โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิด 6 หุ้นใหญ่ ลุ้นแรงซื้อ หนุนราคาไปต่อ !!

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ธ.ค. 2567 เวลา 11.12 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2567 เวลา 04.03 น.

ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีการเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดฯ โดยมักจะอิงจากปัจจัยรอบข้างทั้งปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ เช่นเดียวกับราคาหุ้นที่มักจะแปรผันไปตามแรงซื้อ-ขายจากนักลงทุน ซึ่งก็มีปัจจัยทั้งจากพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนเอง หรือเป็นไปตามแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ หรือแม้แต่การซื้อ-ขายในลักษณะของการเก็งกำไรก็ตาม
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีหุ้นหลายตัวที่ราคาปรับตัวลดลงทั้งจากการขายแบบปกติ และการขายในรูปแบบที่เรียกว่า “Short Sell” ซึ่งก็มีหุ้นหลายตัวที่ถูกเลือกเป็นเป้าหมายการซื้อในลักษณะนี้ รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่
อย่างไรก็ดี บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้น 6 ตัวแรก ที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากการซื้อกลับ หลังถูก Short Sell มามาก คือ TOP, TISCO, HANA, AOT, PTTEP และ DELTA
Wealthy Thai จึงได้รวบรวมแนวโน้มการเติบโตของ 6 หุ้นที่คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากประเด็นดังกล่าวมานำเสนอนักลงทุน
สำหรับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บล.ดาโอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 65 บาท โดยไตรมาส 3/67 แนวโน้มค่าการกลั่นตลาด (market GRM) น่าจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และราคาน้ำมันดิบ (crack spread) ที่ดีขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศตะวันตก และอุปสงค์การใช้มันที่สูงขึ้นจากการท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มพรีเมียมน้ำมันดิบ (crude premium) ที่ลดลง
อีกทั้งตลาดอะโรเมติกส์ (Aromatics) น่าจะยังคงแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จากตลาดที่ยังตึงตัวอยู่ นอกจากนี้ บริษัทได้อัพเดตถึงโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ที่ยังอยู่ในระหว่าการก่อสร้างหน่วย upgrading อยู่ ในขณะที่ทุ่นผูกเรือกลางทะเล หมายเลข 2 (SBM-2) ยังรอการอนุมัติจากรัฐบาลเพื่อกลับมาใช้งานอยู่ โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 และ 2568 ที่ 1.91 หมื่นล้านบาท และ 2.04 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ
ส่วน บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO บล.ดาโอ คงคำแนะนำ “ถือ” โดยปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 94 บาท จากเดิมที่ 100 บาท เพราะปรับกำไรและ PBV ลง โดยบล.ดาโอ มีมุมมองเป็นลบทั้งจากกำไรไตรมาส 2/67 ที่ออกมาตามคาด แต่คุณภาพสินทรัพย์แย่ลง และผู้บริหารคาดสำรองฯ จะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด
ทำให้มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2567-2568 ลง 4-8% จากการปรับ Credit cost เพิ่มขึ้น ทำให้ได้กำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จาก NIM ที่ลดลงและสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่คาดกำไรไตรมาส 3/67 จะลดลงทั้งจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนและจากไตรมาสก่อน จากต้นทุนดอกเบี้ยและสำรองฯ ที่จะเพิ่มขึ้น
บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยอิงราคาเหมาะสมที่ 55.25 บาทต่อหุ้น โดยกำไรปกติช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 42% ของประมาณทั้งปี 2567 ของบล.หยวนต้า ทั้งนี้ คงมุมมองคาดการณ์กำไรปกติช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะเด่นกว่าช่วงครึ่งปีแรก หนุนจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของธุรกิจ IC และการฟื้นตัวของธุรกิจ PMS โดยคงประมาณการทั้งปี 2567 ที่ 2 พันล้านบาท โต 15% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” ปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 65 บาท โดยราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 12% จากช่วงต้นปี คาดสะท้อนปัจจัยลบจากประเด็นการขอคืนพื้นที่เชิงพาณิชย์ การยกเลิกร้าน Duty Free ขาเข้าไปมากแล้ว แต่เนื่องจากผลประกอบการระยะสั้นยังเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ และยังไม่เห็น Catalyst บวกหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัวเด่นได้ ทำให้ยังคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” พร้อมปรับลดกำไรปกติปี 2567 ลง 6% เป็น 1.9 หมื่นล้านบาท โต 111% จากปีก่อน และกำไรปกติปี 2568 ลง 8% เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท โต 14% จากปีก่อน
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” คงราคาเหมาะสม 172 บาท โดยคาดว่าไตรมาส 3/67 เบื้องต้นกำไรปกติจะชะลอจากไตรมาสก่อน เพราะเป็นช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตปิโตรเลียมในประเทศหลายโครงการ ทำให้ปริมาณขายจะลดลงเหลือ 484 kboed ลดลง 4% จากไตรมาสก่อน และต้นทุนต่อหน่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตามคาดว่ากำไรปกติยังอยู่ระดับดีสามารถประคองตัวที่ 2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากการเร่งผลิตโครงการเอราวัณและการเพิ่มสัดส่วนลงทุนโครงการ Yadana ในช่วงที่ผ่านมา โดยกำไรปกติช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 56% ของทั้งปี โดยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 7.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 1% จากปีก่อน
สุดท้าย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำ “เก็งกำไร” ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2568 ที่ 98 บาท โดยกำไรปกติช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2567 ที่ 2 หมื่นล้านบาท โต 17.5% จากปีก่อน แต่คาดการณ์กำไรปกติช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะเด่นกว่าช่วงครึ่งปีแรก จากการเติบโตของสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และความต้องการที่แข็งแกร่งของกลุ่ม Data Center ที่จะหนุนให้ GPM ยังรักษาระดับที่สูงไว้ได้ ส่งผลให้ปรับเพิ่มประมาณการปี 2567 ขึ้น 6% เป็น 2.1 หมื่นล้านบาท โต 24% จากปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...