โอกาสทองของนักลงทุน เจาะลึก 4 วิธีลงทุนทองคำในช่วงราคาพุ่งสูง | เงินทองของจริง
9,947 ดูเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ราคาทองคำได้ทะลุหลัก 50,000 บาทเป็นที่เรียบร้อย สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนทั่วประเทศ แต่หลายคนอาจสงสัยว่า อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราควรลงทุนในทองคำอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบ ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ เมื่อมีข่าวความไม่สงบระหว่างประเทศ หรือเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักนึกถึงเป็นอันดับแรกคือ ทองคำ เพราะถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ช่วยรักษามูลค่าในยามวิกฤต ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาทองคำมี 4 ประการ ดังนี้ 1. นโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น แสดงว่าเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี ราคาทองคำจะมีแนวโน้มปรับตัวลง ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจไม่ดี ความเชื่อมั่นในประเทศต่ำ นักลงทุนจะหันมาลงทุนในทองคำมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำสูงขึ้น 2. ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ น้ำมันเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก หากราคาน้ำมันแพง จะเกิดภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากทองคำถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อที่ดี 3. ค่าเงินดอลลาร์ เงินสกุลดอลลาร์เป็นสกุลเงินที่ใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายทั่วโลก เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำจะสูงขึ้น เพราะนักลงทุนจะหันมาถือครองทองคำเพื่อรักษามูลค่าของเงินแทน 4. อุปสงค์และอุปทาน ในช่วงที่มีความต้องการซื้อทองคำสูง เช่น ช่วงเทศกาลตรุษจีน ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกของตลาด วิธีการลงทุนในทองคำ การลงทุนทองคำในปัจจุบันมีช่องทางให้เลือกหลากหลาย ซึ่งแต่ละรูปแบบก็เหมาะกับนักลงทุนที่มีความต้องการและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบใหญ่ๆ ดังนี้ 1. ซื้อทองคำแท่ง/ทองรูปพรรณ วิธีที่ 1: ซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณกับร้านทอง - เหมาะสำหรับ: นักลงทุนที่มีเงินทุนจำนวนมาก ต้องการถือครองทองคำที่จับต้องได้ - ข้อควรคำนึง: ต้องมีที่เก็บรักษาที่ปลอดภัย เพราะมีความเสี่ยงเรื่องการสูญหาย - ทางเลือก: - ทองคำแท่ง: เหมาะสำหรับการลงทุน สามารถขายคืนได้ราคาตามน้ำหนัก - ทองรูปพรรณ: ต้องเสียค่ากำเหน็จ (ค่าทำรูปพรรณ) แต่สามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้ ราคารับซื้อคืนจะต่ำกว่าทองคำแท่งเล็กน้อย วิธีที่ 2: การทยอยออมทอง - วิธีการ: ทยอยซื้อสะสมทองคำผ่านแอปพลิเคชันของร้านทอง - จุดเด่น: ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูง (ประมาณ 1,000 บาทต่อครั้ง) - ความยืดหยุ่น: สามารถทยอยสะสมไปเรื่อยๆ จนครบจำนวนที่สามารถถอนเป็นทองคำได้ หรือจะขายผ่านแอปพลิเคชันเมื่อต้องการก็ได้ 2. ซื้อกองทุนรวม ประเภทที่ 1: กองทุนรวมทองคำ - ลักษณะ: กองทุนไทยที่นำเงินไปลงทุนต่อในกองทุนหรือ ETF ต่างประเทศที่ลงทุนในทองคำแท่ง เช่น SPDR Gold Trust - เหมาะสำหรับ: นักลงทุนที่มีเงินลงทุนไม่มาก ไม่ต้องการเก็บทองคำที่จับต้องได้ - ความเสี่ยง: อยู่ในระดับสูงมาก (ระดับ 8) และมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ประเภทที่ 2: กองทุน ETF ทองคำ - ลักษณะ: กองทุนรวมดัชนีที่อ้างอิงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในต่างประเทศ - จุดเด่น: ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ทุกวันในเวลาทำการ มีความคล่องตัวสูง 3. ซื้อหุ้นบริษัทที่ทำเหมืองทองคำ - เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีเงินลงทุนค่อนข้างสูง และยอมรับความเสี่ยงได้สูง - ข้อควรรู้: ต้องเปิดบัญชีลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ และแลกเงินสกุลต่างประเทศไปลงทุน - ความเสี่ยง: มีความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 4. ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures) - เหมาะสำหรับ: ผู้ลงทุนที่เข้าใจการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) - จุดเด่น: ใช้เงินลงทุนไม่มาก มีความคล่องตัวสูง - โอกาส: มีโอกาสทำกำไรได้มาก แต่ก็มีโอกาสขาดทุนได้มากเช่นกัน - กลยุทธ์: สามารถทำสัญญาซื้อล่วงหน้าเมื่อคาดว่าราคาจะเพิ่ม หรือทำสัญญาขายล่วงหน้าเมื่อคาดว่าราคาจะลดลง การลงทุนในทองคำมีหลากหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน นักลงทุนควรพิจารณาเลือกวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับเงินลงทุน ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป้าหมายการลงทุนของตนเอง ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การลงทุนในทองคำอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าของเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบกับ โค้ชหนุ่ม และ กาย สวิตต์ ได้ใน เงินทองของจริง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.45 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital ติดตาม CH7HD News และ TERO Digital ได้ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews_tero #เงินทองของจริง #TERODigital #CH7HDNews
Ch7HD News - ข่าวช่อง7
อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • TEROASIAเล่นอัตโนมัติ