โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ICHI ชูแคมเปญ Q4 โฟกัสต่างประเทศ-ร้านสะดวกซื้อ พร้อมยอดผลิต OEM พุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 06.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายอภิชาติ สุขจิรวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท อิชิตัน กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เปิดเผยภาพรวมการดำเนินธุรกิจในงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 โดยระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 2,134.99 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 358.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 357.25 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการกิจการร่วมค้า เนื่องจากมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 6,144.24 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,010.72 ล้านบาท ลดลง 0.01% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 1,099.89 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและฤดูร้อนในปีนี้มีระยะเวลาสั้นกว่าปกติ แต่ส่วนยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 49.30% เนื่องจากมีรายได้จากการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) เพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น

นายธนพันธุ์ คงนันทะ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บมจ. อิชิตัน กรุ๊ป กล่าวถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานและทิศทางของบริษัทในช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยระบุว่า อิชิตันยังคงทำผลงานโดดเด่นอย่างมากในช่องทางร้านสะดวกซื้อ (CBS) ซึ่งเป็นตลาดหลักของชาเขียวพร้อมดื่มคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 52% ของตลาดรวม โดยยอดขายในช่องทางนี้เติบโตขึ้นถึง 7.9% สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าใหม่ (NPD) ที่บริษัทเปิดตัวในปีนี้ ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีและช่วยผลักดันยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ

นายธนพันธุ์ ระบุอีกว่า ในส่วนของกลยุทธ์เชิงรุกในไตรมาส 4 บริษัทได้เดินหน้าแคมเปญครั้งใหญ่ในตลาด Traditional Trade โดยเฉพาะสินค้าราคาจับต้องได้อย่างอิชิตัน 10 บาท ซึ่งมีโปรโมชั่น “ซื้อ 1 ลัง แถม 1 ขวด” ลูกค้าซื้อจากแมคโครหรือร้านค้าดังเดิมทั่วไป สามารถตัดฝาหลักแลกรับขวดฟรีได้ทันทีโดยไม่ต้องสะสมแต้ม

ขณะที่แบรนด์เย็นเย็นก็จัดแคมเปญในลักษณะเดียวกัน แคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม และจะดำเนินต่อเนื่องถึงกลางเดือนมกราคมปีหน้า โดยเป็นจังหวะที่สอดคล้องกับมาตรการภาครัฐ "คนละครึ่ง พลัส" ซึ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและส่งผลดีต่อบรรยากาศการบริโภคโดยรวม

นายธนพันธุ์เปิดอีกว่า ในตลาดต่างประเทศ อินโดนีเซียยังเป็นตลาดที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยยอดขายสะสม 9 เดือนเติบโต 1.1% ในเชิงมูลค่า และเพิ่มขึ้น 5.7% ในเชิงปริมาณรวมกว่า 4 ล้านลัง ขณะที่ตลาดร้านค้ารายย่อยเติบโตโดดเด่นที่ 6.8% และ 12.7% ตามลำดับ อีกทั้งในไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะพลิกกลับมาทำกำไร ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรกลับไทยราว 15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีก่อนอยู่ที่ 9.3 ล้านบาท

สำหรับตลาดลาว ถือเป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัท โดยยอดส่งออกทำสถิติสูงต่อเนื่องจากการขยายพื้นที่จัดจำหน่ายและพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภคในประเทศ ขณะที่ตลาดกัมพูชายังถูกกดดันอย่างหนักจากกระแสต่อต้านสินค้าจากไทย ซึ่งบริษัทได้รับผลกระทบโดยตรง

ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ ความคุ้มค่าทางการเงิน (Value for Money) ด้วยสินค้าแพ็กใหญ่ที่มียอดขายเหนือความคาดหมาย พร้อมทั้งเตรียมนำผลการดำเนินงานทั้งหมดต่อยอดสู่แผน 3M Strategy รวมไปถึงสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำของผู้บริโภค โดยต่อยอดจากความสำเร็จในช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อและในตลาดต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...