โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย สร้างจุดเปลี่ยน ‘นวัตกรรมนำธุรกิจ’ รากฐานน้ำมันรำข้าวคิง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นอกจากจะสร้างชื่อเสียงแล้วยังเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ “นวัตกรรมนำธุรกิจ” เป็นรากฐานที่ทำให้บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด (Market Leader) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 80-85% ในปัจจุบัน

ล่าสุดปี 2568 “เครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผง (ตราไรซ์ลี่)” ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย จากมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มอบให้กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย ตลอดจนสามารถผลิตออกไปในเชิงพาณิชย์ได้

เส้นทางนวัตกรรม

“นวัตกรรมคือทางรอดเดียวที่จะทำให้สามารถแข่งขันกับน้ำมันพืชประเภทอื่น โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มที่มีองค์ความรู้ระดับโลกมารองรับอยู่แล้วได้”

ประทีป สันติวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด กล่าวถึงแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะในอดีตช่วงปี 2543 อุตสาหกรรมน้ำมันรำข้าวไทยมีความยากลำบากและทำยากกว่าน้ำมันประเภทอื่น เช่น น้ำมันปาล์มหรือถั่วเหลือง ทำให้ผู้ผลิตส่วนใหญ่เลิกทำจนเหลือเพียงไม่กี่ราย

“เครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผง” มีส่วนผสมจากรำข้าวมากกว่าร้อยละ 45 และเป็นผลิตภัณฑ์ Non-GMO รายเดียวในตลาดที่มีงานวิจัยรองรับและมีคุณประโยชน์ที่หลากหลาย อุดมด้วยวิตามิน B1 B3 แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส มีสารต้านอนุมูลอิสระ และไม่มีคอเลสเตอรอล

จึงมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพสูง ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และสังคมผู้สูงอายุ

พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สามารถยกระดับรำข้าวจากวัตถุดิบราคาต่ำสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มหลายร้อยเท่า

จากจุดเด่นดังกล่าวส่งเสริมให้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ปี 2568 ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม นับเป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพและความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงสะท้อนศักยภาพในการผลักดันอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ก้าวจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้

บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์ “ชอร์ตเทนนิ่ง” (Shortening) จากน้ำมันรำข้าว พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลพลอยได้จากการผลิต ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจนผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นอกจากนี้ยังเป็นรายแรกที่ผลิต “ครีมน้ำมันรำข้าว” เป็นนวัตกรรมที่ใช้น้ำมันรำข้าวทดแทนน้ำมันปาล์ม ในการผลิตครีมสำหรับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (เช่น ครีมเทียมหรือส่วนประกอบในอาหาร) ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างมากในตลาด

ประทีป กล่าวว่า การพัฒนาเครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผงจากรำข้าวสกัด เกิดจากความตั้งใจในการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรกรไทย

จากเดิมบริษัทกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิงดำเนินธุรกิจสกัดน้ำมันรำข้าว จะเหลือกากรำข้าวสกัดมากกว่า 3 แสนตัน ซึ่งในอดีตถูกขายราคาต่ำเพียง 7-10 บาทต่อกิโลกรัมให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

บริษัทจึงเริ่มหาวิธีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรำข้าวสกัดที่เหลืออยู่โดยการนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าว

การพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยจากสถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล มาสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนสินค้าจากกลุ่ม Commodity ที่ต้องแข่งขัดด้านราคากับน้ำมันประเภทอื่น (เช่น ปาล์ม หรือถั่วเหลือง) มาเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมและจุดขายที่ยั่งยืน

“นวัตกรรมน้ำมันรำข้าวที่มีสารโอรีซานอลสูงในปี 2549 ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่ทำให้จากเดิมไม่มีใครอยากทำน้ำมันรำข้าว กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีแบรนด์ในตลาดเพิ่มขึ้นจาก 2-3 ยี่ห้อ เป็นเกือบ 20 ยี่ห้อในปัจจุบัน

บริษัทเชื่อว่านวัตกรรมไม่ได้แค่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ แต่ช่วยเปลี่ยนอนาคตของอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ดีขึ้น” ผู้บริหารน้ำมันรำข้าวคิงกล่าว

นวัตกรรมสร้างแรงบันดาลใจ

NIA ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยฯ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมสำหรับเพิ่มมูลค่าข้าวไทย ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตผ่านการจัดประกวด “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2569” เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขันและแบรนด์นวัตกรรมจากข้าวไทย

17 ปีที่ผ่านมามีผู้ส่งผลงานนวัตกรรมข้าวไทยเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 821 ผลงาน ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ทั้งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากข้าวหรือกระบวนการผลิตข้าว ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์-30 มิถุนายน 2569

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทยฯ กล่าวว่า การจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยปีนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 18 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ

เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวไทยและต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ รวมถึงเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ปัจจุบันผลงานที่ส่งเข้าประกวดมีความเป็นนวัตกรรมสูงขึ้น ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และวิจัยที่ละเอียดและซับซ้อนมากขึ้น มีการตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและจุลินทรีย์ด้วยเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง

ทำให้ผลงานที่เกี่ยวข้องกับสรรพคุณเพื่อสุขภาพ ความงาม และการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีความน่าเชื่อถือและสามารถผ่านการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...