โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พล.อ.เปรม’ จากไปมีคนจดจำ

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 มิ.ย. 2562 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2562 เวลา 17.00 น. • The Bangkok Insight

มีผู้กล่าวเชิดชู พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ผู้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเช้าของวันที่   26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ด้วยวัย 99ปี  ในแง่มุมต่างๆไว้มากมาย โดยเฉพาะผลงานช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างปี 2523 -2529 ( 3 สมัย) ที่พล.อ.เปรมได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้นำประเทศไทยออกจากวิกฤติสงครามกลางเมือง จากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และเปลี่ยนสถานะประเทศ จากเศรษฐกิจติดลบมาสู่ความโชติช่วงชัชวาล

ภาพ : นิติกร กรัยวิเชียร, เฟซบุ๊กเพจ เรารัก “ป๋า” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ช่วงเวลา 8 ปี 5เดือนโดยประมาณในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐบาลเปรมถูกระหนาบทั้งวิกฤติการเมือง และเศรษฐกิจ 

เร่งยุติสงคราม ระหว่างคอมมิวนิสต์กับรัฐ หรือไทยรบไทย ที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี คือความตั้งใจแรกๆ ของพล.อ.เปรม   

ไม่กี่เดือนหลังนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในเดือนมีนาคม 2523 พล.อ.เปรมออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี เลขที่ 66/2523เรื่อง นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ โดยเน้นการเมืองนำการทหาร เพื่อยุติสถานการณ์สงครามปฏิวัติของคอมมิวนิสต์

นายแพทย์เหวง  โตจิราการอดีตสหายคนหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กบอกกล่าวบางแง่มุมของพล.อ.เปรมไว้ว่า  พล.อ.เปรม มีคุณงามความดีต่อแผ่นดินหลายประการ  โดยการยุติสงครามกลางเมืองที่สู้รบกันมาอย่างยาวนาน ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ 2508 กับรัฐบาลไทย ยุติได้สิ้นเชิงประมาณปี 2528 รวม 20 ปี ด้วยคำสั่งนายกรัฐมนตรี66/2523 …………..

“……แล้วทำให้ทหารป่าคืนเมืองและเกิดสถานการณ์ป่าแตกในที่สุด ถ้าไม่มีนายกฯ ชื่อพล.อ.เปรมจะนำความปรองดอง สมานฉันท์ และสันติสุข คืนมาสู่ประเทศไทยและระหว่างประชาชนไทยได้สงบเรียบร้อนราบรื่นเช่นนี้หรือ”   นายแพทย์เหวงโพสต์ไว้ตอนหนึ่ง

ด้านเศรษฐกิจ พล.อ.เปรม มี สมหมาย ฮุนตระกูล เป็นรัฐมนตรีคลังคู่ใจ เสนาะ อูนากุล เป็นเลขาฯ สภาพัฒน์ฯ และคณะที่ปรึกษา ดร.วีระพงษ์ รามางกูร เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสารประเด็นทางเศรษฐกิจระหว่าง พล.อ.เปรม กับสมหมาย รัฐมนตรีคลัง

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยเวลานั้น  ถูกรุมเร้าจากปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน  ด้านหนึ่งมาจากวิกฤติน้ำมัน ครั้งที่ 2ชาวบ้านมีปัญหาค่าครองชีพ  เสถียรภาพเศรษฐกิจง่อนแง่น  ประเทศขาดดุลการค้า  ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง การคลังง่อนแง่น และยังได้รับผลจากวิกฤติสถาบันการเงินจากพิษราชาเงินทุน แถมด้วยวิกฤติแชร์ชม้อยที่ดูดเงินออกจากระบบ สร้างความปั่นป่วนให้ระบบการเงินเป็นอย่างยิ่ง 

“ ….การขาดเสถียรภาพทางการเงินระหว่างประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดรุนแรงสุดในปี 2526  เมื่อการขาดทุนบัญชีเดินสะพัดมีค่าสูงถึงร้อยละ 7 ของรายได้ประชาชาติ มูลค่าเงินสำรองของทางการลดเหลือเพียงเท่ากับมูลค่าการนำเข้าสินค้า 3เดือน และหนี้ต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”  (50ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย 2485 -2535)

สถานะเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลานั้นเหมือนบริษัทที่ต้องเข้าแผนฟื้นฟู แบงก์ชาติต้องประกาศลดค่าเงินบาท 2 ครั้ง ในปี 2524และปี 2527รัฐบาลต้องกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)   และธนาคารโลก มาหนุนเสถียรภาพ และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 

วิกฤติสถาบันการเงินรุนแรงอย่างถึงที่สุดแบงก์หลายแห่งถูกยุบควบรวม แบงก์ชาติต้องออกโครงการทรัสต์ 4 เมษา ฯ มาป้องกัน ไฟแนนซ์ล้ม

การตัดสินใจลดค่าเงินบาทครั้งที่ 2  มีผู้เสียผลประโยชน์ และนำพล.อ.เปรมไปสู่การเผชิญหน้ากับบิ๊กทหารเวลานั้น เมื่อ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบก ขณะนั้นออกทีวี เรียกร้องให้รัฐบาลปรับค่าเงินบาทให้มาอยู่ที่เดิม ทำเอาบรรยากาศคืนวันลอยกระทงปีนั้นกร่อยไปถนัด  แต่พล.อ.เปรมยืนกราน

ปี 2528 พันเอกมนูญ รูปขจร ทำรัฐประหารพล.อ.เปรม แต่ล้มเหลว นับเป็นครั้งที่สอง หลังกลุ่มยังเติร์ก พยายามรัฐประหารพล.อ.เปรม  ในปี 2524 ( เมษาฮาวาย)   

 ปี 2529พล.อ.อาทิตย์ ถูกปรับตำแหน่งเหลือตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดตำแหน่งเดียว จากเดิมนั่งควบกับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก สมญาที่สื่อมวลชนเรียกพล.อ.เปรมว่า นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และปีเดียวกันนั้นปัญหาเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย  ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี

ช่วงรัฐบาลเปรมรับมือกับคลื่นเศรษฐกิจ การเมือง และความพยามยามในการทำรัฐประหารนั้น ปี  2524พล.อ.เปรม กดปุ่มนับหนึ่งโครงการอีสต์เทิร์นซีบอร์ด ซึ่งกลายเป็นแม่เหล็กดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ และขุมพลังทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงหลายทศวรรษต่อมา

ในปี 2531 ที่พล.อ.เปรม บอก “ผมขอพอ” กับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่เป็นนายกฯ คนต่อมานั้น เศรษฐกิจขยายตัว 13.2 % ( ปี 2532 ขยายตัว 12 % และ ขยายตัว 10% ในปี 2533)

แม้ช่วงเวลาของรัฐบาลเปรมถูกเรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือกล่าวในเชิงเสียดสีว่า เปรมาธิปไตย หากคุณูปการจากนโยบายที่ขับเคลื่อนช่วง 8 ปี 5เดือน ของรัฐบาลเปรมภายใต้การนำของพล.อ.เปรม  ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ยังส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน    

พล.อ.เปรม จากไปแล้ว แต่เรื่องราวของบุรุษผู้อุทิศตัวเพื่อชาติ และสถาบัน ด้วยอุดมการณ์ “เกิดมาต้องแทนคุณแผ่นดิน” ยังเป็นที่ถูกจดจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...