โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ "กล้อง" ชนะทุกสิ่ง OPPO เบียดขึ้นเบอร์ 1

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 21 ก.พ. 2562 เวลา 01.41 น.

ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยยังแข่งดุเดือด แต่ละแบรนด์ทุ่มเงินไม่อั้นชิงมาร์เก็ตแชร์ แบบ “หายใจรดต้นคอ” กันสุด ๆ

ล่าสุด OPPO โดย “ชานนท์ จิรายุกุล”รองประธานกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ออกมาประกาศชัดว่า ยอดขายไตรมาส 4 ปี 2561 “OPPO” ได้ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1

ตลาดสมาร์ทโฟนไทยเรียบร้อยด้วยมาร์เก็ตแชร์ 22.2% และถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โตขึ้นถึง 69.8%

โดยอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิจัย Canalys ที่สำรวจตลาดสมาร์ทโฟนในไทย ซึ่งระบุว่าไตรมาส 4 มียอดขายสมาร์ทโฟนในไทย 4.9 ล้านเครื่อง ลดลง 13.6% จากช่วงเดียวกันของ

ปี 2560 ขณะที่ทั้งปี 2561 มียอดขายสมาร์ทโฟน 19.2 ล้านเครื่อง ลดลงจากปีก่อนหน้า 8.6% ทั้งระบุว่า OPPO เติบโตขึ้นเป็นอันดับ 1 ครั้งแรก ตามด้วย “ซัมซุง” ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 21.1% “หัวเว่ย”อยู่อันดับ 3 ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 13.1% ตามด้วย “วีโว่” 12.7% และ “แอปเปิล”ส่วนแบ่งการตลาด 8.6%

เกือบ 10 ปีของ OPPO เติบโตมั่นคง กราฟค่อย ๆ พุ่งขึ้น ก่อนเป็นอันดับ 1 จากการเจาะตลาดไฮเอนด์ด้วยรุ่นเรือธงอย่าง OPPO Find X

“สิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบคือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ของ OPPO เรื่องกล้องที่ไม่ใช่เด่นแค่กล้องเซลฟี แต่ได้พัฒนากล้องหลังประสิทธิภาพสูง ทั้งแบบพอร์เทรตและในที่แสงน้อย หรือ TOF 3D Camera นวัตกรรมถ่ายภาพ 3 มิติที่สามารถวัดระยะผู้ถ่ายกับวัตถุ หรือ 3D structured light การจับแสงในรูปแบบ 3 มิติที่นำมาใช้ปลดล็อกเครื่องด้วยการสแกนใบหน้าและการชาร์จแบตเตอร์รี่เร็วขึ้นด้วย SuperVOOC Flash Charge แค่ 10 นาที เพิ่มแบตเตอรี่ได้ถึง 40%”

ที่ผ่านมา OPPO ได้ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา 7 แห่งทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย และ 4 แห่งในจีน ด้วยงบประมาณราว 18,508 ล้านบาท เพื่อค้นคว้าวิจัยและจดสิทธิบัตรใหม่ ๆ พร้อมลงทุนเพื่อเทคโนโลยี 5G ในอนาคต

ขณะที่ “บริการหลังการขาย” เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้ก้าวขึ้นเบอร์ 1 ด้วยศูนย์บริการ 48 แห่งทั่วประเทศ มีบริการซ่อมด่วนภายใน 1 ชั่วโมง บริการรับส่งเครื่องซ่อมถึงมือลูกค้า ตรวจเช็กสภาพเครื่องและอัพเกรดซอฟต์แวร์

ความท้าทายปีนี้ คือ “การรักษาอันดับให้มั่นคง” โดยมุ่งจะเจาะตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ (ราคา 20,000 บาทขึ้นไป) หลังจากที่มักเน้นตลาดระดับกลางลงมา ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ได้มากขึ้น

โดยปีนี้จะมีสมาร์ทโฟนเปิดตัวราว 12 รุ่นเป็นไฮเอนด์ 2-3 รุ่น

ด้านภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้ คาดว่าจะมีสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่เกินเลขหลักเดียว เนื่องจากตลาดเริ่มอิ่มตัว

“ทุกแบรนด์แข่งกันเรื่องนวัตกรรม แต่ก็ยังไม่มีอะไรทำให้คนตื่นตัวอยากเปลี่ยนเครื่องใหม่ ขณะที่จำนวน

ประชากรก็ไม่เพิ่ม ทำให้ฐานกำลังซื้อไม่โตก็ต้องรอ 5G จะมาช่วย เพราะย้อนกลับไปตลาดสมาร์ทโฟนคึกคักสุดปี 2012 เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านจาก 2G สู่ 3G ในอนาคตเมื่อ 5G เริ่มใช้ ผู้บริโภคจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...