โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้า ปชป.ถึง ‘ปชต.แบบลื่นไหล’

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 03.26 น. • The Bangkok Insight

ผ่านไปแล้วสำหรับการลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยระบบไอทีผ่านหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ และภาคอีสาน หลังจากที่เกิดปัญหาในวันที่ 1 พฤศจิกายน จนต้องเลื่อนการลงคะแนนผ่านหน่วยเลือกตั้งในส่วนของ กทม. ภาคกลาง และภาคเหนือ ออกไปเป็นวันที่ 9 พฤศิจกายน

ต้องยอมรับว่าความใหม่ของระบบไอทีที่พรรคประชาธิปัตย์นำมาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตยภายในพรรคครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนั้น ไม่ได้ราบรื่นชนิดโรยด้วยกลีบกุหลาบ หากมีขวากหนามที่ต้องก้าวผ่าน พร้อมหยาดเหงื่อจากงานหนักของคนในพรรค ที่นอกจากต้องทุ่มเทเรียนรู้แล้ว ยังต้องต่อยอดสร้างความเข้าใจในมวลหมู่สมาชิกด้วย

การลงคะแนนหยั่งเสียงผ่าน 2 ช่องทาง คือผ่านแอพพลิเคชันทางมือถือระบบแอนดรอยด์ ในวันที่ 1-3 พฤศจิกายน ซึ่งในตอนแรกใช้ได้เฉพาะเวอร์ชั่น 7 ก็ปรับเพิ่มให้ลงคะแนนได้ถึงแอนดรอยด์เวอร์ชั่น 5 พร้อมกับขยายเวลาการลงคะแนนผ่านระบบนี้ไปถึงวันที่ 5 พฤศจิกายนนั้น ในช่วงต้นก็มีที่ขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ทางพรรคก็พยายามปรับแก้เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกพรรคเข้าถึง และใช้สิทธิให้ได้มากที่สุด ตามเจตนารมณ์ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นผู้ริเริ่มการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการลงคะแนนหยั่งเสียงครั้งนี้ จะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ถอยบทเรียนมาปรับปรุงการใช้ระบบไอทีมาเชื่อมโยงกับการเมืองเพื่อเอื้อมมือไปถึงประชาชนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

นอกจากจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรค ในฐานะเจ้าของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ในอนาคตจะมีการต่อยอดใช้ระบบไอทีมาเชื่อมต่อความคิดของประชาชนในรูปแบบ “ประชาธิปไตยแบบลื่นไหล” (liquid democracy) คือ ให้ประชาชนร่วมโหวตนโยบายของพรรค และพัฒนาไปถึงการร่วมโหวตในเรื่องสำคัญ เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองที่มีผลกระทบโดยตรงกับประชาชน ในวันที่พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสได้เป็นรัฐบาลอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการผสมผสานระหว่างประชาธิปไตยระบบตัวแทนกับประชาธิปไตยทางตรง เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศมีสิทธิล้มการตัดสินใจของตัวแทนได้ ในกรณีที่ตัวแทนไม่ได้ทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างแท้จริง

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ เช่น กรณีนิรโทษกรรมสุดซอย ที่ประชาธิปไตยตัวแทนฝ่ายเสียงข้างมากนำโดยพรรคเพื่อไทย คลอดกฎหมายลักหลับยามวิกาล จนเป็นชนวนความขัดแย้งนำไปสู่การรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิในฐานะตัวแทนประชาชน เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง

หากเรานำเอา “ประชาธิปไตยแบบลื่นไหล” มาใช้ เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องนี้ เชื่อได้เลยว่ากฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยจะถูกคว่ำโดยประชาชน จนประชาธิปไตยแบบตัวแทน ที่ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชนต้องยอมถอย ไม่กล้าทำอะไรที่สวนกระแสความต้องการของประชาชน โดยที่ประชาชนไม่ต้องออกมาชุมนุมกินกลางแดด นอนกลางถนน เหมือนที่ผ่านมา

นอกจากประชาธิปไตยของไทยจะพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ยังเป็นการยกระดับวุฒิภาวะทางประชาธิปไตยให้กับคนไทยอีกด้วย

ในต่างประเทศอย่างเยอรมนี “พรรคไพเรต” (Pirate Party) ได้นำซอฟต์แวร์ชื่อ “ลิควิด ฟีดแบ็ค” (Liquid Feedback) มาใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกับผู้คนผ่านโลกออนไลน์ ก่อให้เกิดสมาชิกเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว โดยสมาชิกพรรคสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวเสนอร่างนโยบาย หรือสิ่งที่ตัวเองสนใจได้ทุกเวลา ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก เกิดการแบ่งกลุ่มตามความสนใจ เชื่อมโยงมาถึงพรรคให้ได้รับรู้แนวคิดของสมาชิกพรรคตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ร่างนโยบายใดที่มีผู้สนับสนุนมากกว่าร้อยละ 10 ของสมาชิกในกลุ่มนั้น ๆ ภายในเวลาที่กำหนด ก็จะเหมือนกับผ่านวาระแรกในสภา แล้วเข้าสู่กระบวนการแปรญัตติ แต่ยังไม่ตัดโอกาสผู้เห็นต่างสามารถเสนอร่างใหม่เข้ามาแข่ง ก่อนที่จะตัดสินด้วยเสียงโหวต

จากนั้นก็จะส่งผ่านร่างนโยบายดังกล่าวไปถึงสมาชิกพรรคทุกคนว่าจะรับร่างนี้หรือไม่รับ ถ้าเสียงส่วนใหญ่รับก็จะถูกส่งต่อไปที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งจะมีโอกาสสูงมากที่จะผ่านการลงคะแนนรับรองกลายเป็นนโยบายพรรคอย่างเป็นทางการในที่สุด

การปฏิรูปการเมืองที่เรากำลังเดินหน้าอยู่ หากนำระบบแบบนี้มาใช้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม คนไทยก็จะรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ มีความหวงแหนนโยบายที่นำไปสู่การปฏิรูป ทำให้เกิดพลังทางสังคมที่จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ผลักดันจากส่วนกลาง เหมือนที่เป็นอยู่ในเวลานี้

นี่คือแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์คิด และชักชวนให้ประชาชนมาร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตยด้วยกัน เห็นแบบนี้แล้ว ก็หยุดถามกันได้แล้วว่าเราจะเอา “เผด็จการ” รึเปล่า เพราะประชาธิปัตย์ไปไกลกว่าวาทกรรม “ไม่เอาเผด็จการ” ด้วยการชวนคนไทยสร้างประชาธิปไตยไม่โกง ที่จะช่วยให้ประชาชนอยู่ดี กินดี ผ่านการเมืองสุจริตที่ไม่ทรยศคนไทยเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...