โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นักศึกษามาเลเซีย จับ "งู" มาต้มกิน แทนมาม่า ประทังความหิวยามสิ้นเดือน

Khaosod

อัพเดต 26 พ.ย. 2563 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2563 เวลา 07.57 น.

ความจนมันน่ากลัว แต่ความหิวน่ากลัวกว่า! เมื่อนักศึกษาได้จับงูที่เลื้อยในสวน โยนลงหม้อทั้งตัว ก่อนเปิบพิสดาร เพื่อประทังความหิวในช่วงสิ้นเดือน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563เว็บไซต์ไชน่าเพรส ได้รายงานว่า นักศึกษาที่ใช้นามว่า TH จากประเทศมาเลเซีย ได้อัปโหลดรูปภาพเมนูเปิบพิสดาร บนโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้ระบุว่า เขา และเพื่อนร่วมห้องจากเวียดนาม เกิดความรู้สึกหิวโหย ในช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก ทั้งในห้องก็ไม่มีข้าว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็หมด

ท่ามกลางความลำบาก และความสิ้นหวังว่าจะทำอย่างไรให้พ้นสิ้นเดือนนี้ไปได้ พวกเขาก็ได้เจองูตัวหนึ่งเลื้อยออกมาบริเวณสวน พวกเขาบอกว่านี่คือ "นี่คือสิ่งที่พระเจ้ามอบให้" พวกเขาจึงใช้มือเปล่าช่วยกันจับงูตัวนี้ขึ้นมาประกอบอาหาร

แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีความรู้ หรือประสบการณ์ในการนำงูมาประกอบอาหารเท่าไหร่ พวกเขาทำเพียงหั่นหัวมันออก แต่ไม่ได้ลอกหนังงู รีดเลือดออกก่อน ผ่าท้องคว้านใส้ หรือแม้แต่จะสับมันเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะพวกเขาเอางูใส่ลงหม้อแบบทั้งตัว มันทำให้เห็นว่าพวกเขาหิวโหยขนาดไหนจนลืมกังวลถึงอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ขนาดไหน

แม้ว่างูจะมีรูปร่าง และลักษณะภายนอกที่ดูน่ากลัว แต่ความยากจน และความหิวโหยกลับเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากกว่า หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในโซเชียลมีเดีย ก็เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางชาวเน็ตก็ตั้งข้อสงสัยว่า "นี่มันยุคของอินเตอร์เน็ต 4.0 ทำไมพวกเขาไม่ลองค้นหาวิธีทำ จากกูเกิล หรือยูทูบ เพื่อดูวิธีการนำงูมาประกอบอาหาร?" "เหมือนพวกเขาไม่ได้ตั้งใจทำมัน"

แต่อย่างไรก็ตามชาวเน็ตจำนวนมากก็ต่างรู้สึกเช่นเดียวกันกัน ว่าอยากจะให้ความช่วยเหลือกลุ่มนักศึกษานี้ในด้านต่างๆ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเก่า

ที่มา : chinapress

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...