โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนแห่ซื้อคอนโดเชียงใหม่ยกชั้น ยอดขายทะลัก 1.4 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มี.ค. 2566 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2566 เวลา 00.36 น.

อัพเดตล่าสุด วันที่ 11 มีนาคม 2566 เวลา 07.36 น.

เศรษฐีจีนแห่ซื้อคอนโดฯในตัวเมืองเชียงใหม่ ยอดขายช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพุ่ง 1.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ธุรกิจซื้อขายอสังหาฯรวม 3.4 หมื่นล้าน ด้านอำเภอสันกำแพงพุ่งไม่หยุด ปี’65 มูลค่าซื้อขายกว่า 5 พันล้านบาท สำนักงานที่ดินเพิ่มมาตรการตรวจสอบเข้มป้องกัน “นอมินี” 2 ยักษ์อสังหาฯทุนท้องถิ่น “อรสิริน” เตรียมทุ่ม 1,600 ล้าน ผุดคอนโดฯอีก 5 โครงการ ผนึกเอเยนซี่จีนขยายตลาด ขณะที่ “กาญจน์กนก” เล็งปัดฝุ่นลงทุนรับตลาดจีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ “ประชาชาติธุรกิจ”เกาะติดกระแสคลื่นทุนจีนบุกเชียงใหม่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง อำเภอสันกำแพง และหางดง ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่ามีกลุ่มทุนจีนเข้ามาร่วมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เองโดยตรง รวมถึงกรณีของชาวจีนที่เข้ามาซื้อบ้านและคอนโดมิเนียเพื่อพักอาศัยหรือเพื่อการลงทุน

ซื้อขายที่ดินพุ่ง 3.4 หมื่นล้าน

นายอารักษ์ กัมปนาทบวร หัวหน้าฝ่ายทะเบียน สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์การซื้อขายที่ดินของจังหวัดเชียงใหม่ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.การซื้อขายที่ดิน/ที่ดินพร้อมบ้าน 2.การซื้อขายห้องชุด/คอนโดมิเนียม ซึ่งหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายและเริ่มเปิดประเทศตั้งแต่ปี 2565 พบว่ามูลค่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 2 ส่วนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะห้องชุด/คอนโดมิเนียม มีกลุ่มผู้ซื้อหลักคือคนจีน

ทั้งนี้ ข้อมูลการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปี 2563-2566 ซึ่งเป็นช่วงเกิดสถานการณ์โควิดและหลังโควิดคลี่คลาย โดยในปี 2563 มูลค่าการซื้อขายที่ดิน/ที่ดินพร้อมบ้านในพื้นที่เขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีมูลค่า 9,419 ล้านบาท ขณะที่ปี 2564 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 10,409 ล้านบาท ปี 2565 กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 13,213.53 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ามีปัจจัยสำคัญจากการเปิดประเทศและสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง และในปี 2566 (เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) มียอดมูลค่าการซื้อขายมากถึง 1,530 ล้านบาท เท่ากับว่าการซื้อขายที่ดินและบ้านพร้อมที่ดินในเฉพาะเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ในช่วง3ปีกว่าที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 34,579 ล้านบาท

คนจีนลูกค้าหลักคอนโดเชียงใหม่

ขณะที่มูลค่าการซื้อขายห้องชุด/คอนโดมิเนียมในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ปี 2563 มีมูลค่า 4,782 ล้านบาท ส่วนปี 2564 ลดลงมาอยู่ที่ 3,514.14 ล้านบาท และปี 2565 เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 5,237 ล้านบาท โดยเป็นผลจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายและมีการเปิดประเทศเช่นกัน และในปี 2566 เฉพาะ 2 เดือนแรก (เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 841 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายคอนโดฯรวมในช่วง 3 ปีเศษที่ผ่านมาในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่มีมูลค่ารวมถึง 14,373 ล้านบาท

นายอารักษ์กล่าวว่า ข้อน่าสังเกตที่เห็นค่อนข้างชัดเจนในขณะนี้คือ ห้องชุด/คอนโดมิเนียมมีการทยอยเข้ามาซื้อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก่อนเกิดโควิด ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง แต่หลังสถานการณ์โควิด กลุ่มผู้ซื้อกลายเป็นคนจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยมีสัดส่วนมากกว่าผู้ซื้อชาติอื่น ๆ รวมถึงคนไทย

ทั้งนี้ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.อาคารชุด เปิดให้ชาวต่างชาติสามารถถือครองได้ในสัดส่วน 49% ขณะที่การซื้อขายที่ดิน/ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ต่างชาติถือครองได้ ซึ่งจากกระแสการลงทุนโครงการบ้านจัดสรรที่กำลังขยายตัว และคาดว่าเป็นการลงทุนของกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน รวมถึงการซื้อขายห้องชุด/คอนโดมิเนียมที่ตลาดจีนเป็นผู้ซื้อหลัก ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ได้เน้นหนักการดำเนินการในการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว โดยเฉพาะมาตรการป้องกัน (ก่อนการได้มาซึ่งที่ดิน)

เข้มถือครองแทนต่างชาติ

นายอารักษ์กล่าวว่า กรณีคนต่างด้าวให้คนไทยถือที่ดินแทน จะตรวจสอบเข้มข้นใน 3 ประเด็น คือ 1.ก่อนทำการจดทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนในเรื่องการหลีกเลี่ยงกฎหมาย 2.ถ้ากรณีเป็นที่ควรเชื่อได้ว่า การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจะเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือควรเชื่อได้ว่าเป็นการซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว ให้ขอคำสั่งต่อรัฐมนตรี ตามมาตรา 74 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

3.กรณีคนไทยมีคู่สมรส (ทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมาย) เป็นคนต่างด้าวขอได้มาซึ่งที่ดิน กระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินวางทางปฏิบัติไว้ว่า ต้องให้คนต่างด้าวและคนไทยให้ถ้อยคำรับรองว่า เงินที่คนไทยนำมาซื้อที่ดินเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทย มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันแต่อย่างใด

สำหรับกรณีคนต่างด้าวตั้งบริษัทเพื่อรับโอนที่ดินแทน จะมีมาตรการตรวจสอบคือ 1.ถ้านิติบุคคลนั้นมีคนต่างด้าวถือหุ้น หรือเป็นกรรมการ หรือไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่มีเหตุอันควรให้เชื่อว่าคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง 2.กรณีนิติบุคคลต่างด้าวเช่าที่ดินหรือถือสิทธิประเภทอื่นในระยะยาว ให้สอบสวนว่ามีวัตถุประสงค์ในการเช่าที่ดินเพื่อนำไปประกอบกิจการใดเป็นการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว

เปิดมาตรการตรวจสอบนอมินี

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการตรวจสอบและสอบสวน (หลังการได้มาซึ่งที่ดิน) คือ 1.กรมที่ดินวางแนวทางปฏิบัติว่าภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี ให้สำนักงานที่ดินส่งรายชื่อนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ ให้สำนักบริการข้อมูลธุรกิจ หรือสำนักพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตรวจสอบว่านิติบุคคลดังกล่าวมีคนต่างด้าวเพิ่มทุนจนเป็นนิติบุคคลต่างด้าวหรือไม่

2.กรมที่ดินได้กำหนดแนวทางการตรวจสอบและสอบสวน กรณีหลังจากมีการรับโอนที่ดินแล้ว แต่มีเหตุสงสัยว่าเป็นการถือครองที่ดินไว้แทนคนต่างด้าว โดยแยกแนวทางการสอบสวนเป็นกรณีที่ผู้ถือครองที่ดินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล รวมทั้งแยกประเภทการใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นใช้เพื่ออยู่อาศัย ใช้เพื่อประกอบพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือประเภทอื่น ๆ

นายอารักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับการซื้อขายคอนโดฯ จากการตรวจสอบผู้ซื้อต่างชาติทุกราย ยังไม่พบการถือครองที่เกินสัดส่วน 49% ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากมีการถือครองเกิน 49% สำนักงานที่ดินจะไม่ทำการโอนซื้อขายให้ ขณะที่การซื้อขายที่ดิน/ที่ดินพร้อมบ้าน กรณีการลงทุนโครงการบ้านจัดสรรที่คาดว่าเป็นการลงทุนของทุนจีนนั้น ซึ่งอาจมีการตั้งนอมินีเพื่อถือครองแทนต่างด้าว ทางสำนักงานที่ดินก็มีมาตรการตรวจสอบและสอบสวน ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยก็ต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มข้น ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ

ที่ดิน “หางดง” ลงพื้นที่ตรวจ

ด้านนายโกวิท อักษรพาลี หัวหน้าฝ่ายทะเบียน สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาหางดง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับการซื้อขายที่ดินและที่ดินพร้อมบ้านของอำเภอหางดง ในปี 2563 สามารถการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีอากรได้ราว 315 ล้านบาท ส่วนปี 2564 ลดลงมาอยู่ที่ 313 ล้านบาท และปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 349 ล้านบาท สำหรับปี 2566 (เดือนมกราคม) จัดเก็บอยู่ที่ 24 ล้านบาท

ส่วนกรณีโครงการหมู่บ้านจัดสรร “REEYAP VILLA” ในพื้นที่ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง ที่เป็นโครงการลงทุนสร้างบ้านเพื่อให้คนจีนมาอยู่อาศัย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในขณะนี้ ล่าสุด ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาหางดงได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ดำเนินโครงการเป็นนิติบุคคลไทย มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมด มีใบอนุญาตจัดสรรถูกต้อง

ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจสอบและสอบสวน ซึ่งต้องใช้อำนาจของจังหวัดเชียงใหม่ในการออกคำสั่งเพื่อตรวจสอบโครงการอย่างเข้มข้นต่อไป ขณะที่บ้านจำนวน 43 แปลงในโครงการดังกล่าว ยังไม่ได้มีการจดทะเบียนการโอน และโฉนดที่ดินทั้งหมดยังไม่ได้มีการซื้อขาย ซึ่งหากมีการโอนซื้อขายก็จะต้องตรวจสอบและสอบสวนว่าผู้ซื้อเป็นใคร ถือครองแทนต่างชาติหรือไม่ เงินที่ซื้อนำมาจากไหน ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วมีเหตุอันต้องสงสัย ก็จะนำเรื่องเสนอกรมที่ดินเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“สันกำแพง”จัดสรรผุดพรึ่บ

นางหทัยรัตน์ ตาถาวัน หัวหน้าฝ่ายทะเบียน สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสันกำแพง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อำเภอสันกำแพงในขณะนี้ เริ่มมีการลงทุนโครงการบ้านจัดสรรเพิ่มมากขึ้น หลังจากชะลอตัวในช่วงโควิด โดยผู้ประกอบการหลายแห่งที่ได้ขออนุญาตก่อสร้างไว้ก่อนหน้าช่วงโควิด ก็เริ่มทยอยลงทุนในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนท้องถิ่นที่เป็นคนไทย

ขณะที่โครงการบ้านจัดสรรที่มีตลาดหลักเป็นคนจีน และขึ้นป้ายหน้าโครงการเป็นภาษาจีน จากการตรวจสอบพบว่าดำเนินการภายใต้นิติบุคคลในรูปบริษัทที่เป็นคนไทยถือหุ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการซื้อขายบ้านที่ดิน ทางสำนักงานที่ดินก็ต้องมีการตรวจสอบและสอบสวนว่าเป็นการถือครองแทนต่างชาติหรือไม่

สำหรับมูลค่าการซื้อขายที่ดิน/ที่ดินพร้อมบ้าน ในพื้นที่เขตอำเภอสันกำแพง ปี 2565 อยู่ที่ 5,257 ล้านบาท และปี 2566 (มกราคม-กุมภาพันธ์) มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 655 ล้านบาท

ทุนท้องถิ่นผุด 5 โครงการรับ

นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติ ล่าสุดได้คุยกับดีเวลอปเปอร์ชาวจีนและเอเยนซี่ชาวจีนหลายราย โดยทุกรายมั่นใจว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่มีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีมาก จากการตอบรับของกำลังซื้อในประเทศจีนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่

และยังย้ำว่า เตรียมตัวรับลูกค้าจากประเทศจีนให้ทัน และให้รีบสร้างคอนโดมิเนียมตั้งแต่ปีนี้เลย จึงเป็นแผนการลงทุนเร่งด่วนที่กลุ่มอรสิรินตัดสินใจทำทันทีภายในระยะ 2 ปีนี้ เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่าลงทุนราว 1,600 ล้านบาท มีเป้าหมายชัดเจนในการรองรับความต้องการของตลาดจีน

โดยมีเอเยนซี่จีนเป็นตัวแทนทำตลาดนำลูกค้าชาวจีนมาให้กับทางบริษัท โดยเฉพาะคนจีนที่มีกำลังซื้อสูงเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่และมีดีมานด์จริง พร้อมจ่าย และต้องการออกนอกประเทศ โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็น Top Destination ของชาวจีนที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียม เพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2

นายปรีดิกรกล่าวต่อว่า ในข้อเท็จจริง ตลาดจีนเริ่มเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ (คอนโดมิเนียม) ตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด โดยพบว่าโครงการ ดิแอสตร้า คอนโดมิเนียม ของกลุ่มอรสิริน โครงการที่ 1 ที่เปิดดำเนินการมาราว 6 ปี บนถนนช้างคลาน ความสูง 17 ชั้น จำนวน 589 ยูนิต ซึ่งในโควตาต่างชาติ 49% ก็พบว่าเป็นสัดส่วนลูกค้าชาวจีนมากกว่า 30% ที่เหลือเป็นชาวยุโรป

ขณะที่โครงการ Astra Sky River ตั้งอยู่ถนนช้างคลานเช่นกัน จำนวนราว 580 ยูนิต ซึ่งเป็นโครงการใหม่ล่าสุดของกลุ่มอรสิริน ที่เพิ่งเปิดตัวโครงการเมื่อปลายปี 2565 ขณะนี้พบว่า โควตา 49% ที่ต่างชาติสามารถซื้อห้องชุดได้ถูกซื้อเต็มหมดแล้ว โดยเป็นสัดส่วนลูกค้าชาวจีนที่ซื้อกว่า 30% และในจำนวนนี้มีลูกค้าระดับเศรษฐีชาวจีนที่เหมาห้องชุดคนเดียวจำนวน 10 ห้อง

เล็งขยายรับสร้างบ้านชาวจีน

นายมีน เชี่ยวศิลปธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาญจน์กนก พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมอสังหาฯเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นหลังโควิด โดยบริษัทยังคงเน้นหนักกำลังซื้อในพื้นที่เป็นหลัก ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง ขณะที่ตลาดจีนก็เป็นลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งของกาญจน์กนก แต่มีสัดส่วนไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นคนจีนที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ที่พาบุตรหลานมาเรียนหนังสือ เป็นกลุ่มคนที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง

ทั้งนี้ ก่อนสถานการณ์โควิด บริษัทเคยมีแผนที่จะลงทุนทำโครงการเพื่อรองรับตลาดจีนโดยเฉพาะ แต่ต้องชะลอโครงการไปในช่วงโควิด ทั้งนี้ ในระยะต่อไปอาจต้องนำแผนการลงทุนดังกล่าวมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง

ด้านแหล่งข่าวในวงการธุรกิจก่อสร้างรายใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้การรุกคืบของทุนจีนนอกจากการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยทำโครงการหมู่บ้านจัดสรรแนวราบแล้ว ยังรุกทำธุรกิจก่อสร้างครบวงจรทั้งการรับเหมาก่อสร้าง สร้างคอนโดมิเนียมของตนเอง และนำเข้าวัสดุก่อสร้างจากจีนมาก่อสร้าง ส่งผลให้ผู้รับเหมาในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบด้านการประมูลก่อสร้างงาน เนื่องจากสู้ราคาไม่ได้ และมีแนวโน้มว่าจะมีการขยายการก่อสร้างคอนโดมิเนียมพร้อมขายให้กับกลุ่มชาวจีนโดยเฉพาะ โดยทำตลาดเองแบบครบวงจร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้กลไกธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เริ่มกังวลเรื่องการตัดราคา และจะทำให้ระยะยาวธุรกิจก่อสร้างขนาดเล็กและกลางในพื้นที่ต้องปิดตัวไป รวมถึงจะเกิดการครอบงำตลาดได้

ทั้งนี้ ถือว่าถนนช้างคลานเป็นโซนคอนโดมิเนียมที่มีการเข้าไปถือกรรมสิทธิ์ของทุนจีนมากที่สุด เฉลี่ยราคา 1 แสนบาทต่อตารางเมตร โดยนิยมซื้อคอนโดมิเนียมแบบยกชั้น และปล่อยให้เช่าในลักษณะของ Airbnb ที่จะประกาศปล่อยเช่าระยะสั้นในช่องทางโซเชียลของจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...