โดยมองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด

สำหรับชื่อของ ดร.สันติธาร เสถียรไทย นั้น ถือเป็น "เพชรยอดมงกุฎ" ของนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีรากฐานครอบครัวที่บ่มเพาะมาเพื่อการรับใช้สังคมโดยแท้ เขาเป็นบุตรชายของ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และ ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดัง สายเลือดของนักคิดและนักปฏิบัติที่ไหลเวียนอยู่ในตัว ทำให้ ดร.สันติธาร มีมุมมองที่เฉียบคมทั้งในเชิงนโยบายสาธารณะและการบริหารจัดการระดับโลก

ดร.สันติธาร เสถียรไทย หรือที่คนในวงการเรียกว่า "ดร.ต้นสน" คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างนักวิชาการระดับโลกและนักบริหารภาคเอกชนชั้นนำ

จบการศึกษาทั้งปริญญาโท–เอก จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยจบปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ

จบปริญญาเอกด้านนโยบายเศรษฐกิจจาก ด้วยทุนการศึกษาของ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พร้อมรางวัลวิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยม และปริญญาตรี-โท ด้านเศรษฐศาสตร์จาก LSE (London School of Economics)

ไม่เพียงแต่เส้นทางการศึกษาที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น ประสบการณ์การทำงาน กับองค์กรภาคธุรกิจระดับนานาชาติ ก็ผ่านงานสำคัญมามากมาย

เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอย่าง Group Chief Economist ของ Sea Group( บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเจ้าของ Shopee) ได้รับคัดเลือกจากAsia society ให้เป็นหนึ่งใน 21 ผู้นำรุ่นใหม่แห่งเอเชีย รวมถึงเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของ World Economic Forum ประสบการณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนอาวุธหนักที่เขาจะนำมาช่วย ดร.เอกนิติ ในการแก้โจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างดี

และยังเคยทํางานภาคการเงินระหว่าางประเทศที่ธนาคารเครดิตสวิส (Credit Suisse) ประจําสิงคโปร์ ตําแหน่งสุดท้ายก่อนออกจากอุตสาหกรรมการเงิน คือ Head of Emerging Asia Economics Research นักเศรษฐศาสตร์ผู้เดียวในเอเชีย ที่ชนะรางวัลพยากรณ์เศรษฐกิจยอดเยี่ยมระดับโลกของ Consensus Economics ติดกันสามปีซ้อน

หากใครได้ติดตามงานเขียนของเขา โดยเฉพาะเล่มที่ทรงอิทธิพลอย่าง "The Great Remake: เมื่อโลกไล่ล่าเรา" หรือ "Twists and Turns" จะเห็นได้ชัดว่า ดร.สันติธาร ไม่ได้มองเศรษฐกิจเป็นเพียงตัวเลข แต่เขามองเห็น "โอกาส" ในวิกฤตเสมอ เขาเคยย้ำเตือนผ่านปลายปากกาว่าไทยต้องเร่งสร้าง "ภูมิคุ้มกันดิจิทัล" และปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก การก้าวจากหน้ากระดาษสู่การลงมือทำจริงในกระทรวงการคลังครั้งนี้ จึงเป็นการนำทฤษฎีมาสร้างผลลัพธ์เพื่อ "Remake" เศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

การเชื่อมโยงระหว่าง ดร.เอกนิติ และ ดร.สันติธาร ยังมีความน่าสนใจในฐานะ "ศิษย์เก่าสายตรงจากคลัง" (สศค.) ทั้งคู่เป็นนักเศรษฐศาสตร์สายเทคโนแครตที่พูดภาษาเดียวกัน เน้นการตัดสินใจบนฐานข้อมูล ความเข้าขาและเคมีที่ลงตัวนี้จะช่วยลดรอยต่อระหว่างนโยบายการเงินและการคลัง โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่ง ดร.สันติธาร เพิ่งลาออกมาจากตำแหน่งกรรมการ กนง. เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

บทสรุปของความร่วมมือครั้งนี้ คือสัญญาณบวก และแสงแห่งความหวัง การรวมตัวของความเก๋าในระบบราชการของ ดร.เอกนิติ และวิสัยทัศน์โลกใหม่ของ ดร.สันติธาร คือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ประเทศไทย ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนปรวนแปร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...