ชื่อจังหวัด “เอฮิเมะ” มีที่มาอย่างไร
จังหวัดเอฮิเมะ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะชิโกกุ เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นไอน้ำที่ลอยขึ้นจาก “โดโกะออนเซ็น” หนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ความงดงามของหมู่เกาะในทะเลเซโตะ การปั่นจักรยานเลียบทะเลบนเส้นทาง “ชิมะนามิไคโด” หรืออาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์อย่างส้มเอฮิเมะ ข้าวหน้าปลากะพง และเครื่องปั้นดินเผาโทเบะ
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว จังหวัดเอฮิเมะยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง โดยเฉพาะที่มาของชื่อจังหวัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้ง ตำนานเทพเจ้าโบราณ และ บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคเมจิ ชื่อ “เอฮิเมะ” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ไพเราะเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเชื่อ มุมมองต่อธรรมชาติ และอัตลักษณ์ของผู้คนในภูมิภาคนี้ บทความนี้จะพาทุกคนย้อนรอยตั้งแต่ชื่อดั้งเดิม “อิโย” ไปจนถึงการถือกำเนิดของชื่อ “เอฮิเมะ” ผ่านตำนานเทพธิดาไอฮิเมะและบทบาทของหมอประจำแคว้นอิมาบาริผู้มีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
1. จาก “อิโย” สู่ดินแดนแห่งน้ำ ธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์
ก่อนที่จะมีชื่อว่าเอฮิเมะ พื้นที่แห่งนี้รู้จักกันในนาม “จังหวัดอิโย” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังคงหลงเหลืออยู่ในชื่อภูมิภาคย่อย เช่น โทโย ชูโย และนันโย นักวิชาการได้เสนอทฤษฎีหลายประการเกี่ยวกับที่มาของคำว่า “อิโย” หนึ่งในทฤษฎีที่แพร่หลายที่สุดคือ การแปรเสียงมาจากคำโบราณว่า “อิยู” ซึ่งหมายถึงน้ำร้อนหรือบ่อน้ำพุร้อน สอดคล้องกับความจริงที่ว่าพื้นที่นี้อุดมไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะโดโกะออนเซ็นที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารประวัติศาสตร์อย่าง นิฮงโชกิ
อีกแนวคิดหนึ่งมองว่า “อิโย” มีความหมายเกี่ยวข้องกับ แหล่งน้ำบริสุทธิ์ หรือพื้นที่ที่มีน้ำใสไหลออกมาอย่างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสอดคล้องกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยลำธาร น้ำพุ และพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าแห่งน้ำ น้ำจึงไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นศูนย์กลางของความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีที่เชื่อมโยงคำว่า “อิโย” กับคำโบราณว่า “อิยะ” ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองหรือการเพิ่มพูน สะท้อนบทบาทของภูมิภาคอิโยในฐานะพื้นที่สำคัญบนเส้นทางเดินเรือทะเลเซโตะ และเป็นดินแดนที่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาลยามาโตะตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
2. “อิโย” ในเอกสารโบราณ: ชื่อที่สื่อถึงความสงบและความอุดมสมบูรณ์
ชื่อ “อิโย” ปรากฏอยู่ในเอกสารสำคัญหลายฉบับ เช่น โคจิกิ นิฮงโชกิ และ มันโยชู โดยมีการใช้ตัวอักษรคันจิหลายรูปแบบ เช่น 伊予, 伊與 หรือ 伊豫 ความหลากหลายนี้สะท้อนช่วงเวลาที่ระบบการเขียนและการออกเสียงยังไม่ถูกกำหนดอย่างตายตัว
ในบรรดาการเขียนทั้งหมด รูปแบบ 伊予 (Iyo) ถือเป็นการถอดเสียงที่ใกล้เคียงกับการออกเสียงดั้งเดิมมากที่สุด โดยไม่ได้มุ่งเน้นความหมายของตัวอักษรเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตัวอักษร “予/豫 (โย)” ในภาษาจีนและญี่ปุ่นโบราณมีความหมายเชิงบวก เช่น ความผ่อนคลาย ความอุดมสมบูรณ์ และความสงบสุข ทำให้ชื่อ “อิโย” ค่อย ๆ ถูกมองว่าเป็นชื่อที่สะท้อนภาพลักษณ์ของดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และน่าอยู่อาศัย
นโยบายในสมัยนาราที่กำหนดให้ใช้ “อักษรที่ดีและเป็นมงคล” สำหรับชื่อจังหวัด ยิ่งทำให้การเขียนชื่อ “อิโย” ด้วยอักษรที่มีความหมายดีได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ และถูกใช้สืบต่อมาในเอกสารของรัฐและวรรณกรรมต่าง ๆ
3. เทพธิดาไอฮิเมะ: ต้นกำเนิดเชิงตำนานของชื่อเอฮิเมะ
คำว่า “ฮิเมะ” หมายถึงเจ้าหญิงหรือหญิงงาม แสดงถึงความอ่อนโยนและอุดมสมบูรณ์ของดินแดน ขณะที่ “ไอ” สื่อถึงความรักและความเอื้ออาทร เทพธิดาไอฮิเมะจึงไม่ใช่เพียงตัวละครในตำนาน แต่เป็นภาพแทนของภูมิประเทศ วัฒนธรรม และจิตใจของผู้คนในอิโย
ศาลเจ้าในพื้นที่ เช่น ศาลเจ้าอิโยซึเมฮิโกะ (สึบากิซัง) ยังคงบูชาไอฮิเมะในฐานะเทพผู้พิทักษ์ดินแดน แสดงให้เห็นว่าความเชื่อนี้ฝังรากลึกในชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน
4. การกำเนิดชื่อ “เอฮิเมะ” และบทบาทของหมอประจำแคว้นอิมาบาริ
ต้นกำเนิดทางจิตวิญญาณของชื่อจังหวัดเอฮิเมะปรากฏอยู่ใน โคจิกิ ผ่านตำนานการสร้างเกาะชิโกกุ ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นเกาะเดียวที่มี “สี่ใบหน้า” หรือสี่ภูมิภาค เทพธิดาผู้ปกครองภูมิภาคอิโยคือ ไอฮิเมะ (愛媛 / 愛比売) เทพีผู้เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความบริสุทธิ์ และความกลมกลืนกับธรรมชาติ
ในช่วงต้นยุคเมจิ เมื่อมีการยกเลิกระบบแคว้นและจัดตั้งจังหวัดใหม่ ภูมิภาคอิโยถูกแบ่งและรวมใหม่หลายครั้ง จนในปี ค.ศ. 1873 มีการรวมพื้นที่ทั้งหมดและต้องเลือกชื่อจังหวัดใหม่ ระหว่างชื่อเดิม “อิโย” กับชื่อใหม่ “เอฮิเมะ”
บุคคลสำคัญในกระบวนการนี้คือ “นาคาราอิ โกอัน” แพทย์ประจำแคว้นอิมาบาริและนักวิชาการด้านวรรณคดีญี่ปุ่นโบราณ เขาเป็นผู้เขียนหนังสือ “Ehime no Omokage” ซึ่งใช้ชื่อ “เอฮิเมะ” อย่างชัดเจนโดยอ้างอิงจากเทพธิดาไอฮิเมะในโคจิกิ ผลงานและชื่อเสียงของโกอันทำให้ชื่อ “เอฮิเมะ” ได้รับการยอมรับในวงกว้าง และสุดท้ายถูกเลือกเป็นชื่อจังหวัดอย่างเป็นทางการ
เอฮิเมะจึงกลายเป็น จังหวัดเดียวในญี่ปุ่นที่ตั้งชื่อตามเทพเจ้าในตำนาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยาก และสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์ ตำนาน และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน
ชื่อจังหวัดเอฮิเมะไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการสั่งสมทางประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวัฒนธรรมที่ยาวนาน ตั้งแต่ชื่อ “อิโย” ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของน้ำและธรรมชาติ ไปจนถึงเทพธิดาไอฮิเมะผู้เป็นสัญลักษณ์ของความงามและความสงบสุข และบทบาทของนาคาราอิ โกอัน ผู้เชื่อมโยงตำนานเข้ากับการปกครองยุคใหม่ เอฮิเมะจึงไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นดินแดนที่มีเรื่องราวลึกซึ้งซ่อนอยู่ในชื่อของมันเอง ชื่อที่ยังคงกระซิบเล่าอดีต ความศรัทธา และเสน่ห์อันอ่อนโยนของดินแดนแห่งทะเลเซโตะมาจนถึงปัจจุบัน
สรุปเนื้อหาจาก : shintobuddhajourney.com