“กิจพณ” ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัด รธน. หนุน SET พุ่ง ชี้ GUNKUL-GPSC รับอานิสงส์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นผลดีในเชิงจิตวิทยาต่อตลาดหุ้น มากกว่าผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจโดยตรง
นายกิจพณ กล่าวว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนของ พ.ร.ก. ครึ่งแรก ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ส่วนของครึ่งหลังที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างพลังงาน จะไม่ได้มีผลดีต่อ GDP โดยตรง เพียงแต่ว่าในด้านตลาดอาจเกี่ยวข้องกับหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน ไฟฟ้า และสาธารณูปโภค ขณะเดียวกัน หากมีนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานในลักษณะการให้สิทธิ์ในการติดตั้งโซลาร์ การผ่อนชำระกับธนาคาร หรือต้นทุนการเงินที่ต่ำ ก็อาจส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารได้อีกทางหนึ่ง
สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว นายกิจพณ กล่าวว่า ระยะสั้นหุ้นกลุ่มไฟฟ้ามีแนวโน้มได้รับผลบวก โดยเฉพาะ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC นอกจากนี้ ยังมองว่ากลุ่มสาธารณูปโภค และกลุ่มธนาคารมีโอกาสได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB
ส่วนผลจากมติศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ในประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนั้น นายกิจพณ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างพลังงานเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลจะดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้แหล่งเงินใดเข้ามาสนับสนุน เมื่อ พ.ร.ก.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีความเป็นไปได้ที่จะมีนโยบายหรือการใช้เงินจาก พ.ร.ก.ดังกล่าวเข้ามาสนับสนุน โดยโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว ควรเกิดขึ้นภายใน 1 ปี หรือไม่เกิน 18 เดือน ซึ่งอาจช่วยสร้างแรงส่งต่อกิจกรรมของหุ้นที่เกี่ยวข้องในช่วงปีนี้ถึงปีหน้า
ขณะเดียวกัน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จากนี้หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว
โดยแนวทางเบื้องต้นต้องเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เช่น กระทรวงคมนาคมเสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถขนส่งสาธารณะ เพื่อเปลี่ยนยานพาหนะไปสู่พลังงานแบบ EV หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเงินดาวน์ให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะเสนอโครงการเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ
ทั้งนี้ โครงการจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และสามารถตรวจสอบได้ ขณะที่เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ใช้วงเงินไปแล้ว 170,000 ล้านบาท เพื่อการเยียวยาเศรษฐกิจ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“อนุทิน” ขอบคุณศาล รธน. ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ย้ำใช้ทุกบาทคุ้มค่า
“คลัง” กางแผน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
ฉลุย! ศาล รธน. ไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ