โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เรื่องเล่าและทิวทัศน์อันน่าทึ่งของสึการุแห่งอาโอโมริ

conomi

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • conomi.co

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน แผ่นดินสึการุ ในจังหวัดอาโอโมริค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากขาวโพลนของหิมะเป็นเฉดชมพูอ่อนและเขียวสดของดอกตูมและต้นอ่อน หมู่บ้านซาโตยามะที่โอบล้อมด้วยภูเขาเริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทุ่งนาเตรียมรับการเพาะปลูกสะท้อนแสงราวกระจกบานใหญ่ และบนผืนน้ำใสนั้น ปรากฏเงาของภูเขาอิวากิที่ยังคงสวมหมวกหิมะขาวสะอาดอย่างสง่างาม

ภาพภูเขาอิวากิสะท้อนกลับหัวบนผิวน้ำงดงามจนได้รับสมญานามว่า “สึการุฟูจิ” เพราะรูปลักษณ์คล้ายภูเขาฟูจิของญี่ปุ่น และเมื่อเงานั้นทอดตัวอยู่เหนือผืนน้ำของทะเลสาบ ก็ยิ่งเพิ่มความมหัศจรรย์จนสถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่า “ทะเลสาบชมวิวสึการุฟูจิ” ความงดงามดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงภาพธรรมชาติ หากยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ วิศวกรรมโยธา ความเชื่อ และตำนานที่สืบทอดจากยุคศักดินาจนถึงปัจจุบัน

บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักภูมิทัศน์อันงดงามของสึการุ ผ่านเรื่องราวของ ภูเขาอิวากิ ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ และสะพานไม้ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนทั้งภูมิปัญญาอดีตและจิตวิญญาณแห่งความยืนยาว

1. อ่างเก็บน้ำมาวาริเซกิ: มรดกแห่งภูมิปัญญาและสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต

อ่างเก็บน้ำมาวาริเซกิ

เบื้องหลังทิวทัศน์ที่เงียบสงบ คือประวัติศาสตร์อันยาวนานของการจัดการน้ำในแคว้นสึการุ อ่างเก็บน้ำมาวาริเซกิถูกกล่าวว่าสร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1660 โดยสึการุ โนบุมาสะ เจ้าแคว้นฮิโรซากิองค์ที่สี่ ในฐานะโครงการของแคว้นเพื่อพัฒนาการเกษตร

ต่อมามีการบูรณะและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนแล้วเสร็จในรูปแบบขนาดใหญ่ในปี ค.ศ. 1960 ด้วยความยาวถึง 4,178 เมตร กลายเป็นหนึ่งในอ่างเก็บน้ำที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ระบบชลประทานจากที่นี่หล่อเลี้ยงนาข้าวทั่วภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสึการุ ทำให้ผืนนาอันกว้างใหญ่สามารถผลิตผลได้อย่างอุดมสมบูรณ์

ผืนน้ำที่เต็มเปี่ยมนี้ไม่เพียงสะท้อนเงาภูเขา หากยังสะท้อนความพยายามของผู้คนหลายยุคสมัย ตั้งแต่ยุคศักดินาจนถึงสมัยใหม่ อ่างเก็บน้ำจึงเปรียบเสมือน “เหยือกน้ำแห่งชีวิต” ที่เก็บรักษาทั้งน้ำ ความทรงจำ และภูมิปัญญาไว้ในที่เดียว

2. สะพานแห่งนกกระเรียน: ความงามไม้สนเหนือทะเลสาบ

สะพานแห่งนกกระเรียน

ทอดข้ามผืนน้ำของ ทะเลสาบสึการุฟูจิมิ คือสะพานไม้โค้งสามตอนอันงดงาม นั่นคือ สะพานสึรุโนะไม สะพานไม้สนญี่ปุ่นยาวประมาณ 300 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง

เสาของสะพานทำจากไม้สนอาโอโมริกว่า 700 ต้น ที่มีอายุมากกว่า 150 ปี ใช้เทคนิคสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมโดยไม่เน้นโลหะสมัยใหม่มากนัก ความประณีตดังกล่าวทำให้สะพานดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่แปลกแยก

การออกแบบสะพานได้รับแรงบันดาลใจจากภาพนกกระเรียนคู่หนึ่งกำลังบิน เมืองสึรุตะซึ่งตั้งอยู่บริเวณนี้ส่งเสริมภาพลักษณ์ “หมู่บ้านแห่งนกกระเรียน” นกกระเรียนในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนและความเป็นสิริมงคล เมื่อมองจากระยะไกล โครงสร้างโค้งของสะพานดูราวกับปีกที่ซ้อนทับกัน ส่วนแท่นพักกลางสะพานเปรียบเสมือนศีรษะของนกสองตัวที่กำลังเคลื่อนไปพร้อมกันเหนือทะเลสาบ

ยามค่ำคืน โคมไฟสีน้ำเงินที่ติดตั้งตามราวสะพานจะส่องประกายระยิบระยับ สะท้อนผิวน้ำคล้ายหิ่งห้อยลอยอยู่เหนือทะเลสาบ บางคนกล่าวว่าแสงนั้นดูคล้ายร่างมังกรเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา เชื่อมโยงกับตำนานเจ้าหญิงชิราคามิผู้แปลงกายเป็นมังกรในทะเลสาบแห่งนี้

3. เลขศักดิ์สิทธิ์ “3” และความลึกลับแห่งอายุยื

ความน่าสนใจของสะพานไม่ได้อยู่เพียงรูปลักษณ์ หากยังซ่อนความหมายเชิงสัญลักษณ์ไว้ในรายละเอียด โครงสร้างสะพานประกอบด้วยโค้งสามช่วง ยาว 300 เมตร กว้าง 3 เมตร ใช้ท่อนซุงราว 3,000 ท่อน และแผ่นไม้ 3,000 แผ่น ตัวเลข “3” ปรากฏซ้ำอย่างน่าทึ่ง

เลขสามถือเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ในหลายวัฒนธรรม ทั้งตะวันออกและตะวันตก สะพานสามโค้งยังถูกออกแบบให้เลียนแบบสามยอดของภูเขาอิวากิ ได้แก่ ยอดกังกิ ยอดโชไก และยอดอิวากิ แม้ในวันที่หมอกหนาปกคลุมจนมองไม่เห็นเงาภูเขาบนผืนน้ำ เงาของสะพานก็ยังคงสะท้อนเป็นรูปภูเขาแทน

ยิ่งไปกว่านั้น มีการค้นพบภายหลังว่าสะพานนี้อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกับอัญมณีประจำวิหารแปดเหลี่ยมของพระโพธิสัตว์กวนอิมในสวนสาธารณะใกล้เคียง ทำให้ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าสะพานแห่งนี้คือ “เส้นทางแห่งความยืนยาว” ที่เชื่อมโยงมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้จึงได้รับความนิยมในฐานะจุดพลัง (Power Spot) ด้านโชคลาภและอายุยืน ผู้มาเยือนจำนวนมากเดินข้ามสะพานด้วยความตั้งใจอธิษฐานให้ชีวิตมั่นคงยืนยาวดังไม้สนที่ใช้สร้างสะพาน

4. เต่า นกกระเรียน และภูมิทัศน์แห่งสิริมงคล

ในวัฒนธรรมเอเชีย นกกระเรียนและเต่ามักปรากฏคู่กันในฐานะสัญลักษณ์แห่งอายุยืน เมื่อมองทะเลสาบจากมุมสูง จะเห็นรูปร่างคล้ายเต่านอนอยู่ สะพานสึรุโนะไมตั้งอยู่บริเวณที่ดูเหมือน “ลำคอ” ของเต่า ราวกับเต่าสวมสร้อยคอรูปนกกระเรียน

ภาพดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล เต่าซึ่งในตำนานจีนเป็นผู้ส่งสารจากดินแดนแห่งความเป็นอมตะ เมื่อมาผสานกับนกกระเรียนที่โบยบินเหนือผืนน้ำ จึงกลายเป็นภูมิทัศน์ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์

บริเวณโดยรอบยังเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการปลูกป่ากันลมยุคแรกของญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินการควบคู่กับการพัฒนานาข้าวตั้งแต่สมัยแคว้นฮิโรซากิ มรดกทางธรรมชาติและวิศวกรรมเหล่านี้ยังคงปกป้องผืนดินและวิถีชีวิตของผู้คนตราบจนปัจจุบัน

ภูเขาอิวากิที่สะท้อนเงาในทะเลสาบสึการุฟูจิมิไม่ใช่เพียงภาพงดงามทางธรรมชาติ หากคือสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับผืนดิน สายน้ำ และกาลเวลา อ่างเก็บน้ำมาวาริเซกิแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาด้านการเกษตรที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ ขณะที่สะพานสึรุโนะไมสะท้อนความประณีตทางสถาปัตยกรรมและความเชื่อเรื่องสิริมงคล

ที่นี่คือจุดบรรจบของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณ เมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นทอดผ่านโค้งสะพานและเงาภูเขาอิวากิปรากฏบนผิวน้ำ เราอาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดผู้คนจึงยกย่องสถานที่แห่งนี้ว่าเป็น “ทะเลสาบชมวิวสึการุฟูจิ” และเป็นเส้นทางแห่งความยืนยาวที่เชื่อมโยงมนุษย์กับฟ้าและดินอย่างลึกซึ้ง

สรุปเนื้อหาจาก : medetai-tsuruta.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...