ไทยเปิดเกมรุก! สีหศักดิ์ถึงฟิลิปปินส์ ชูยุทธศาสตร์ปฏิรูปอาเซียน รับมือระเบียบโลกใหม่ ชูจุดยืนไทยเป็นผู้นำกวาดล้างสแกมเมอร์
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ พร้อมคณะเดินทางถึงเกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์วันนี้ (27 มกราคม) เพื่อเตรียมเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Foreign Ministers’ Retreat) ในวันที่ 28-29 มกราคมนี้ โดยได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทูตเชิงรุกของไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างเอกภาพและความแข็งแกร่งของอาเซียน ท่ามกลางบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ไร้กติกาชัดเจน
สีหศักดิ์ระบุว่า ปัจจุบันระเบียบโลกที่เคยมีสหรัฐฯ เป็นผู้ค้ำจุนกำลังเผชิญความท้าทายจากมาตรการฝ่ายเดียวและดุลอำนาจที่เปลี่ยนไป อาเซียนจึงไม่อาจตั้งรับได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นฝ่ายขับเคลื่อน (Pro-Active) เพื่อสะท้อนเสียงของประเทศกำลังพัฒนา
ไทยเตรียมเสนอแนวทางยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 20 ให้เพิ่มสูงขึ้น เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและเป็นเกราะป้องกันผลกระทบจากความผันผวนของมหาอำนาจโลก และเพื่อให้ความร่วมมือเกิดขึ้นจริง ไทยเตรียมนำเสนอแผนปฏิรูปการบริหารจัดการอาเซียนใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่
1. การเพิ่มอำนาจสำนักเลขาธิการอาเซียน ยกระดับจากการเป็นเพียงศูนย์ประสานงาน ให้สามารถขับเคลื่อนงานนโยบายได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว พร้อมเสนอเพิ่มทรัพยากรบุคคลให้เพียงพอต่อภารกิจที่ซับซ้อนขึ้น
2. กลไก Troika: ข้อเสนอในการจัดตั้งกลุ่มผู้ประสานงานเฉพาะกิจที่ประกอบด้วย ประเทศประธานอาเซียนในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อลดช่องว่างในการตัดสินใจภายใต้ระบบฉันทามติ ทำให้การตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างฉับไวและเป็นระบบ
ในประเด็นเมียนมาหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป สีหศักดิ์ย้ำว่า อาเซียนจำเป็นต้อง ‘ทบทวนและปรับปรุง’ ฉันทามติ 5 ข้อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หลังเมียนมาผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้ง แม้จะเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ไทยมองว่าเป็น ‘โอกาส’ ในการสร้างปฏิสัมพันธ์มากขึ้น เพื่อนำไปสู่กระบวนการสันติภาพ และเตรียมเสนอให้มีการสรรหา ‘ผู้แทนพิเศษอาเซียน’ ที่มีความต่อเนื่องและเป็นที่ยอมรับในภูมิภาค เพื่อเข้ามาดูแลปัญหาเมียนมาอย่างจริงจังในระยะยาว
“เราต้องแยกให้ออกระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์เพื่อสันติภาพ กับการรับรองความชอบธรรมของการเลือกตั้ง เป้าหมายหลักคือ การทำให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าต่อได้” นายสีหศักดิ์ กล่าว
สีหศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า ไทยในฐานะประเทศทางผ่านของขบวนการออนไลน์สแกม เตรียมชูประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นวาระสำคัญ โดยจะขยายผลจาก ‘ความร่วมมือกรุงเทพฯ’ ไปสู่พันธมิตรอาเซียน เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Real-time ระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และการสนับสนุนขีดความสามารถทางเทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อทำลายวงจรเงินมหาศาลของกลุ่มอาชญากรที่กัดเซาะความมั่นคงของภูมิภาค
สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AMM Retreat) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 มกราคมนี้ ณ เกาะเซบู ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกภายใต้การเป็นเจ้าภาพของฟิลิปปินส์ในปี 2026 เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการทำงานตลอดทั้งปี โดยบทบาทนำของไทยในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการกลับมาแสดงจุดยืนในเวทีสากลอย่างเต็มภาคภูมิ