โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สินค้าที่จะอยู่ได้ถึง 10 ปี! ขนมป๊อกกี้ แนวคิดธุรกิจอันน่าทึ่ง!

conomi

อัพเดต 27 พ.ย. 2566 เวลา 23.44 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2566 เวลา 00.00 น. • conomi.co

“สร้างสินค้าที่จะอยู่ได้ถึง 10 ปี’”คำสั่งของประธานผู้ก่อตั้งที่ลงมาหาพนักงานเหมือนของตกดังป๊อก! จนกลายมาเป็นสินค้ายอดฮิตอย่างขนม “ป๊อกกี้” ขนมที่เหมาะกับตอนท้องร้อง หรือจะแค่กินเพลิน ๆ จุบจิบให้ปากไม่ว่างก็เหมาะทั้งนั้น แต่มีใครรู้ไหมคะว่าแท้จริงแล้วป๊อกกี้มีที่มาอย่างไร? 11.11 วันของป๊อกกี้แบบนี้เราจะมาขยายให้ฟังค่ะ!

ป๊อกกี้ ตัวแทนของขนมญี่ปุ่น

Pocky หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “ป๊อกกี้” เป็นขนมที่ได้ชื่อเป็นตัวแทนของขนมญี่ปุ่นที่เป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก ด้วยปณิธานที่อยากจะแบ่งปันความสุขกับทุก ๆ คน แม้แต่ตอนที่ไปเที่ยวเมืองโอซาก้า และผ่านป้ายของ Ezaki Glico เรายังอยากกางแขนไชโยแบบคนที่มีความสุขเต็มเปี่ยมเหมือนในป้ายเลยใช่ไหมคะ

ป้ายไฟกูลิโกะ (Glico LED) อีกหนึ่งแลนมาร์กของโอซาก้า

การก่อตั้งบริษัท เอซากิ กูลิโกะ จุดกำเนิดไอเดียขนม “ป๊อกกี้”

ริอิจิ เอซากิ

ริอิจิ เอซากิ ผู้ก่อตั้งบริษัท Ezaki Glico

ป๊อกกี้วางขายครั้งแรกในปี 1966 สินค้าตัวหลักเป็นป๊อกกี้กล่องสีแดง รสช็อกโกแลต ผู้ถือเรือธงคือคุณริอิจิ เอซากิ (Riichi Ezaki, 江崎利一氏 ) ผู้ก่อตั้งและประธานของบริษัทเอซากิ กูลิโกะ (Ezaki Glico) ในขณะนั้น ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อเขาต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มจากบิสกิตยี่ห้อ บิสโก้ และขนมคาราเมลของกูลิโกะที่เป็นสินค้ายอดฮิตในเวลานั้น

สำนักงานกูลิโกะ

บริษัทเอซากิ กูลิโกะ ก่อตั้งในปี 1922 โดยเริ่มต้นด้วยการทำคาราเมลให้เป็น “ขนมที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม” และ “มีคุณค่าทางโภชนาการ” ในช่วงทศวรรษที่ 1930 บริษัทขยายกิจการไปสู่ธุรกิจบิสกิต และได้สร้างโรงงานในเมืองต้าเหลียน แมนจูเรีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่นในขณะนั้น กล่าวได้ว่าบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ในปี 1935 ทางบริษัทเริ่มติดป้ายไฟนีออนขนาดใหญ่ในย่านโดทงโบริ เมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำละครซีรีส์ที่ออกอากาศตอนเช้าเรื่อง “Ochoyan” ของ NHK อย่างไรก็ตาม ในช่วงสงคราม โรงงานในโตเกียวและโอซาก้าถูกทำลายจากการโจมตีทางอากาศ หลังสงครามจบลงบริษัทจึงต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ศูนย์เพราะสูญเสียโรงงานและทรัพย์สินทั้งในประเทศและต่างประเทศไปทั้งหมด

ความท้าทายป๊อกกี้เริ่มต้นขึ้นราวปี 1964 สองปีก่อนที่จะผลิตภัณฑ์จะออกวางขาย ในเวลานั้นประธานเอซากิออกคำสั่งที่เข้มงวดมากกับทีมพัฒนาสินค้า

“จงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าหลักที่จะขายต่อไปเป็นเวลา 10 ปีและมียอดขายปีละ 1 พันล้านเยน!”

อีกทั้งยังกล่าวว่า “อย่าแข่งขันกับผลิตภัณฑ์อันทรงพลังของคู่แข่ง ให้คิดถึงสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ด้วยเครื่องจักรที่มีอยู่ตอนนี้และสร้างสินค้าที่จะทำให้โรงงานมีปัญหา” หรืออีกนัยหนึ่งคือให้ทำสิ่งที่ทำลายขีดความสามารถแบบเดิม ๆ ของตนเองและพัฒนาสิ่งใหม่ขึ้นมานั่นเอง

ป๊อกกี้มีที่มาจากช็อกโกแลตแท่งที่หักดังป๊อก!

ป๊อกกี้

ในตอนนั้นช็อกโกแลตบาร์กำลังเป็นสินค้าในกระแสหลัก ทีมพัฒนาสินค้าจึงมุ่งมั่นที่จะสร้าง “ช็อกโกแลตแท่ง (chocolate stick) “ ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก และทำสินค้าต้นแบบเสร็จสมบูรณ์ในปี 1965 ในตอนแรก ทางทีมพิจารณาว่าจะเคลือบช็อกโกแลตทั้งแท่งและห่อช็อกโกแลตแต่ละแท่งด้วยกระดาษสีเงิน แต่เปลี่ยนใจไม่ทำเพราะเห็นว่าจะทำให้มือเลอะเทอะตอนรับประทาน ส่วนในแง่ของการผลิตก็ทำจะให้ประสิทธิภาพลดลง และยังเป็นการเพิ่มต้นทุนให้สูงขึ้นอีก

หลังจากการลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ทีมก็เกิดแนวคิดที่จะไม่เคลือบช็อคโกแลตตรงช่วงปลายที่จับ แม้ฟังเผิน ๆ แนวคิดนี้อาจจะดูเรียบง่าย แต่กลับกลายเป็นว่าได้รับการชื่นชมว่าเป็นนวัตกรรมสุดล้ำและกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะเป็นการเปิดทางให้ผู้คนได้สัมผัสกับวิถีการกินแบบใหม่เวลาอยากจะเพลิดเพลินกับขนมหวานในช่วงเวลาดื่มชา

ชื่อผลิตภัณฑ์ตอนที่เป็นสินค้าต้นแบบคือ “CHOCO-TECK” ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นผู้บริโภคเดินไปด้วยกินขนมไปด้วยได้ ทว่าก็มีความเห็นตามมาว่าสินค้าน่าจะประสบความสำเร็จมากขึ้น หากเน้นย้ำถึงเสียงจังหวะเวลาขนมหักดังป๊อก จึงทำการสรุปชื่อใหม่ได้ว่า ”ป๊อกกี้” และป๊อกกี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะสินค้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าหลังจากเปิดตัวในปี 1966

ป๊อกกี้

หลังจากนั้นเป็นต้นมาความต้องการรสชาติอื่น ๆ นอกเหนือจากช็อกโกแลตก็เพิ่มมากขึ้น จึงมี Almond Pocky ออกวางจำหน่ายในปี 1971 ตามมาด้วย Strawberry Pocky ซึ่งเปิดตัวในปี 1976 โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคเด็ก ๆ ที่เป็นแฟนตัวยงของแบรนด์

พอเข้าสู่ปี 1974 บริษัทก็ได้ทำการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากแนวนอนมาเป็นแนวตั้งเพื่อให้ถือแบ่งแชร์กันได้ง่ายขึ้น ด้วยความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับป๊อกกี้และมีความสุขเมื่อได้แบ่งปันขนมกับครอบครัว เพื่อน หรือได้ใช้เป็นโอกาสเริ่มบทสนทนากับเพื่อนร่วมงาน

この投稿をInstagramで見る

おうちごはん編集部(@ouchigohan.jp)がシェアした投稿

การพัฒนาสินค้ายังทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีรายงานจากตัวแทนฝ่ายขายของบริษัทว่าร้านอาหารบางแห่งใช้ป๊อกกี้แทนการใช้ไม้คนวิสกี้และค็อกเทล บริษัทได้นำข้อมูลนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และนำเสนอวิธีใหม่ในการเพลิดเพลินกับป๊อกกี้ ด้วยแนวคิด “Pocky on the Rocks” ที่เพิ่มความสุนทรีย์ให้กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น

เริ่มขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

ป๊อกกี้ , กูลิโกะ

บริษัทเอซากิ กูลิโกะพยายามขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษ 1960 โดยมีจุดหมายแรกที่ประเทศฮ่องกง

ต่อมาในปี 1970 ได้ก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย และในปี 1980 ได้ขยายธุรกิจไปยังอินโดนีเซียและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัทได้ขยายไปสู่ประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์ เช่นเดียวกับฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน และเกาหลีใต้ ในปี 2021 ได้เติบโตขึ้นเป็นแบรนด์ระดับโลกที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคในกว่า 30 ประเทศ

สำหรับประเทศที่อยู่ในพื้นที่เขตร้อน เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ช็อกโกแลตมีจุดหลอมเหลวที่สูงขึ้นเพื่อทำให้ละลายได้ยากขึ้น

แม้ว่าบริษัทเอซากิ กูลิโกะจะไม่ได้เปิดเผยยอดขายของป๊อกกี้ แต่ Guinness World Records ได้บันทึกว่าป๊อกกี้เป็นบิสกิตเคลือบช็อคโกแลตที่ขายดีที่สุดระดับสร้างสถิติโลก! โดยจากข้อมูลของ Guinness Book of World Records ยอดขายประจำปีของป๊อกกี้ทั่วโลกในปี 2019 อยู่ที่ 589.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 64 พันล้านเยน เทียบเท่ากว่า 20% ของยอดขายทั้งกลุ่มของบริษัทเอซากิ กูลิโกะ ในปีเดียวกัน (288.1 พันล้านเยน)

เดินหน้าส่งมอบความสุขให้ผู้คนทั่วโลก

ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาตั้งแต่ปี 2019 ผู้คนได้ถูกจำกัดบริเวณและต้องงดการออกไปข้างนอก ทั้งการทำงานจากที่บ้านและการรักษาระยะห่างทางสังคม วิถีแบบนี้ไม่ใช่แนวปฏิบัติที่เกิดแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้นแต่เป็นกันทั่วโลก ทว่าวันเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้จะยิ่งเป็นแรงกระตุ้นความต้องการแบ่งปันความสุขให้แก่กันของป๊อกกี้เพิ่มมากขึ้น เพราะแบรนด์อยากสนับสนุนเรื่องการเชื่อมสายใยของผู้บริโภคกับคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวและเพื่อนฝูง แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานเพื่อบรรเทาความหดหู่เศร้าหมองจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากโรคระบาด

この投稿をInstagramで見る

江崎グリコ ダイレクトショップ公式(@glico_direct)がシェアした投稿

จะเห็นได้ว่าแนวคิดของผู้ก่อตั้ง คุณริอิจิ เอซากิ นั้นไปไกลกว่าที่คาดคิดมาก เพราะความตั้งใจที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ให้อยู่นานกว่า 10 ปีนั้นนานเกินความคาดหมายและยังเป็นที่นิยมไปในระดับโลก

เรียบเรียงโดย Puk
ที่มา : smbiz.asahi.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...