โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“กิจพณ” ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัด รธน. หนุน SET พุ่ง ชี้ GUNKUL-GPSC รับอานิสงส์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นผลดีในเชิงจิตวิทยาต่อตลาดหุ้น มากกว่าผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจโดยตรง

นายกิจพณ กล่าวว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนของ พ.ร.ก. ครึ่งแรก ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ส่วนของครึ่งหลังที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างพลังงาน จะไม่ได้มีผลดีต่อ GDP โดยตรง เพียงแต่ว่าในด้านตลาดอาจเกี่ยวข้องกับหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน ไฟฟ้า และสาธารณูปโภค ขณะเดียวกัน หากมีนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานในลักษณะการให้สิทธิ์ในการติดตั้งโซลาร์ การผ่อนชำระกับธนาคาร หรือต้นทุนการเงินที่ต่ำ ก็อาจส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว นายกิจพณ กล่าวว่า ระยะสั้นหุ้นกลุ่มไฟฟ้ามีแนวโน้มได้รับผลบวก โดยเฉพาะ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC นอกจากนี้ ยังมองว่ากลุ่มสาธารณูปโภค และกลุ่มธนาคารมีโอกาสได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB

ส่วนผลจากมติศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ในประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนั้น นายกิจพณ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างพลังงานเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลจะดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้แหล่งเงินใดเข้ามาสนับสนุน เมื่อ พ.ร.ก.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีความเป็นไปได้ที่จะมีนโยบายหรือการใช้เงินจาก พ.ร.ก.ดังกล่าวเข้ามาสนับสนุน โดยโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว ควรเกิดขึ้นภายใน 1 ปี หรือไม่เกิน 18 เดือน ซึ่งอาจช่วยสร้างแรงส่งต่อกิจกรรมของหุ้นที่เกี่ยวข้องในช่วงปีนี้ถึงปีหน้า

ขณะเดียวกัน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จากนี้หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว

โดยแนวทางเบื้องต้นต้องเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เช่น กระทรวงคมนาคมเสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถขนส่งสาธารณะ เพื่อเปลี่ยนยานพาหนะไปสู่พลังงานแบบ EV หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเงินดาวน์ให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะเสนอโครงการเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ

ทั้งนี้ โครงการจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และสามารถตรวจสอบได้ ขณะที่เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ใช้วงเงินไปแล้ว 170,000 ล้านบาท เพื่อการเยียวยาเศรษฐกิจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“อนุทิน” ขอบคุณศาล รธน. ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ย้ำใช้ทุกบาทคุ้มค่า

“คลัง” กางแผน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด

ฉลุย! ศาล รธน. ไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...