โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ม.อ. จับมือ อว.–วช. ดันวิจัยปศุสัตว์สู่ตลาดจริง พลิกองค์ความรู้สร้างรายได้ ยกระดับโคเนื้อ–แพะไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ม.อ.โชว์เจ๋ง จับมือ อว.ภูมิภาค ดันงานวิจัยปศุสัตว์ลงสนามตลาดจริง พลิกองค์ความรู้เป็นรายได้ ยกระดับโคเนื้อแพะสู่มาตรฐานประเทศ

วันที่ 23 ม.ค.69 ที่โรงแรมริชแมน รีสอร์ท โฮเทล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงความสำเร็จการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาด ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี ผศ.ดร.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายเมธี ลิมนิยกุล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานเครือข่าย อว. ในภูมิภาค และคณะจาก กปว. (สป.อว.) ร่วมแถลง

ผศ.ดร.พงศ์เทพ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตลอดระยะที่ผ่านมาเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นงานวิจัยและการผลิตบัณฑิตคุณภาพ แต่ปัญหาสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศคือ งานวิชาการจำนวนมากถูก “ขึ้นหิ้ง” และไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง เนื่องจากนักวิชาการและนักวิจัยไม่ถนัดด้านการตลาดและการค้า มหาวิทยาลัยจึงปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งให้องค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ถูกนำออกไปใช้ประโยชน์กับพื้นที่และประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม

รองอธิการบดี ม.อ. กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยได้กลับมาทบทวนจุดแข็งของตนเอง ทั้งด้านอุตสาหกรรมการเกษตร สุขภาพ มนุษย์และสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ก่อนเชื่อมโยงองค์ความรู้เหล่านี้เข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะภาคการเกษตร ความมั่นคงด้านสุขภาพ ความมั่นคงด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านมนุษย์รวมถึงสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยในอนาคต พร้อมย้ำความยินดีที่คณะวิทยาการจัดการ ม.อ. ทำหน้าที่นำพาองค์ความรู้และนวัตกรรมออกสู่ตลาดจริง ภายใต้เครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งของ อว. ในภูมิภาค และ กปว. (สป.อว.)

ด้าน รศ.ลภัสวัฒน์ ศุภผลกุลนันทร์ ประธานโครงการ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณเพื่อยกระดับการผลิตและการแปรรูปสินค้าปศุสัตว์ ทั้งโคเนื้อและแพะ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูง สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมรายได้ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

รศ.ลภัสวัฒน์ กล่าวอีกว่า ผลลัพธ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมาเห็นได้อย่างชัดเจน จากการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ควบคู่กิจกรรมเจรจาธุรกิจกับบริษัทเอกชน โรงแรม ห้างค้าปลีก ผู้ผลิต และวิสาหกิจชุมชนหลายแห่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาด สร้างรายได้ และต่อยอดศักยภาพการผลิตจนพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีความพึงพอใจต่อคุณภาพ รสชาติ ความสวยงาม การออกแบบ และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดใหม่ในระดับท้องถิ่นและระดับชาติอย่างยั่งยืน

ขณะที่ นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำงานวิจัยออกสู่ตลาดเพื่อใช้ประโยชน์ได้สูงสุด โดยคณะวิทยาการจัดการ ม.อ. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้และผลักดันช่องทางการตลาด ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนโครงการ ตั้งแต่การจัดแสดงสินค้า กิจกรรมออนไซต์และออนไลน์ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ไปจนถึงการเชื่อมโยงธุรกิจและการเจรจาจับคู่ทางการค้า

นายเอกพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปแบบการตลาดแบบครบวงจรดังกล่าว ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ทั้งในด้านการผลิตและการแปรรูปสินค้าที่อาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาด สร้างรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือใหม่ ๆ ให้เกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ก้าวสู่ตลาดระดับชาติและนานาชาติ

นายเอกพงศ์ ยังระบุว่า ตนมีส่วนร่วมกับโครงการด้านปศุสัตว์มาตั้งแต่ปี 2563 เริ่มจากโครงการปศุสัตว์ชายแดนใต้ ซึ่งเป็นงบประมาณบูรณาการตามโจทย์เชิงนโยบาย เพื่อสร้างอัตลักษณ์สินค้าในพื้นที่ ก่อนขยายผลมายังจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช จนเห็นศักยภาพของปศุสัตว์ไทยอย่างชัดเจน หากได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและงานวิจัย โดยโครงการปัจจุบันเป็นความร่วมมือของ 7 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ

ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของมหาวิทยาลัยจากแหล่งองค์ความรู้สู่ “กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” แต่ยังตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่าง ม.อ. อว. และ วช. ในการผลักดันงานวิจัยสู่ตลาดจริง ยกระดับสินค้าปศุสัตว์ท้องถิ่นให้แข่งขันได้ และปูทางสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระดับประเทศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...