โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ใครเป็นบ้างอาการ แพ้แอลกอฮอล์ พบได้บ่อยในคนเอเชีย เกิดจากอะไร?

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 20 มิ.ย. 2566 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 04.00 น. • Bright Today

ใครเป็นบ้างอาการ แพ้แอลกอฮอล์ ตัวแดง หน้าแดง หรือ ผื่นลมพิษขึ้น พบได้บ่อยในคนเอเชีย เกิดจากอะไร? แล้วอันตรายแค่ไหนมาดูเลย

พบกันได้บ่อยมากสำหรับอาการแพ้แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในคนเอเชียซึ่งก็แปลว่าคนไทยก็สามารถพบได้เยอะเช่นเดียวกัน เพราะยีนส์พันธุกรรมของเอเชียนั้นมักจะมีภาวะที่เรียกว่า Alcohol Intolerance หรือภาวะไม่ทนทานต่อแอลกอฮอล์ นั้นเอง ซึ่งภาวะไม่ทนทานต่อแอลกอฮอล์นั้นแตกต่างกับอาการแพ้โดยสิ้นเชิง แล้วอาการแพ้มีอะไรบ้างมาดูเลย!!

alcoholic-asian-man-drinking-whi

แพ้แอลกอฮอล์ เกิดจากอะไร?

แพ้แอลกอฮอล์ คือ ความผิดปกติที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์เหมือนกับเป็นเชื้อโรค โดยร่างกายจะสร้างแอนติบอดีเพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในการต่อต้านแอลกอฮอล์จนทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งการแพ้แอลกอฮอล์อาจมีสาเหตุมาจากร่างกายไม่มีเอนไซม์ที่เหมาะสมในการย่อยสารพิษจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาจเป็นเพราะลักษณะทางพันธุกรรม หรือส่วนผสมบางอย่างในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ เช่น ธัญพืช ข้าว องุ่น ยีสต์ สารกันบูด ซัลไฟต์ (Sulfites) ฮีสตามีน (Histamine) ที่ได้จากการหมักหรือกลั่น จนอาจทำให้เกิดอาการแพ้

อาการ แพ้แอลกอฮอล์ เป็นอย่างไร?

  • ผื่นแดง คันที่ผิวหนัง ผื่นลมพิษ เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นทั่วร่างกายหรือเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะของอาการแพ้ที่ระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีเพื่อต้านสิ่งแปลกปลอม โดยอาการลมพิษอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที หรืออาจใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จึงจะหายเป็นปกติ
  • ผิวหน้าแดง หรือโรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วมีอาการหน้าแดงก่ำหรือมีเส้นเลือดสีแดงเกิดขึ้นชัดเจนหลังดื่ม โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จมูก คางและหน้าผาก นั่นอาจหมายถึงการกำเริบของอาการโรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย
  • แก้มเป็นสีแดงหรือชมพู อาจมีสาเหตุมาจากลักษณะทางพันธุกรรมของบางคน ที่เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้มจะมีสีแดงหรือชมพูเกิดขึ้น หรืออาจเป็นเพราะเอนไซม์แอลดีไฮด์ ดีไฮโดรจีเนส (Aldehyde dehydrogenase หรือ ALDH2) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีหน้าที่ย่อยสลายสารพิษในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำงานผิดปกติ จนทำให้สารพิษยังคงค้างอยู่ในเซลล์ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนมีอาการแก้มแดงหรือชมพู
  • ขอบตาดำ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจรบกวนการนอนหลับ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอาการกระสับกระส่าย ตื่นกลางดึกบ่อยและนอนหลับไม่เพียงพอ จนอาจทำให้ขอบตาดำได้
  • เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักอาจมีโอกาสเกิดปัญหาเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้ ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังมีอุณหภูมิสูงขึ้น ผิวมีอาการบวม แดงและเจ็บปวด
  • ผิวไวต่อแสงแดด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวหนัง อาจทำใหผิวแห้ง อ่อนแอ ขาดความยืดหยุ่นและไวต่อแสง เนื่องจากสารพิษตกค้างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำลายเซลล์ผิว และร่างกายจำเป็นต้องขับสารพิษจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงส่งผลให้ผิวต้องขับน้ำออกมามากขึ้นจนผิวอ่อนแอลง

การดูแลตัวเองเมื่อ แพ้แอลกอฮอล์

  • ทาครีมหรือมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยเฉพาะหลังจากอาบน้ำควรให้ความชุ่มชื้นกับผิวทันทีในขณะที่ผิวหมาด
  • สวมเสื้อผ้าที่หลวม เบาสบาย ระบายอากาศได้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้น
  • หลีกเลี่ยงการเกาหรือใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่รุนแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและบาดเจ็บได้
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือมากกว่า ก่อนออกไปเจอแสงแดดทุกครั้ง เพื่อปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสียูวีจนอาจทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดปัญหาผิวได้ง่ายขึ้น
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ โดยการจดบันทึกสิ่งที่ตนเองแพ้ เช่น ส่วนผสมหรือชนิดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้แพ้ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ

แหล่งที่มา hellokhunmor

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...