โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเคล็ดลับ'กล้วยน้ำว้า'ผลไม้ดีราคาถูก สรรพคุณเพียบ คนไทยนิยมทานตั้งแต่โบราณ

แนวหน้า

เผยแพร่ 03 ก.ย 2563 เวลา 08.34 น.

ผลไม้ที่อร่อยและมีประโชยน์ต่อร่างกายมีมากมายหลายชนิด แต่ถ้าหากนึกถึงผลไม้ที่กินง่ายอร่อยและได้ประโยชน์ต่อร่างกายคงไม่พ้น "กล้วย" ซึ่งวันนี้จะกล่าวถึงประโยชน์ของ "กล้วยน้ำว้า" ที่เป็นผลไม้ที่หากินได้ตามตลาดทั่วไปหรือบางท่านอาจจะปลูกทานเองก็ได้ง่ายๆ วันนี้เราจึงมีสาระความรู้ดีๆ มาบอกต่อ "กล้วยน้ำว้า" นั้นเป็นกล้วยสายพันธุ์ผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานีเป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย คนไทยนิยมรับประทานกล้วยน้ำว้าทั้งผล และหรือนำมาต้ม ปิ้ง ย่าง ทำให้สุกหอมหวานชวนน่ารับประทาน

"กล้วยน้ำว้า" ยังสามารถนำมาประกอบอาหาร ได้อีกหลากหลายเมนู เช่น กล้วยน้ำว้าสุก นำมาทำเป็นขนม กล้วยบวชชี, กล้วยเชื่อม กล้วยที่มีลักษณะสีเหลืองทั้งเปลือกและเนื้อ มีรสหวาน เหนียวนุ่ม นำมารับประทานเป็นผลไม้สด และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น กล้วยตาก หรือ ข้าวต้มมัด หรือข้าวเหนียวห่อกล้วย เป็นต้น 

"กล้วยน้ำว้า" มีคุณค่าทางโภชนาการสูง "กล้วยน้ำว้า 1 ผลจะให้พลังงานแก่เราถึง 100 แคลอรี" และมีน้ำตาลธรรมชาติที่สำคัญอยู่ถึง 3 ชนิดได้แก่ กลูโคส, ซูโครส และฟรุคโทส และให้พลังงานแก่ร่างกายได้ดี มีคุณค่าทางสารอาหารวิตามินสูง กล้วยน้ำว้าสุกจะมีธาตุเหล็กในปริมาณที่สูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง, ป้องกันโรคโลหิตจาง พร้อมมีแร่ธาตุแคลเซียม, ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยทำให้เหงือกแข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล กล้วยน้ำว้ายังมีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหารที่สูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น 

หากเรารับประทานกล้วยน้ำว้าสุกเป็นประจำทุกวันจะช่วยในการระบายท้อง และสามารถรักษาโรครำมนาด เหงือกบวมได้ มาในส่วนของกล้วยน้ำว้าดิบ มีสารแทนนินและเพคติน ซึ่งมีฤทธิ์ฝาดสมานแผล และรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้และกล้วยน้ำว้ายังมีผลในการรักษาโรคกระเพาะอาหารได้ดีอีกด้วย

 

 

คุณค่าทางโภชนาการในสารอาหารของกล้วยน้ำว้า ประกอบด้วยน้ำ 75.7 กรัม, พลังงาน 85 แคลอรี่, โปรตีน 1.1 กรัม, ไขมัน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 22.2 กรัม , เถ้า 0.8 กรัม, แคลเซียม (Ca) 8.0 กรัม, เหล็ก (Fe) 0.7 มิลลิกรัม,  โพแทสเซียม (K) 370 มิลลิกรัม, แมกนีเซียม (Mg) 33 มิลิกรัม , วิตามินเอ 190 IU, วิตามินซี 10 มิลลิกรัม , ไทอามีน (Thiamine) 0.05 มิลลิกรัม, ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) 0.06 มิลลิกรัม, ไนอาซีน (Niacin) 0.7 มิลลิกรัม และกล้วยน้ำว้ายังมีวิตามินบี 1 บี 2 ซี และไนอะซิน (บี 6) ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานโรค และมีกากใยอาหารทำให้ขับถ่ายได้สะดวกดียิ่งขึ้น  

ไขข้อสงสัยกันแล้วใช่ไหมว่าทำไมคุณแม่ถึงต้องนำกล้วยน้ำว้ามาบดให้เรารับประทานตอนยังเล็กๆ อยู่ เพราะกล้วยน้ำว้ามีคุณค่าพิเศษกว่ากล้วยชนิดอื่น คือ มีโปรตีน, กรดอะมิโน, อาร์จินิน และฮีสติดิน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกแรกเกิด จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณแม่ถึงต้องนำกล้วยน้ำว้าบดให้เราทาน 

"กล้วยน้ำว้า" เป็นผลไม้ที่มากด้วยคุณค่าและประเทศไทยได้รับความนิยมมากันตั้งแต่โบราณ ปลูกง่ายและกินง่าย ผู้เฒ่าผู้แก่ท่านผู้ที่มีอายุที่ยืนยาว ส่วนใหญ่มักบอกว่า "กล้วยน้ำว้า" คือ "ยาอายุวัฒนะ" ที่ทำให้ผู้คนในสมัยก่อนมีอายุที่ยืนยาว แม้ในปัจจุบันกล้วยน้ำว้าก็ยังได้รับความนิยมมาก ราคาก็ไม่แพง หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดโดยทั่วไป ด้วยรสชาติ หวานอร่อย มีกลิ่นเฉพาะตัวและรับประทานได้ง่าย ทำให้หลายครัวเรือน มักจะมีกล้วยน้ำว้าสุกติดบ้านไว้เสมอ เวลาจะทานก็แสนง่ายแค่หยิบมาปอกเปลือกก็สามารถรับประทานกันได้ทันที 

 

 

สำหรับ "กล้วยน้ำว้า" มีสรรพคุณมากมายที่เห็นอย่างชัดเจนมีอยู่ 15 อย่างด้วยกันคือ
1.ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารได้
2.ช่วยระงับกลิ่นปาก 
3.ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ 
4.มีแคลเซียมสูงและจะดูดซึมเร็วมากขึ้น 
5.ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
6.ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมอง 
7.ช่วยลดอาการนอนไม่หลับ 
8.มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ 
9.ช่วยในการลดความอ้วน 
10.ช่วยลดอาการเมาค้างได้ 
11.ช่วยรักษาอาการท้องผูก 
12.ตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่
13.ช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร
14.ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง 
15.ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง 

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับของการกินกล้วยน้ำว้า : รับประทานกล้วยน้ำว้า วันละ 4-6 ลูก แบ่งรับประทานกี่ครั้งก็ได้ ควรรับประทานกล้วยน้ำว้าก่อนแปรงฟันทุกเช้า ทุกวันจะทำให้ไม่มีกลิ่นปากและยังช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดี เห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...