รู้จัก “ซ้ายบนขวาล่าง” ธรรมเนียมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมีธรรมเนียมมารยาทดั้งเดิมอย่างหนึ่งที่สืบทอดมาแต่โบราณคือ Sajyou Uge (左上右下) หรือแปลได้ว่า “ซ้ายบนขวาล่าง” แล้วธรรมเนียมนี้มันคืออะไร? มีที่มาจากไหน?? เราจะมาอธิบายให้เพื่อน ๆ ได้เข้าใจแบบง่ายที่สุด รวมถึงตัวอย่างของแนวคิดนี้ที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น!
ความหมายและที่มาของธรรมเนียม “ซ้ายบนขวาล่าง”
左上右下 อ่านว่า Sajyou Uge แปลตรงตัวได้ว่า “ซ้ายบนขวาล่าง” มีความหมายคือ “ฝั่งซ้ายสถานะสูงกว่า ฝั่งขวาสถานะต่ำกว่า” เป็นสำนวนที่หมายถึงวิธีการจัดวางสิ่งต่าง ๆ โดยให้สิ่งที่มีสถานะหรือตำแหน่งสูงกว่าอยู่ฝั่งซ้าย และให้สิ่งที่มีสถานะหรือตำแหน่งต่ำกว่าอยู่ฝั่งขวา เป็นธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่นำเข้ามาจากประเทศจีนในสมัยอาสุกะ (ปี 592-710) ผ่านทางทูตญี่ปุ่นในสมัยราชวงศ์ถัง โดยมีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่จักรพรรดิประทับที่นั่งโดยหันหน้าไปทางทิศใต้และหันหลังให้ดาวเหนือ ในมุมมองของจักรพรรดิ พระอาทิตย์จึงขึ้นทางซ้ายที่เป็นทิศตะวันออก และตกทางขวาที่เป็นทิศตะวันตก ทิศตะวันออกมีความศักดิ์สิทธิ์มากกว่าทิศตะวันตก ดังนั้น ทางซ้ายจึงเหนือกว่า ทางขวาจึงต่ำกว่า
ความจริงแล้วในประเทศจีนเองก็มีการสลับตำแหน่งซ้ายขวามาเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของราชวงศ์และยุคสมัย แต่ในญี่ปุ่นแนวคิดนี้ได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันจนกลายเป็นธรรมเนียมมารยาทพื้นฐานอย่างในการนั่งคู่กันระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ก็จะให้หัวหน้านั่งฝั่งซ้ายและลูกน้องนั่งฝั่งขวา ในทางกลับกัน พื้นฐานของวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกและมารยาทสากลจะยึดหลักว่าฝั่งขวาสถานะสูงกว่า ฝั่งซ้ายสถานะต่ำกว่า ซึ่งตรงข้ามกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ตัวอย่างธรรมเนียม “ซ้ายบนขวาล่าง” ในชีวิตประจำวัน
1. อาคารสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
อาคารสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีลักษณะสมมาตร โดยมีวุฒิสภาอยู่ทางซ้ายและสภาผู้แทนราษฎรอยู่ทางขวา ซึ่งวุฒิสภาทางด้านซ้ายก็คือสภาขุนนางเก่า สภาขุนนางเก่าเป็นสภาสูงแห่งรัฐสภาของจักรวรรดิญี่ปุ่น ประกอบด้วยขุนนางเป็นส่วนใหญ่และมีอยู่จนถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ขุนนางมีตำแหน่งสูงกว่า วุฒิสภาจึงอยู่ทางฝั่งซ้ายของตัวอาคาร แต่หากเรายืนหันหน้าเข้าหาอาคาร วุฒิสภาจะอยู่ฝั่งขวามือของเรา
2. สำรับอาหาร
หากใครชอบทานอาหารญี่ปุ่นประเภทเทโชคุ (อาหารเซ็ท) ที่มีทั้งข้าว ซุป และกับข้าว ก็จะสังเกตได้จากมุมมองของผู้ทานว่าชามข้าวจะวางไว้ด้านหน้าซ้ายเสมอ และถ้วยซุปมักจะวางไว้คู่กันอยู่ด้านหน้าขวา แต่ในบางพื้นที่ของคันไซก็อาจจะวางถ้วยซุปไว้ด้านหลังซ้ายหรือหลังชามข้าว แต่ก็ยังคงธรรมเนียมการวางชามข้าวไว้ด้านหน้าซ้ายเหมือนเดิม เนื่องจากข้าวเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งยังสามารถทานได้สะดวกกว่าอีกด้วย
3. เสื้อผ้าแบบญี่ปุ่น
เสื้อผ้าแบบญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นกิโมโน ยูกาตะ ฮากามะ จินเบ หรือแม้กระทั่งยูกาตะลำลองที่ทางเรียวกังเตรียมไว้ให้ ก็มีวิธีการใส่ที่เรียกว่า migi mae (右前) แปลว่า ขวาก่อน คือจะต้องเอาปกด้านขวาลงมาปิดก่อนเป็นข้างล่าง แล้วจึงเอาปกด้านซ้ายมาทับข้างบน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเอา “ซ้ายทับขวา” นั่นเอง
4. ตุ๊กตาฮินะ
เมื่อถึงวันเด็กผู้หญิง ตามบ้านเรือนจะมีธรรมเนียมการจัดวางตุ๊กตาฮินะ การจัดวางตุ๊กตาจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ Kyou Hina (京雛) กับKantou Hina (関東雛)
- Kyou Hina (京雛): เป็นการจัดวางแบบดั้งเดิมโดยอิงจากมุมมองของตุ๊กตาเป็นหลัก ตุ๊กตาผู้ชายมีสถานะสูงกว่า ดังนั้นก็จะวางตุ๊กตาผู้ชายไว้ด้านซ้าย (ขวามือของเรา) และวางตุ๊กตาผู้หญิงไว้ด้านขวา (ซ้ายมือของเรา) แต่ในปัจจุบันการจัดแบบดั้งเดิมนี้จะพบเห็นเฉพาะในบริเวณภูมิภาคคันไซ
- Kantou Hina (関東雛): เป็นการจัดวางแบบใหม่โดยอิงมาจากตำแหน่งการยืนของจักรพรรดิและจักรพรรดินีซึ่งจะสลับตำแหน่งกับแบบดั้งเดิม คือวางตุ๊กตาผู้ชายไว้ด้านขวา (ซ้ายมือของเรา) และวางตุ๊กตาผู้หญิงไว้ด้านซ้าย (ขวามือของเรา) เป็นรูปแบบการจัดวางที่เป็นที่นิยมมากที่สุด
การสลับตำแหน่งเกิดจากการที่ในสมัยเมจิ มีวัฒนธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่น รวมถึงธรรมเนียมการยกให้ผู้มีสถานะสูงกว่าอยู่ฝั่งขวา เมื่อจักรพรรดิและจักรพรรดินีไปออกงานพระราชพิธีสำคัญก็จะจัดให้จักรพรรดิยืนทางฝั่งขวา และจักรพรรดินียืนทางฝั่งซ้ายตามธรรมเนียมสากล ซึ่งเราจะสามารถสังเกตเห็นตำแหน่งการยืนลักษณะนี้ได้จากข่าวสารต่าง ๆ ของราชวงศ์ญี่ปุ่น การสลับตำแหน่งยืนของทั้ง 2 พระองค์ก็กลายเป็นต้นแบบของการจัดวางตุ๊กตาฮินะที่สลับกับแบบดั้งเดิม
A post shared by HELLO! Magazine Thailand (@helloth_official)
การจัดวางตุ๊กตาผู้ชายและผู้หญิงมีการสลับกันมาตั้งแต่สมัยเมจิ แต่ตุ๊กตาเสนาบดีฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจะยังคงวางในตำแหน่งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยตุ๊กตาเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่หน้าแดงและมีหนวดเครายาวมีตำแหน่งสูงกว่าฝ่ายขวา จึงวางไว้ด้านซ้าย (ขวามือของเรา)
เป็นธรรมเนียมโบราณที่น่าสนใจมากเลยนะคะ ไม่คิดเลยว่าสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างการสวมใส่เสื้อผ้าหรือการทานอาหารก็แอบแฝงแนวคิดแบบนี้ไว้ด้วย แต่ถึงแม้จะเป็นธรรมเนียมดั้งเดิม แต่เนื่องจากในปัจจุบันก็มีอิทธิพลจากต่างชาติเข้ามามากมาย ทำให้บางอย่างอาจจะหยวน ๆ ได้ไม่ซีเรียส อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมสากลนั้นตรงข้ามกับของญี่ปุ่น บางเรื่องจึงอาจจะต้องระมัดระวังนิดนึงนะคะ
สรุปเนื้อหาจาก jpnculture