กระทรวงเกษตรฯ กำชับกรมฝนหลวง ลุยภารกิจ เติมน้ำในเขื่อนแบบเต็มอิ่ม รองรับแล้งจากเอลนีโญ
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 ก.ย 2566 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2566 เวลา 10.26 น. • The Bangkok Insightกระทรวงเกษตรฯ กำชับกรมฝนหลวง ลุยภารกิจ เติมน้ำในเขื่อนแบบเต็มอิ่ม รองรับแล้งจากเอลนีโญ
นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังแถลงนโยบายและ แนวทางการดำเนินงานปฏิบัติการฝนหลวง โดยมีนางสาวชุติพร เสชัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ผู้แทนกรมชลประทานคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเข้าร่วม ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง สนามบินนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
ปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อน รับมือเอลนีโญ
โดยกล่าวว่า ได้มอบนโยบาย “ปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อนแบบเต็มอิ่ม รองรับสภาวะเอลนีโญ” โดยสั่งการให้ทางกsมฝนหลวงและการบินเกษตร ประสานงานกับกรมชลประทานให้ติดตามสถานการณ์การเพาะปลูก และดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วง
รวมถึงปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเต็มอิ่มในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูฝนนี้ เพื่อให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการน้ำ และป้องกันสถานการณ์ภัยแล้งจากสถานการณ์เอลนีโญ ที่จะส่งผลกระทบไปจนถึงกลางปี 2567
ตามแนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุข มีรายได้มั่นคง ภาคการเกษตรแข็งแกร่ง เน้นการทำงานบูรณาการงานอย่างเข้มแข็ง รับมือภัยธรรมชาติด้วยการวางแผนอย่างชัดเจน เพื่อรับมือตั้งแต่การป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู เมื่อประสบเหตุภัยแล้งและภัยพิบัติทุกชนิด และการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง
ซึ่งกำชับให้ระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบแก่พื้นที่การเกษตรและประชาชน ทั้งนี้ได้เน้นย้ำเรื่องประสิทธิภาพความพร้อมของอากาศยาน อุปกรณ์ และเครื่องมือในการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ปฏิบัติงาน
ปฏิบติการ เพิ่มน้ำต้นทุน ช่วยเกษตรกร
ทั้งนี้ ในวันที่ 28 กันยายน กระทรวงเกษตรฯ โดยกsมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฝนหลวงแบบเต็มอิ่มในพื้นที่ภาคกลาง บริเวณลุ่มรับน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อเติมน้ำต้นทุนและช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร โดยแบ่งเป็น 4 ภารกิจจากการระดมกำลังจาก 3 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่
- ภารกิจที่ 1 การก่อเมฆโดยหน่วยฯ นครราชสีมา ใช้เครื่องบิน CN 1 ลำ
- ภารกิจที่ 2 เลี้ยงให้อ้วนโดยหน่วยฯ ลพบุรี ใช้เครื่องบิน CASA 2 ลำร่วมกับหน่วยฯ กาญจนบุรี ใช้เครื่องบิน CARAVAN 2 ลำ ก่อนเติมสารฝนหลวง ณ หน่วยฯ ลพบุรีเพื่อทำ
- ภารกิจที่ 3เลี้ยงเมฆซ้ำในพื้นที่เป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในก้อนเมฆให้มากที่สุด
- ภารกิจที่ 4 โดยหน่วยฯ นครราชสีมาใช้เครื่องบิน Super King Air 1 ลำ บินปฏิบัติการโจมตีเมฆเย็น เพื่อเพิ่มปริมาณฝนให้ตกมากขึ้น เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจการระดมกำลังปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเต็มอิ่ม
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวให้กำลังใจคณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่ชุดบินปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึงพร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยพร้อมปฏิบัติงา นและมีงบประมาณพร้อมในการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงเ พื่อผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม