‘รมว.นฤมล’ ลงพื้นที่นครสวรรค์ รับฟังเสียงครู-ผู้บริหาร
“รมว.นฤมล” ลงพื้นที่นครสวรรค์ รับฟังเสียงครู-ผู้บริหาร ย้ำปรับเกณฑ์วิทยฐานะ เพื่อสร้างแรงจูงใจ เติมพลังใจผู้สอน
วันนี้ (22 ม.ค.) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ โรงเรียนอนุบาลแม่เปิน ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีศึกษาธิการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมผู้บริหารทางการศึกษาในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เพื่อรับฟังรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงสภาพปัญหา อุปสรรคในการบริหารจัดการศึกษา และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในภาพรวมของจ.นครสวรรค์
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ พร้อมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายด้านการศึกษา โดยเน้นย้ำว่า นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไม่ควรเป็นเพียงนโยบายที่มาจากฝ่ายบริหารส่วนกลางเท่านั้น แต่ควรสะท้อนเสียง ความต้องการ และบริบทการทำงานจริงของบุคลากรทางการศึกษาในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ตนได้กำหนดแนวทางว่า กระทรวงศึกษาธิการจะได้เลือกการลงพื้นที่จริง รับฟังจริง และแก้ปัญหาจริง โดยเชิญผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในทุกภูมิภาค เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองอย่างรอบด้าน ซึ่งทำให้หลายประเด็นที่เป็นข้อกังวลและความทุกข์ใจของบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญคือ เรื่องการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่พบในทุกพื้นที่ โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาสะท้อนว่า กระบวนการประเมินที่ล่าช้าและไม่สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประสานกับคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปรับปรุงระบบการคัดเลือกผู้ประเมิน ให้มีความเข้าใจบริบทของโรงเรียนและการทำงานในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลผู้ประเมิน เพื่อให้การประเมินมีความเป็นธรรม โปร่งใส และสะท้อนคุณภาพการทำงานที่แท้จริง
นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ค.ศ. เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ยังได้เปิดทางเลือกในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เน้นเฉพาะงานวิจัย เป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ งานวิจัย นวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริง และรางวัลระดับชาติหรือระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรอง ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงจูงใจและเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แสดงศักยภาพตามความถนัดและบริบทของแต่ละสถานศึกษา โดยเฉพาะสถานศึกษาในสายอาชีวศึกษา ที่มีผลงานนวัตกรรมเชิงประจักษ์จำนวนมาก
“การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช่การทำให้การได้วิทยฐานะเป็นเรื่องง่าย แต่เป็นการทำให้เกิด “ความเป็นธรรม” กับผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งจะส่งผลดีต่อนักเรียน สถานศึกษา และระบบการศึกษาโดยรวมในระยะยาว”รมว.ศธ. กล่าวย้ำ
ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึงเรื่องสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะด้านที่พักอาศัย ที่ได้ลงพื้นที่พร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี หลายจังหวัด พบว่าบ้านพักครูจำนวนมากอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย จึงได้ประสานกับการเคหะ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมมือกับ สพฐ.ในการสำรวจและวางแผนปรับปรุงพัฒนาบ้านพักสวัสดิการครูให้มีความเหมาะสมและปลอดภัย
“สำหรับวาระสำคัญเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่บั่นทอนขวัญและกำลังใจมาอย่างยาวนานนั้น ศธ. ได้วางแนวทางแก้ไขเชิงรุกด้วยมาตรการ ‘รวมหนี้’ มาไว้ที่จุดเดียวผ่านกลไกของ ‘สหกรณ์ออมทรัพย์กลาง’ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการดอกเบี้ยให้อยู่ในอัตราต่ำ ช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนให้ครูมีสภาพคล่องคืนมา โดยเป้าหมายสูงสุดในอนาคต หากโมเดลการรวมหนี้นี้ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม จะดำเนินการขยายผลยกระดับสู่การจัดตั้ง ‘ธนาคารเพื่อประชาชน’ เพื่อเป็นสถาบันการเงินทางเลือกใหม่ที่พึ่งพาได้จริง ซึ่งจะช่วยสร้างกลไกตลาดให้สถาบันการเงินอื่นต้องปรับลดดอกเบี้ยลงมาแข่งขัน อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคุณภาพชีวิตของเพื่อนครูทุกคน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว
อ่านเพิ่มเพิ่มเติม
- 'นฤมล' ฝากพัฒนา 'ครูอาชีวะ' เท่าทันโลก ควบคู่ยกระดับสวัสดิการ
- 'นฤมล' เผย ครม.เคาะขยายเวลา พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมฯ ต่ออีก 7 ปี ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
- แห่ขอบคุณ 'ธรรมนัส-นฤมล' เร่งแก้ปัญหาหนี้ครู คืนความหวังครูบำนาญทั่วประเทศ
ติดตามเราได้ที่