โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชง 10 นโยบายการเงินรับมือโลกรวน ส่งถึงว่าที่รัฐบาลใหม่

Thai PBS

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

CFNT เตือน หากไม่เร่งลงทุนปรับตัวรับมือโลกรวน GDP ไทย เสี่ยงแนวโน้มลดลง 7–14% ภายในปี 2593 จี้ รัฐปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน เลิกหนุนฟอสซิล เดินหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียน ดันมาตรการ ช่วยประชาชนเข้าถึงระดับครัวเรือน-ชุมชน

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 69 เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวน (Climate Finance Network Thailand: CFNT), สถาบันวิจัยเพื่อรับมือภาวะโลกรวน และ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand: FFT) องค์กรที่ผลักดันให้สถาบันการเงินดำเนินกิจกรรมตามหลักการธนาคารที่ยั่งยืน จัดสัมมนาหัวข้อ “ข้อเสนอด้านนโยบายการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวนถึงรัฐบาลชุดใหม่” เพื่อนำเสนอแนวนโยบายด้านการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวน 10 ข้อ ถึงรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะจัดตั้งขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทยและเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวน

สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ CFNT และหัวหน้าทีมวิจัย ของ FFT เปิดเผยว่า ในประเทศไทย นโยบายสิ่งแวดล้อมมักไม่ค่อยได้รับความสำคัญจากภาครัฐเท่านโยบายด้านอื่น ๆ โดยภาครัฐมักเน้นใช้มาตรการสมัครใจกับภาคเอกชน แต่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก จำเป็นต้องมีการวางมาตรฐานขั้นต่ำผ่านนโยบายภาคบังคับ เพื่อทำให้ต้นทุนภายนอกถูกคำนวณเป็นต้นทุนในการทำธุรกิจและ สร้างสนามแข่งขันใหม่ทางธุรกิจที่เท่าเทียมกัน ซึ่ง CFNT และ FFT คาดหวังนโยบายที่จะเห็นนโยบายที่สมดุลระหว่างมาตรการภาคบังคับกับภาคสมัครใจจากภาครัฐ ทั้งในการดำเนินธุรกิจและรับมือกับภาวะโลกรวน

สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ CFNT

สฤณี ระบุว่า ภาวะโลกรวนกำลังก่อความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน อาทิ ผลกระทบจากความร้อนสูงต่อสุขภาพของแรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ความเสียหายจากอุทกภัย ภาวะน้ำแล้ง และการกัดเซาะชายฝั่ง รวมถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่รายงาน Thailand Country Climate and Development Report ของธนาคารโลก ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ของไทย มีแนวโน้มจะลดลง 7-14% ภายใน พ.ศ. 2593 (หรือค.ศ. 2050) หากไม่มีการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อโลกรวนอย่างทันท่วงทีและเพียงพอ

เมื่อคำนึงถึงบริบทข้างต้น CFNT และ FFT เห็นตรงกันว่า นโยบายด้านการเงินเพื่อรับมือโลกรวน ควรได้รับการบรรจุเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ดังนั้น ทั้ง 2 องค์กรจึงนำเสนอแนวนโยบายด้านการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวน 10 ข้อ เพื่อแก้ปมปัญหาที่สำคัญ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

ปัญหาประการที่ 1 : การลงทุนด้านการปรับตัวรับมือกับภาวะโลกรวนในไทย ยังไม่เพียงพอและทันท่วงที และแผน NDC 3.0 ยังไม่ระบุหลักปฏิบัติหรือแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม

ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker ของ CFNT พบว่า ประเทศไทยเผชิญกับช่องว่างทางการเงินขนาดใหญ่ในการลงทุนเพื่อปรับตัวรับมือกับภาวะโลกรวน โดยระหว่างปี พ.ศ. 2563-2567 (หรือ ค.ศ. 2020-2024) มีการลงทุนด้านการปรับตัวเพื่อรับมือภาวะโลกรวนเพียง 148,096 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 29,619 ล้านบาท/ ปี ซึ่งคิดเป็นเพียง 15-18% ของเงินทุนที่จำเป็นต้องใช้ในการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนต่อปีตามการคาดการณ์โดย UNESCAP นอกจากนี้แผน NDC 3.0 ของไทยที่ระบุถึง “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” เป็นครั้งแรก แต่กลับไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าจะทำได้อย่างไรในทางปฏิบัติ จึงมีข้อเสนอนโยบาย 3 ข้อ เพื่อแก้ปมปัญหาดังกล่าว คือ

  • กำหนดเกณฑ์กองทุนภูมิอากาศใน พ.ร.บ.ความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ พ.ศ… โดยให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของกลุ่มเปราะบาง ตามหลักการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม

  • จัดอันดับความสำคัญของการลงทุนด้านการลดก๊าซเรือนกระจกโดยรัฐ ตามหลักความคุ้มค่าการลงทุน เช่น ต้นทุนการลดก๊าซเรือนกระจกต่อตันคาร์บอนเทียบเท่า และกำหนดเกณฑ์สนับสนุนการลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ตามคำแนะนำของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์

  • สนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับโลกรวนโดยเฉพาะด้านการปรับตัวต่อโลกรวนและการชดเชยความเสียหาย อาทิ ตราสารหนี้ภัยพิบัติ

ปัญหาประการที่ 2 : สถาบันการเงินจำนวนมากยังให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โรงไฟฟ้าฟอสซิลและโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่

เนื่องจากสัญญาซื้อขายพลังงาน (Power Purchase Agreement: PPA) ของโรงไฟฟ้าเอกชนและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดใหญ่กับ กฟผ. เป็นสัญญาระยะยาวแบบไม่ใช้ก็ต้องจ่ายทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟฟ้าสูงเกินจริงตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา อีกทั้งยังสร้างแรงดึงดูดทางการเงินที่ยากจะปฏิเสธต่อสถาบันการเงิน ดังนั้น CFNT และ FFT มีข้อเสนอ นโยบาย 4 ข้อเพื่อแก้ปมปัญหาดังกล่าว คือ

  • เร่งออก พ.ร.บ. ความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ พ.ศ… และประกาศใช้กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับกับภาคพลังงาน ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด

  • ประกาศให้โรงไฟฟ้าถ่านหินต้องปลดระวาง ภายใน พ.ศ. 2578 (หรือ ค.ศ. 2035) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในแผน NDC 3.0

  • นำเกณฑ์ Do No Significant Harm ใน EU Taxonomy มาใช้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน Thailand Taxonomy ให้ครบถ้วน อาทิ จัดทำรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศตลอดสายน้ำ

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องกำหนดให้ธนาคารทุกแห่งจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านสำหรับพอร์ตสินเชื่อและพอร์ตลงทุนในภาคพลังงาน

ปัญหาประการที่ 3 : โครงการพลังงานหมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency: EE) โดยเฉพาะโครงการระดับชุมชนและครัวเรือน ยังต้องการกลไกสนับสนุนทางการเงิน

งานวิจัยใช้พลังมวลชน : เพิ่มการเข้าถึงเงินทุนเพื่อติดตั้งโซลาร์ครัวเรือนด้วยโมเดลคราวด์ฟันดิงในไทย ของ CFNT ในปี 2024 พบว่า ภาคครัวเรือนที่มีรายได้น้อยเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงงินทุนในการติดตั้งแผงโซลาร์ ดังนั้น CFNT และ FFT มีข้อเสนอ นโยบาย 3 ข้อเพื่อแก้ปมปัญหาดังกล่าว คือ

  • ออกมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ระดับชุมชนและครัวเรือนผ่านบิลค่าไฟ (On-Bill Financing: OBF) เพื่อลดต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับและเปลี่ยนมาทยอยจ่ายผ่านบิลค่าไฟแทน

  • ธนาคารแห่งประเทศควรประกาศลดน้ำหนักความเสี่ยงสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพพลังงานจาก 100% สู่ 50% เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการปล่อยสินเชื่อแก่โครงการพลังงานหมุนเวียน

  • ภาครัฐต้องทยอยยกเลิกมาตรการสนับสนุนพลังงานฟอสซิล และเปลี่ยนมาสนับสนุนโครงการพลังงาน หมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพพลังงานแทน

สำหรับข้อเสนอดังกล่าว ต่อยอดมาจากข้อเสนอที่นำเสนอในงาน เลือกตั้ง 69 นโยบายพลังงานไทยสู่ Net Zero 2050 โดย Justpow องค์กรที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ และการสื่อสารประเด็นพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เชิญ 9 นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญมานำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพลังงานแก่ตัวแทนจากพรรคการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เตือนภัย ! มิจฉาชีพหลอกชวนทำงาน “โปรโมตสินค้า” แท้จริงหลอกทำภารกิจ ก่อนสูญเงินเกลี้ยงบัญชี

55 นาทีที่แล้ว

เตือนภัย ! เพจอ้างเป็นโรงแรมชื่อดังในกระบี่ ตรวจสอบแล้วเป็นเพจปลอมของมิจฉาชีพ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...