โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ชื่อจังหวัด “เอฮิเมะ” มีที่มาอย่างไร

conomi

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • conomi.co

จังหวัดเอฮิเมะ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะชิโกกุ เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นไอน้ำที่ลอยขึ้นจาก “โดโกะออนเซ็น” หนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ความงดงามของหมู่เกาะในทะเลเซโตะ การปั่นจักรยานเลียบทะเลบนเส้นทาง “ชิมะนามิไคโด” หรืออาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์อย่างส้มเอฮิเมะ ข้าวหน้าปลากะพง และเครื่องปั้นดินเผาโทเบะ

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว จังหวัดเอฮิเมะยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง โดยเฉพาะที่มาของชื่อจังหวัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้ง ตำนานเทพเจ้าโบราณ และ บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคเมจิ ชื่อ “เอฮิเมะ” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ไพเราะเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเชื่อ มุมมองต่อธรรมชาติ และอัตลักษณ์ของผู้คนในภูมิภาคนี้ บทความนี้จะพาทุกคนย้อนรอยตั้งแต่ชื่อดั้งเดิม “อิโย” ไปจนถึงการถือกำเนิดของชื่อ “เอฮิเมะ” ผ่านตำนานเทพธิดาไอฮิเมะและบทบาทของหมอประจำแคว้นอิมาบาริผู้มีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

1. จาก “อิโย” สู่ดินแดนแห่งน้ำ ธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์

ชื่อจังหวัด

ก่อนที่จะมีชื่อว่าเอฮิเมะ พื้นที่แห่งนี้รู้จักกันในนาม “จังหวัดอิโย” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังคงหลงเหลืออยู่ในชื่อภูมิภาคย่อย เช่น โทโย ชูโย และนันโย นักวิชาการได้เสนอทฤษฎีหลายประการเกี่ยวกับที่มาของคำว่า “อิโย” หนึ่งในทฤษฎีที่แพร่หลายที่สุดคือ การแปรเสียงมาจากคำโบราณว่า “อิยู” ซึ่งหมายถึงน้ำร้อนหรือบ่อน้ำพุร้อน สอดคล้องกับความจริงที่ว่าพื้นที่นี้อุดมไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะโดโกะออนเซ็นที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารประวัติศาสตร์อย่าง นิฮงโชกิ

อีกแนวคิดหนึ่งมองว่า “อิโย” มีความหมายเกี่ยวข้องกับ แหล่งน้ำบริสุทธิ์ หรือพื้นที่ที่มีน้ำใสไหลออกมาอย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสอดคล้องกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยลำธาร น้ำพุ และพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าแห่งน้ำ น้ำจึงไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นศูนย์กลางของความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต

นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีที่เชื่อมโยงคำว่า “อิโย” กับคำโบราณว่า “อิยะ” ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองหรือการเพิ่มพูน สะท้อนบทบาทของภูมิภาคอิโยในฐานะพื้นที่สำคัญบนเส้นทางเดินเรือทะเลเซโตะ และเป็นดินแดนที่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาลยามาโตะตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม

2. “อิโย” ในเอกสารโบราณ: ชื่อที่สื่อถึงความสงบและความอุดมสมบูรณ์

ชื่อจังหวัด

ชื่อ “อิโย” ปรากฏอยู่ในเอกสารสำคัญหลายฉบับ เช่น โคจิกิ นิฮงโชกิ และ มันโยชู โดยมีการใช้ตัวอักษรคันจิหลายรูปแบบ เช่น 伊予, 伊與 หรือ 伊豫 ความหลากหลายนี้สะท้อนช่วงเวลาที่ระบบการเขียนและการออกเสียงยังไม่ถูกกำหนดอย่างตายตัว

ในบรรดาการเขียนทั้งหมด รูปแบบ 伊予 (Iyo) ถือเป็นการถอดเสียงที่ใกล้เคียงกับการออกเสียงดั้งเดิมมากที่สุด โดยไม่ได้มุ่งเน้นความหมายของตัวอักษรเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตัวอักษร “予/豫 (โย)” ในภาษาจีนและญี่ปุ่นโบราณมีความหมายเชิงบวก เช่น ความผ่อนคลาย ความอุดมสมบูรณ์ และความสงบสุข ทำให้ชื่อ “อิโย” ค่อย ๆ ถูกมองว่าเป็นชื่อที่สะท้อนภาพลักษณ์ของดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และน่าอยู่อาศัย

นโยบายในสมัยนาราที่กำหนดให้ใช้ “อักษรที่ดีและเป็นมงคล” สำหรับชื่อจังหวัด ยิ่งทำให้การเขียนชื่อ “อิโย” ด้วยอักษรที่มีความหมายดีได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ และถูกใช้สืบต่อมาในเอกสารของรัฐและวรรณกรรมต่าง ๆ

3. เทพธิดาไอฮิเมะ: ต้นกำเนิดเชิงตำนานของชื่อเอฮิเมะ

ชื่อจังหวัด

คำว่า “ฮิเมะ” หมายถึงเจ้าหญิงหรือหญิงงาม แสดงถึงความอ่อนโยนและอุดมสมบูรณ์ของดินแดน ขณะที่ “ไอ” สื่อถึงความรักและความเอื้ออาทร เทพธิดาไอฮิเมะจึงไม่ใช่เพียงตัวละครในตำนาน แต่เป็นภาพแทนของภูมิประเทศ วัฒนธรรม และจิตใจของผู้คนในอิโย

ศาลเจ้าในพื้นที่ เช่น ศาลเจ้าอิโยซึเมฮิโกะ (สึบากิซัง) ยังคงบูชาไอฮิเมะในฐานะเทพผู้พิทักษ์ดินแดน แสดงให้เห็นว่าความเชื่อนี้ฝังรากลึกในชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน

4. การกำเนิดชื่อ “เอฮิเมะ” และบทบาทของหมอประจำแคว้นอิมาบาริ

ชื่อจังหวัด

ต้นกำเนิดทางจิตวิญญาณของชื่อจังหวัดเอฮิเมะปรากฏอยู่ใน โคจิกิ ผ่านตำนานการสร้างเกาะชิโกกุ ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นเกาะเดียวที่มี “สี่ใบหน้า” หรือสี่ภูมิภาค เทพธิดาผู้ปกครองภูมิภาคอิโยคือ ไอฮิเมะ (愛媛 / 愛比売) เทพีผู้เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความบริสุทธิ์ และความกลมกลืนกับธรรมชาติ

ในช่วงต้นยุคเมจิ เมื่อมีการยกเลิกระบบแคว้นและจัดตั้งจังหวัดใหม่ ภูมิภาคอิโยถูกแบ่งและรวมใหม่หลายครั้ง จนในปี ค.ศ. 1873 มีการรวมพื้นที่ทั้งหมดและต้องเลือกชื่อจังหวัดใหม่ ระหว่างชื่อเดิม “อิโย” กับชื่อใหม่ “เอฮิเมะ”

บุคคลสำคัญในกระบวนการนี้คือ “นาคาราอิ โกอัน” แพทย์ประจำแคว้นอิมาบาริและนักวิชาการด้านวรรณคดีญี่ปุ่นโบราณ เขาเป็นผู้เขียนหนังสือ “Ehime no Omokage” ซึ่งใช้ชื่อ “เอฮิเมะ” อย่างชัดเจนโดยอ้างอิงจากเทพธิดาไอฮิเมะในโคจิกิ ผลงานและชื่อเสียงของโกอันทำให้ชื่อ “เอฮิเมะ” ได้รับการยอมรับในวงกว้าง และสุดท้ายถูกเลือกเป็นชื่อจังหวัดอย่างเป็นทางการ

เอฮิเมะจึงกลายเป็น จังหวัดเดียวในญี่ปุ่นที่ตั้งชื่อตามเทพเจ้าในตำนาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยาก และสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์ ตำนาน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน

ชื่อจังหวัดเอฮิเมะไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการสั่งสมทางประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวัฒนธรรมที่ยาวนาน ตั้งแต่ชื่อ “อิโย” ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของน้ำและธรรมชาติ ไปจนถึงเทพธิดาไอฮิเมะผู้เป็นสัญลักษณ์ของความงามและความสงบสุข และบทบาทของนาคาราอิ โกอัน ผู้เชื่อมโยงตำนานเข้ากับการปกครองยุคใหม่ เอฮิเมะจึงไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นดินแดนที่มีเรื่องราวลึกซึ้งซ่อนอยู่ในชื่อของมันเอง ชื่อที่ยังคงกระซิบเล่าอดีต ความศรัทธา และเสน่ห์อันอ่อนโยนของดินแดนแห่งทะเลเซโตะมาจนถึงปัจจุบัน

สรุปเนื้อหาจาก : shintobuddhajourney.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...