โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTC ชี้ 5 เทรนด์การเงินใหม่ คนไทยโฟกัส “เงินเหลือ” มากกว่า “เงินเข้า”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนสูง พฤติกรรมทางการเงินของผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้เงินให้ “พอเดือน” ไปสู่การบริหารเงินเพื่อให้มี “เงินเหลือ” ซึ่งกลายเป็นตัวชี้วัดใหม่ของคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางการเงิน

ทั้งนี้ ภาพของ “เงินเดือนชนเดือน” ไม่ได้เป็นเพียงคำอธิบายชีวิตคนทำงานอีกต่อไป แต่สะท้อนโครงสร้างชีวิตของคนไทยจำนวนมาก โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ สิ้นปี 2568 ยังอยู่ในระดับสูงที่ 86.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ค่าครองชีพ โดยเฉพาะหมวดอาหารและพลังงาน ยังคงกดดันรายจ่ายประจำอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม KTC มองเห็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่สำคัญของผู้บริโภคไทย จากเดิมที่เป็น “ผู้ถูกเลือกให้พอใช้” ตามข้อจำกัดของรายรับ ไปสู่การเป็น “ผู้เลือกชีวิตที่อยากใช้” ผ่านการบริหารเงินอย่างมีเป้าหมาย โดยจุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่การหารายได้เพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ “เงินเหลือ” กลายเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำของคุณภาพชีวิต

ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก KTC สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวอย่างชัดเจน แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น แต่การใช้จ่ายในหมวดที่สะท้อนคุณค่าในระยะยาวยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดสุขภาพในปี 2568 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 80% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ขณะที่หมวดฟิตเนสเติบโตมากกว่า 20% ต่อปีต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และหมวดโรงพยาบาลกับสุขภาพความงามขยายตัว 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

KTC ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศวัย 30-40 ปีในเมืองใหญ่ เริ่มจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำปี หรือการใช้บริการด้านสุขภาพเชิงป้องกัน ควบคู่กับการวางแผนชำระเงินให้สอดคล้องกับรอบรายรับ สะท้อนการขยับจากการใช้เงินให้พอเดือน ไปสู่การใช้เงินเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและทางเลือกในระยะยาว

จากอินไซต์ดังกล่าว KTC สรุป 5 เทรนด์การเงินสำคัญที่กำลังกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภคไทยในปัจจุบัน ได้แก่

1. “เงินเหลือ” คือ KPI ใหม่ของชีวิต
ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มวัดความมั่นคงจากเงินคงเหลือหลังหักค่าใช้จ่าย มากกว่าตัวเลขรายได้รวม โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่เริ่มแยกบัญชีเงินใช้และเงินออม ตั้งงบประมาณตามรายรับจริง และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นโดยไม่ลดคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างวินัยและลดความเปราะบางทางการเงินในระยะยาว

2. กระแสเงินสดสำคัญกว่ายอดเงินในบัญชี
ทักษะการบริหารกระแสเงินสด หรือ Cash Flow กลายเป็นทักษะสำคัญของคนทำงานยุคใหม่ ทั้งการวางแผนรอบบิลให้สอดคล้องกับวันเงินเดือน และการจัดลำดับการใช้จ่ายเพื่อลดความตึงตัวทางการเงินระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์หรือผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอที่ต้องบริหารสภาพคล่องให้รัดกุม

3. สุขภาพการเงินเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตในสังคมสูงวัย
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างชัดเจน โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 22% ของประชากรทั้งหมดในปี 2568 ทำให้การวางแผนสุขภาพและการเงินกลายเป็นเรื่องเดียวกัน กลุ่มคนทำงานวัย 40-50 ปีจึงเริ่มจัดสรรงบประมาณให้กับประกันสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี และการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคต

4. เทคโนโลยีการเงินช่วยให้บริหารเงินได้เหมือนมืออาชีพ
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ปริมาณธุรกรรมผ่าน Mobile Banking ของคนไทยในปี 2568 เติบโต 10.6% ต่อปี สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเครื่องมือบริหารเงินได้ง่ายขึ้น ทั้งแอปติดตามรายรับรายจ่าย ระบบแจ้งเตือน และข้อมูลทางการเงินแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้การใช้จ่ายมีทิศทางและควบคุมได้มากขึ้น

5. อิสรภาพทางการเงินจากความฝันสู่เป้าหมายที่จับต้องได้
แนวคิดอิสรภาพทางการเงิน หรือ Financial Freedom กำลังกลายเป็นเป้าหมายของคนทำงานในวงกว้าง ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มรายได้สูง โดยเห็นได้จากพนักงานประจำที่เริ่มมองหารายได้เสริม ใช้ทักษะเฉพาะตัวสร้างรายได้เพิ่มเติม และลดภาระหนี้ระยะยาว เพื่อให้ชีวิตไม่ผูกติดกับรายได้ทางเดียว

KTC ระบุว่า ความแตกต่างระหว่าง “ผู้ถูกเลือก” กับ “ผู้เลือก” ไม่ได้อยู่ที่ใครมีรายได้มากกว่า แต่อยู่ที่ความสามารถในการบริหารเงินจนทำให้ชีวิตมีทางเลือกมากขึ้น ดังนั้น บทบาทของผู้ให้บริการทางการเงินในยุคใหม่จึงต้องก้าวไกลกว่าการเป็นแหล่งสินเชื่อ ไปสู่การเป็นผู้ช่วยบริหารชีวิตทางการเงิน ที่ช่วยให้ผู้บริโภคคิด วางแผน และใช้จ่ายได้อย่างมีทิศทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...