โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศุภจี” ชงครม. ดัน “ธงฟ้าโมบาย–รถพุ่มพวง–แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” ลุยลดค่าครองชีพ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 10 เม.ย. เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 05.28 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 เมษายน 2569 กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการเสนอเพื่อดูแลประชาชน

โดยการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในช่วงวิกฤตพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 58% ครอบคลุมกว่า 3,000 รายการ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยทั่วประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน และจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มรายได้และยกระดับสินค้า SMEs ในชุมชนกว่า 200-300 รายการ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข ผลักดันเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้าทั่วไป

ขณะเดียวกัน ได้ขยายช่องทางช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผ่านโครงการร้านธงฟ้าจำนวน 518 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเพิ่ม “ธงฟ้าโมบาย” หรือรถพุ่มพวง เพื่อกระจายสินค้าไปถึงชุมชน โดยจะมีสินค้าราคาพิเศษและบัตรเติมน้ำมัน รวมถึงเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นรถธงฟ้าโมบาย

อีกส่วนหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ นำสินค้าไปจำหน่ายในสถานศึกษา 1,000 แห่ง เพื่อจำหน่ายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนในราคาพิเศษ โดยรายละเอียดจะเสนอหลังการประชุม ครม. วันที่ 11 เมษายนนี้

ทั้งนี้ ยังมีแผนเชื่อมโยงสินค้าชุมชนและกระจายผลผลิตทางการเกษตร ผ่านการจัดตลาดนัด 1,000 แห่ง โดยร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน ใช้สถานีบริการน้ำมันเป็นจุดกระจายสินค้า

ในส่วนของสถานการณ์ปุ๋ย นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีสต๊อกปุ๋ยในประเทศกว่า 340,000 ตัน เพียงพอใช้ได้ถึงเดือนสิงหาคม โดยปุ๋ยที่มีความเสี่ยงคือ “ยูเรีย” สัดส่วนประมาณ 36% ซึ่งต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากแหล่งที่มีปัญหาการขนส่ง ขณะที่ปุ๋ยอีก 64% ยังสามารถใช้ได้ตามปกติ ไม่ได้ขาดแคลนทั้งตลาด โดยสต๊อกคงค้าง ณ สิ้นเดือนเมษายน ประมาณ 300,000 ตัน

ภายหลังหารือกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย พบว่า ปุ๋ยยูเรียยังมีเพียงพอถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาทั้งด้านราคาและปริมาณ โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับขึ้นราคา พร้อมย้ำว่ามีมาตรการกำกับดูแลผ่านโครงการ “ธงเขียว”

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินโครงการ “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นตัวกลาง คัดเลือกปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ตรงความต้องการมากขึ้น

อีกทั้งได้เร่งจัดหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และบรูไน คาดว่าจะมีปริมาณเข้ามาอีกกว่า 60,000 ตัน รวมถึงมีปุ๋ยตกค้างในเรือขนส่ง 5 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้สามารถขนส่งเข้าสู่ประเทศได้

นางศุภจี ยังกล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ปรับขึ้นราคาปุ๋ยโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ปิดป้ายราคาแล้ว 48 คดี พร้อมย้ำว่า “เราเจอจริง จับจริง”

  • ชู 365 วันปฏิทินเที่ยวไทย ควบคู่แก้ PM2.5

นางศุภจี ยังกล่าวถึงนโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” ว่า เป็นการใช้ศักยภาพการท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาคที่มีฤดูกาลหมุนเวียนตลอดปี ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดสามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันในทุกสภาพอากาศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวแตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นฝุ่น PM2.5 นางศุภจี ระบุว่า เป็นปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง และต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการควบคุมต้นเหตุ ลดการเผา และเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้เห็นผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว

“การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน” นางศุภจีกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...