โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการแต่งตั้ง “วัชรินทร์ ภาณุรัตน์” นั่งหัวหน้าสอบคดี พรบ.อุ้มหาย

อีจัน

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 09.05 น. • อีจัน

จากกรณี 7 นายตำรวจจราจร สังกัดกองกำกับ 1 บก.จร. ก่อเหตุร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายธนานพ อายุ 34 ปี คนขับรถมาสด้าสีแดง ซึ่งเป็นลูกชาย พ.ต.ท.ธนชัย อายุ 62 ปี อดีต สว.กก.2 บก.ปทส. จนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณใกล้ด่านตรวจบริเวณซอยประเสริฐมนูกิจ 21 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม. ก่อนเจ้าหน้าที่จะยอมรับว่าเข้าใจผิดคิดว่ารถมาสด้าสีแดงพยายามแหกด่านตรวจ แต่ปรากฏว่าเป็นการจับกุมผิดตัว ก่อนที่จะมีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 7 นาย ออกจากราชการพร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง

ข่าวทั่วไป

สั่งฟัน! วินัย-อาญา 7 ตร. กระทืบลูกอดีต ตร. เข้าข่าย พ.ร.บ. อุ้มหาย

12 ธันวาคม 256712 ธ.ค. 2024

ล่าสุด (25 ก.พ. 68) นายโชคชัย สิทธิผล อธิบดีอัยการ สำนักงานสอบสวน ได้มีหนังสือตอบกลับไปยังดีเอสไอ แจ้งรายชื่อพนักงานอัยการ ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งตั้งคณะทำงานผู้เข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ ในคดีดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีสำนักงานการสอบสวน อัยการมือสอบสวนชื่อดัง เป็นหัวหน้าคณะทำงาน , นางสาววณี เกษตรธรรม อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 5 เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน

โดยคณะทำงานประกอบด้วย นางสาวทักษอร สุวรรณสายะ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด , นางสาวบุษยภา เมณฑกา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด , นายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการจังหวัดประจำสำสำสำนักงานอัยการสูงสุด เเละนางสาวศรัณย์ตา พงศ์หมายเกื้อ เจ้าพนักงานคดีชำนาญการพิเศษ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนในทันที เพื่อให้เป็นตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฯ เเละระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯและแนวทางปฏิบัติว่าด้วยการดำเนินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ โดยเคร่งครัด

โดยจะให้เข้าร่วมการประชุมกับดีเอสไอวันที่ 12 มี.ค.2568 ที่ห้องประชุม 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

สำหรับคดีนี้ เป็นไปตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ฯ ซึ่งถือว่าเป็นการจับกุมควบคุมตัวและมีการทำร้ายร่างกาย ไม่ต้องส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เนื่องจาก พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 31 บัญญัติไว้เพียงแค่แจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบเท่านั้น

เพราะเมื่ออัยการสูงสุดชี้ขาดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้รับผิดชอบแทนพนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็เป็นอำนาจหน้าที่ อสส.สั่งชี้ขาดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจสอบสวนได้ แต่การสอบสวนดังกล่าวต้องมีอัยการเข้าไปตรวจสอบและกำกับการสอบสวนซึ่งเป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว เมื่อพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้รับผิดชอบแล้วถือว่าคดีนี้เป็นคดีพิเศษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...