โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ไหม? การเก็บยาในตู้เย็น ควรเก็บไว้บริเวณไหน ปลอดภัย มากที่สุด

MThai.com

เผยแพร่ 25 ก.พ. 2562 เวลา 01.13 น.
การเก็บยาที่ถูกวิธีจะช่วยให้ยามีประสิทธิภาพและยาไม่เสื่อมก่อนหมดอายุ

การเก็บยาที่ถูกวิธีจะช่วยให้ยามีประสิทธิภาพและยาไม่เสื่อมก่อนหมดอายุ ที่สำคัญควรอ่านสลากยารวมถึงคำแนะนำในการเก็บรักษายาเพราะยาแต่ละชนิดมีวิธีเก็บรักษาที่แตกต่างกันไป การเก็บรักษายาที่ถูกต้องมีความสำคัญมากเพราะหากยาเสื่อมอายุแล้วนำมารับประทานอาจผลส่งต่อร่างกายได้

การเก็บยาบางชนิดควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะจะช่วยไม้ให้ยาเสื่อมสภาพ ซึ่งหลายคนมักเก็บยาไว้บริเวณประตูของตู้เย็นเพราะหยิบง่ายและสะดวก นี่คือวิธีการเก็บยาในตู้เย็น ที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

เพราะอุณหภูมิตรงประตูตู้เย็นจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และอุณหภูมิอาจไม่เย็นมากพอเพราะเราเปิด-ปิดตู้เย็นเพื่อหยิบของอยู่ตลอดเวลา

ใต้ช่องแช่แข็ง

ถัดลงมาจากช่องแช่แข็งจะเป็นชั้นบนสุดซึ่งมีความเย็นมากเกินไปจนทำให้เป็นน้ำแข็งได้ อาจทำให้ยาเสื่อมคุณภาพได้

ไม่เก็บยาไว้ช่องล่างสุด

ช่องล่างสุดซึ่งเป็นช่องที่แช่ผัก อุณหภูมิอาจจะไม่เย็นเพียงพอสำหรับการเก็บรักษายา

ควรเก็บยาชั้นกลางของตู้เย็น

ชั้นกลางของตู้เย็นอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ตลอดเวลา จึงเหมาะที่จะเก็บรักษายามากที่สุด และควรเก็บใส่กล่องยาแยกต่างหาก ควรเก็บยาในตู้เย็นในช่องธรรมดาที่มีอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส

วัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์

หากไม่แน่ใจว่าตู้เย็นอุณหภูมิเท่าไร ให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่วัดอุณหภูมิได้ทั้งค่าบวกและลบไว้บริเวณกลางตู้เย็น ตู้เย็นควรมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 2-8 องศาเซลเซียส

การเก็บยาที่ดี

  • ควรเก็บไว้ที่ไม่ถูกแสงแดด ความร้อน ความชื้น
  • ยาที่บรรจุอยู่ในแผงไม่ควรแกะออกมาใส่กล่อง เพราะจะได้รู้ระยะเวลาที่ควรเก็บยาจากสลากของยานั้นๆ
  • ห้ามเก็บยาไว้หลังตู้เย็น เพราะมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงจะทำให้ยาเสื่อมได้
  • ห้ามทิ้งยาไว้ในรถยนต์ เพราะอุณหภูมิในรถร้อนมากจนทำให้ยาเสื่อมได้ง่าย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...