โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CAAT เร่งออกใบอนุญาตใช้โดรนขนส่งภายในปี 2568

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 เม.ย. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 10.53 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ระยอง 25 เม.ย. – สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมโดรน เตรียมทดสอบการใช้โดรนขนส่ง พร้อมเร่งออกใบอนุญาตให้กับภาคเอกชนภายในปี 2568

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยภายหลังนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูระบบนิเวศนวัตกรรมโดรน (Ecosystems) ณ วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ UAV Regulatory Sandbox ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ทำการทดสอบ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโดรน ว่า CAAT ได้ร่วมมือและสนับสนุนวังจันทร์วัลเลย์ ด้านการอนุมัติ อนุญาตทำการบิน หรือการทดสอบต่าง ๆ เกี่ยวกับโดรนให้มีความสะดวกรวดเร็ว สามารถนำผลการทดสอบ ทดลอง วิจัยและพัฒนาที่ได้มาต่อยอดในการสร้างนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโดรน เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป อีกทั้ง CAAT ยังได้ปรับปรุงและพัฒนากฏหมาย โดยปรับปรุงและแก้ไขข้อจำกัดการอนุญาตโดรน ที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการขับเคลื่อนและใช้งานโดรนขนาดใหญ่อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงมีผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศนำโดรนหรือระบบที่เกี่ยวข้องหลากหลายประเภทมาทดสอบที่ UAV Regulatory Sandbox วังจันทร์วัลเลย์เพิ่มมากขึ้น เช่น โดรนในทางวิศวกรรมเพื่อการสำรวจและการทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ โดรนเกษตร โดรนกู้ภัย และโดรนรักษาความปลอดภัย เป็นต้น ผลที่ได้จากการทดสอบโดรนในพื้นที่ Sandbox ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี เกิดรูปแบบการปฏิบัติการบินโดรนแบบใหม่ ๆ ผู้ประกอบการกล้าที่จะคิดค้นสิ่งใหม่ และเป็นกรณีศึกษาหรือ แนวปฏิบัติที่ดีให้กับผู้ที่สนใจรายอื่น ๆ ด้วย

ปัจจุบัน CAAT ได้จับมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อจัดทำแผนแม่บท หรือ Drone Master Plan ให้ออกมาเป็น Roadmap สำหรับประเทศไทยที่มีรายละเอียดทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย การพัฒนาบุคลากร การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย ความมั่นคง และการป้องกันสิทธิส่วนบุคคล ครบทุกมิติ และในปี 2568 นี้ CAAT เริ่มทำการรับรองศูนย์ฝึกอบรมและหลักสูตรการฝึกอบรมผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ที่จะช่วยผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมโดรนให้มีความรู้ด้านการบิน กฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบินโดรน และมีทักษะความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีโดรนอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ CAAT ยังมีแผนปรับปรุงพัฒนากฎระเบียบเพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโดรนให้ก้าวไปข้างหน้า ได้แก่

  • การจัดทำกฎระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การอนุญาตโดรนประเภทความเสี่ยงปานกลาง (Specific Category) เพื่อให้ครอบคลุมการปฏิบัติการบินที่หลากหลายและเป็นระบบมากขึ้น
  • การปรับปรุงรูปแบบของกฎระเบียบในรูปแบบ TCARs เพื่อรองรับการแบ่งประเภทของการปฏิบัติ การบินตามความเสี่ยง และมีรูปแบบของกฎระเบียบที่เป็นสากลมากขึ้น
  • กฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องการการปฏิบัติการบิน เช่น กฎระเบียบเกี่ยวกับการทำการบินนอกระยะสายตา (Beyond Visual Line of Sight : BVLOS) การปรับปรุงและใช้งานห้วงอากาศ รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อยืนยันตัวตนและแสดงตำแหน่งสำหรับโดรน เป็นต้น
  • การปรับปรุง พ.ร.บ. การเดินอากาศฯ เพื่อให้กฎหมายแม่บท เหมาะสมกับการกำกับดูแลโดรน ในบริบทต่าง ๆ รวมถึงรองรับโดรนซึ่งกำลังถูกนำมาพัฒนาใช้ในการขนส่งมวลชนในอนาคตอันใกล้นี้
  • การออกคู่มือและแนวปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ขออนุญาตและผู้บังคับมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นรูปแบบเดียวกัน
  • การผลักดันให้เกิดการใช้ “โดรนขนส่ง” ในเขตเมือง ซึ่งขณะนี้ CAAT ได้หารือร่วมกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ศูนย์บริหารจัดการห้วงอากาศ (ประเทศไทย) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนที่สนใจ เพื่อวางแผนพื้นที่และวิธีการทดสอบการใช้โดรนขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร คู่ขนานไปกับการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐที่เริ่มจัดทำร่าง พ.ร.บ. การใช้งานโดรน เพื่อการขนส่งและโลจิสติกส์แล้ว โดยในอนาคต CAAT จะพิจารณาในการออกใบอนุญาตการใช้โดรนขนส่งนี้ให้กับภาคเอกชนที่มีความพร้อมต่อไป

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการสาธิตโดรนขนส่ง จากบริษัท เอวิลอน โรโบทิคส์ จำกัด ขนส่งยาและเวชภัณฑ์ โดยใช้โดรน Gryphon EX ในระยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งบริษัท เอวิลอน ได้ปฏิบัติการขนส่งจริงในพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม นำส่งยาจากโรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัยไปยังสถานีสุขภาพในชุมชน ช่วยให้ผู้ป่วยในพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยผู้ป่วยสามารถใช้บริการห้องผู้ป่วยนอกเสมือน (Virtual OPD) ที่สถานีสุขภาพ และได้รับยาและเวชภัณฑ์ผ่านทางโดรน ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ในชุมชน เป็นการลดการแออัดในโรงพยาบาล และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วยในการเข้าถึงการบริการ โดรนขนส่งจึงเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการให้แก่ทุกภาคส่วนในหลาย ๆ ด้าน เช่น เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสินค้ารวดเร็วขึ้น ช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในด้านการใช้น้ำมันและค่าบำรุงรักษา ลดปัญหาการจราจรติดขัดบนท้องถนน รวมถึงลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม เป็นต้น
นอกจากนี้ ภายในศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ Intelligent Operation Center : IOC วังจันทร์วัลเลย์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้สาธิตระบบการบริหารจราจรทางอากาศสำหรับอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft System Traffic Management : UTM) พื้นฐานในการบริหารจัดการห้วงอากาศ และการอนุญาตให้ขึ้นบินของอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือโดรนในพื้นที่ห้วงอากาศควบคุม Controlled Airspace เพื่อให้การขออนุญาตการบินโดรนเป็นไปได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และถูกต้องการตามกฎระเบียบ

CAAT คาดการณ์ว่าอนาคตอันใกล้นี้ ไทยจะมีโดรนหลากหลายประเภทไม่ต่ำกว่า 1 ล้านลำ การกำกับดูแลการใช้โดรนจึงต้องขึ้นอยู่ประเภทความเสี่ยง ซึ่งตามมาตรฐานสากลจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1. ความเสี่ยงต่ำ กลุ่มใช้เพื่อความบันเทิงทั่วไป เช่น โดรนถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศ 2. ความเสี่ยงปานกลาง กลุ่มธุรกิจ เช่น โดรนเกษตร โดรนสำรวจและตรวจสอบ และ 3. ความเสี่ยงสูง กลุ่มโดรนที่มีการขนส่งผู้โดยสาร หรือโดรนขนสินค้าขนาดใหญ่ ดังนั้นจะมีหน่วยงานอื่น ๆ ตามหน้าที่ความรับผิดชอบเข้ามากำกับดูแลด้วย จึงเป็นความท้าทายของ CAAT ในการพัฒนาระบบกำกับดูแล และกลไกต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโดรนให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้โดรนที่ทันสมัย การกำหนดมาตรฐานบุคลากรในอุตสาหกรรมโดรนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน การนำเทคโนโลยีระบบสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการกำกับดูแลเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการประสานและร่วมมือทั้งในและต่างประเทศในการผนึกกำลัง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภารกิจที่ CAAT จะเป็นผู้นำพัฒนาและขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมโดรนของประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป. -517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...