โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โตโยต้า เพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี 68 มั่นใจรับมือภาษีทรัมป์ได้ แม้ยอดขายร่วง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 06.59 น.

โตโยต้า ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไร ปี 2568 เผยมั่นใจรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ได้ แม้ยอดขายร่วง 2 ไตรมาสติด

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ปรับเพิ่มคาดการณ์z]กำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีขึ้น 9% ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความเชื่อมั่นของบริษัทในการรับมือกับผลกระทบจากภาษีที่ศุลกากรสหรัฐที่เกิดขึ้น

ปัจจุบัน โตโยต้า ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก คาดการณ์ผลกำไรอยู่ที่ 4.7 ล้านล้านเยน (3.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุด ณ เดือนมี.ค. 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประมาณการครั้งก่อน ที่ระดับ 4.3 ล้านล้านเยน

ในสัปดาห์ที่แล้ว โตโยต้ารายงานยอดขายรถยนต์ทั่วโลก อยู่ที่ระดับ 10.8 ล้านคัน ในปี 2567 โดยยังคงรักษาตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของโลกเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

โตโยต้าระบุว่า การแก้ไขครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นของบริษัทในการเพิ่มรายได้ด้วยการจำกัดแรงจูงใจ การปรับขึ้นราคา และการรักษาเสถียรภาพการผลิต นอกจากนี้แล้ว คาดว่าการอ่อนค่าของเงินยนจะส่งผลดีต่อผลประกอบการด้วยเช่นกัน

แม้จะมีการปรับตัวเลขดังกล่าวขึ้น แต่โตโยต้ารายงานผลกำไรต่ำกว่าที่คาดไว้ ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งถือเป็นการลดลงของผลกำไรเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน โดยผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วงเดือนต.ค. ถึงเดือนธ.ค. 2567 อยู่ที่ 1.22 ล้านล้านเยน ลดลง 28% จากปีก่อน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของ LSEG คาดการณ์ไว้โดยเฉลี่ยที่ระดับ 1.42 ล้านล้านเยน

ผลกำไรของโตโยต้าในไตรมาสที่ผ่านมานั้น เป็นผลจากอุปสงค์รถยนต์ไฮบริดที่เพิ่มขึ้นในตลาดสำคัญ ๆ เช่น สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกันไป โดยในอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดนั้น โตโยต้ารายงานรายได้จากการดำเนินงานลดลง 63% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบการเงิน เนื่องจากยอดขายที่ลดลงและต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น

นอกจากนี้แล้ว ผลกำไรในตลาดจีนก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์รถยนต์จีน

อ้างอิง: reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...