โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จ่าเหน่ง ปลูกพืชผักอินทรีย์วิถีมั่นคง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ธ.ค. 2565 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2565 เวลา 21.02 น.

การปลูกพืชผักอินทรีย์ เมื่อไม่ใช้สารเคมีแต่ใช้ปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืชที่ผลิตด้วยวัสดุธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ได้พืชผักสะอาดปลอดภัยบริโภค จ่าเหน่งเป็นเกษตรกรนักสู้ที่ได้เปลี่ยนวิถีเกษตรเคมีมาปลูกพืชผักอินทรีย์กระทั่งประสบความสำเร็จ สามารถเพิ่มผลผลิตผักอินทรีย์ได้มากขึ้น ผักอินทรีย์ส่วนหนึ่งเป็นอาหารในครัวเรือน อีกส่วนหนึ่งนำออกขาย ทำให้มีรายได้และมีวิถีที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่องราวมาบอกเล่าสู่กัน

จ่าเหน่ง หรือ เรืออากาศตรีบัญชา เพ็ชรรักษ์ ผู้ปลูกพืชผักอินทรีย์ เล่าให้ฟังว่า ปี 2553 เริ่มทำการเกษตรเคมี ได้ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ผลผลิตที่ได้นำมาเป็นอาหารในครัวเรือนและขาย ปี 2557 ได้ใช้สารเคมีน้อยลงเพื่อสุขภาพดีของทุกคน และปี 2560 เปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์หรือปลูกพืชผักอินทรีย์หลายชนิด พื้นที่ 1 ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี นักวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานอื่น ทำให้ทุกวันนี้การทำเกษตรหรือปลูกพืชผักอินทรีย์ประสบความสำเร็จ ปลอดภัยทั้งผู้ผลิต/ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ซึ่งขั้นตอนการปลูกผักอินทรีย์ มีดังนี้

เตรียมความพร้อม…เตรียมใจ ยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ทั้งโรค/แมลง ผลผลิตไม่สวยและลดลง ต้องวางแผนแปลงหรือระบบน้ำให้สะดวกต่อการดูแล หรือปลูกหมุนเวียนเพื่อให้ได้ผลผลิตตลอดปี

ผลิตปุ๋ยหมัก… วัสดุที่ใช้ แกลบดิบ 2 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วน มูลสัตว์ 1 ส่วน น้ำหมัก รำละเอียด และสารเร่ง พด. 1 (เป็นจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร) วิธีทำได้นำวัสดุที่เตรียมเทลงไปบนพื้นที่แล้วผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน รดน้ำให้ชุ่ม ใส่น้ำหมักและสารเร่ง พด. 1 แล้วหมักไว้ 1 เดือน ระหว่างหมักได้กลับกองปุ๋ยสัปดาห์ละครั้ง จากนั้นตักปุ๋ยหมักใส่ถุงเก็บไว้เพื่อเตรียมนำไปใช้ปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์

เตรียมดินแปลงปลูก…ได้นำหน้าดิน 3 กระสอบ ปุ๋ยหมัก 3 กระสอบ มะพร้าวสับและขุยมะพร้าว ชนิดละ 1 กระสอบ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 5-7 วัน คอยตรวจค่าความเป็นกรดเป็นด่าง หรือค่า pH ด้วย

ผลิตน้ำหมักรกหมู… นำรกหมู 5-6 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 ลิตร และน้ำเปล่า 30 ลิตร ใส่ในถังหมักผสมคลุกเคล้ากัน ใส่สารเร่ง พด. 1 จำนวน 1 ซอง ลงไปผสม ปิดฝาหมักไว้ 2 เดือน เมื่อรกหมูย่อยสลายได้เติมน้ำมะพร้าวลงไป 60-80 ลิตรหมักไว้ 6 เดือน การหมักก็สมบูรณ์

วิธีใช้ นำน้ำรกหมู 20-40 ซีซี ผสมน้ำ 10 ลิตร นำไปรดต้นผัก 5-7 วัน ต่อครั้ง จะช่วยบำรุงราก ต้น ใบ ดอก หรือผล แข็งแรงโตเร็ว สมบูรณ์ และงดใช้ก่อนเก็บเกี่ยวในสัปดาห์สุดท้าย

ผลิตน้ำหมักปลา…นำปลามาผสมกับกากน้ำตาลและสับปะรด อัตรา 1 ต่อ 1 แล้วใส่สารเร่ง พด. 2 หมักไว้ 2 เดือน เมื่อย่อยสลายดีแล้วได้เติมน้ำมะพร้าวให้เกือบเต็มถังหมัก แล้วหมักต่ออีก 6 เดือน

วิธีใช้ ในการเตรียมดินได้นำน้ำหมักปลา 500 ซีซี ผสมกับน้ำ 10 ลิตร นำไปรดบนแปลงปลูก

จ่าเหน่ง เล่าให้ฟังอีกว่า ได้ผลิตสารชีวภัณฑ์ เพื่อป้องกันโรค/แมลง ดังนี้

1. ผลิตไตรโคเดอร์ม่า… เพื่อกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อรา วัสดุที่ใช้ กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม หัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่า 20 กรัม น้ำ 20 ลิตร วิธีทำ นำน้ำและกากน้ำตาลใส่ในถังผสมกัน แล้วเติมหัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่าลงไปผสม หมักไว้ 48 ชั่วโมง วิธีใช้ นำไตรโคเดอร์ม่า 1 ลิตร ผสมกับน้ำ 10 ลิตร ไปรดเพื่อเตรียมดินแปลงปลูก หรือไตรโคเดอร์ม่า 1 ลิตร ผสมกับน้ำ 10 ลิตร นำไปรดต้นผักในช่วงเย็น หากพบมีอาการโรครากเน่า/โคนเน่า ต้องเพิ่มความเข้มข้นเท่าตัว

2. ผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย+เมธาไรเซียม… เพื่อกำจัดหนอนศัตรูผัก วัสดุที่ใช้ แป้งข้าวโพด 400 กรัม น้ำ 10 ลิตร หัวเชื้อราบิวเวอเรีย 20 กรัม วิธีทำ นำน้ำ 9 ลิตร ไปต้มให้เดือด และนำน้ำ 1 ลิตร ละลายแป้งข้าวโพดแล้วเทใส่น้ำต้มเดือด ใช้ไม้คนให้แป้งสุก ปล่อยให้เย็นแล้วเติมหัวเชื้อราบิวเวอเรียลงไปผสม ปิดฝาไว้ 48 ชั่วโมง

วิธีใช้ เมื่อพบหนอนหรือเพลี้ยอ่อนเริ่มเข้าทำลาย ให้นำเชื้อราบิวเวอเรีย 20-40 ซีซี ผสมกับน้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นตอนเย็นทุกวัน

3. ผลิตเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัสทิงยูเรซิส (BT…) เพื่อกำจัดหนอน วัสดุที่ใช้ น้ำเต้าหู้ 5 ลิตร หัวเชื้อแบคทีเรียฯ 20 กรัม กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม วิธีทำ นำน้ำเต้าหู้และหัวเชื้อแบคทีเรียฯ ใส่ภาชนะผสมให้เข้ากัน หมักไว้ 48 ชั่วโมง

วิธีใช้ เมื่อพบหนอนศัตรูผักเริ่มเข้าทำลาย นำเชื้อแบคทีเรียฯ 20-40 ซีซี ผสมกับน้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นตอนเย็นทุกวัน หากมีการระบาดรุนแรงให้เพิ่มความเข้มข้นเท่าตัว

4. ผลิตไส้เดือนฝอย… เพื่อกำจัดหนอน ด้วงหมัดผัก และด้วงตับเต่า วัสดุที่ใช้ หัวเชื้อ น้ำมันหมู 130 มิลลิลิตร ไข่ 4-5 ฟอง น้ำสะอาด 260 มิลลิลิตร ฟองน้ำหั่นเป็นลูกเต๋า 20 กรัม กะละมัง ถุงพลาสติกใสอย่างหนา ขนาด 6×9 นิ้ว วิธีทำ นำไข่ น้ำมันหมู น้ำ ใส่ภาชนะผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปคลุกเคล้ากับฟองน้ำแล้วแบ่งใส่ถุง พับถุงให้เป็นสามเหลี่ยม พับเป็น 2 ทบ กว้าง 1 เซนติเมตร เย็บปากถุง นำไปนึ่งในหม้อนึ่งฆ่าเชื้อ พักไว้ให้เย็น

วิธีใช้ นำไส้เดือนฝอยที่ผสมแล้วไปฉีดพ่นหรือราดที่แปลงผักในช่วงเย็น จะช่วยกำจัดศัตรูผักได้อย่างรวดเร็ว

การเพาะกล้าและปลูก… ได้เพาะกล้าผักด้วยการโรยเมล็ดพันธุ์ผักในแปลงเพาะกล้า เมื่องอกได้ 6-7 วัน ได้นำไปแต้มในถาดหลุม รดน้ำเช้า-เย็น เพาะเลี้ยงอีก 10-15 วัน เมื่อต้นกล้าแข็งแรงได้ถอนนำไปปลูกในช่วงเย็นทุกสัปดาห์ ก่อนปลูกได้รดน้ำแปลงปลูกให้พอชุ่ม นำต้นกล้าลงปลูก เช่น ผักสลัด/ผักกาดขาว ได้ปลูกระยะห่าง 20-25 เซนติเมตร หรือผักกวางตุ้งได้ปลูกระยะห่าง 10-15 เซนติเมตร จากนั้นให้ต้นผักได้รับน้ำแต่พอเพียง

การเก็บเกี่ยวและขาย… ได้ปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาทุกวัน เช้า-เย็น ให้น้ำแต่พอเพียง ได้รดน้ำหมักรกหมูหรือน้ำหมักปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อพบโรค/แมลง จะต้องรีบกำจัด เมื่อต้นผักเติบโตสมบูรณ์ได้เก็บเกี่ยว ล้างทำความสะอาด ชั่งน้ำหนัก บรรจุใส่ถุง นำไปขายที่ตลาดเกษตรกร จังหวัดสิงห์บุรี ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.00-10.00 น. หรือวางขายที่บ้านด้วย ทำให้มีรายได้จากการขายพืชผักอินทรีย์ 10,000-12,000 บาท ต่อเดือน พอเพียงต่อการยังชีพ

ความสำเร็จ… จ่าเหน่ง ได้รับใบประกาศเกียรติคุณปราชญ์เกษตรของแผ่นดินดีเด่น ระดับเขต ปี 2563 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกษ. 9000 1-2552 หรือได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาการปฏิบัติการเกษตรที่ดีสำหรับพืช หรือ GAP ดีเด่น จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จากเรื่องราว จ่าเหน่ง ปลูกพืชผักอินทรีย์วิถีมั่นคง เป็นวิถีที่ทำให้ทั้งผู้ปลูกและผู้กิน สิ่งแวดล้อมปลอดภัย มีสุขภาพดี ผู้ปลูกมีรายได้จากการขายผักอินทรีย์มีความมั่นคงต่อการดำรงชีพ สนใจสอบถามเพิ่มได้ที่ จ่าเหน่ง หรือ เรืออากาศตรีบัญชา เพ็ชรรักษ์ ที่ 20/1 หมู่ที่ 6 ตำบลโพกรวม อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โทร. 081-2919-687 หรือที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี โทร. 036-510-530 ก็ได้ครับ

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...