รวบกะเทยชิงทรัพย์ นทท.ชาวจีน
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 3.28 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsตำรวจท่องเที่ยว บุกรวบกะเทยชิงทรัพย์คาเตียง หลังก่อเหตุนทท.ชาวจีน จนต้องวิ่งแก้ผ้าตามโจ รขอตร.ช่วย
จากกรณีเมื่อ ช่วงกลางดึกของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีนักท่องเที่ยวชาวจีน วิ่งเปลือยกายลงมาขอความช่วยเหลือจากพนักงานของโรงแรมแห่งหนึ่ง ของเมืองพัทยา ช่วยเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกสาวประเภทสอง 2 คนก่อเหตุข่มขู่และเอาทรัพย์สินไป เป็นเงินสด 10,000 บาท และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ไอโฟน 15 โปรแม็ก 1 เครื่อง แล้วรีบหลบหนีไป โดยผู้เสียหายเปิดเผยว่าได้ไปเจอสาวประเภทสองกลุ่มนี้ที่ชายหาดพัทยา ก่อนจะให้มาหาที่ห้องพัก จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.06 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้มีนโยบายสั่งให้ปราบปราม สาวประเภทสอง ที่มีพฤติกรรม ประสงค์ต่อทรัพย์ของนักท่องเที่ยว สร้างความเสื่อมเสีย ภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว จึงสั่งการให้ร.ต.อ.อัษฎา จารุสมบัติ รอง สว.ส.ทท4 กก.2 บก.ทท.1 ร.ต.อ.อภิสิทธิ์ พึ่งแย้ม รอง สว.ส.ทท4 กก.2 บก.ทท.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาพร้อมหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป”
โดยสามารถจับกุมได้ที่ ห้องพักแห่งหนึ่งภายในซอยพัทยา 13/2 ถนนพัทยาสายสอง เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่ห้องพักเลขที่ 502 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ภายในห้องพบกลุ่มสาวประเภทสองอยู่ภายในห้องรวม 5 ราย พบตัวผู้กระทำผิดตามหมายจับคือนายอติคุณ เมืองมุงคุณ อายุ 20 ปี บางรายยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงนอน ซึ่งในกลุ่มเพื่อนของผู้กระทำผิดนั้น เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันนี บริเวณชายหาดพัทยา จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไปก่อนหน้านี้ด้วย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้แสดงหลักฐานจากกล้องวงจรปิด รวมถึงโทรศัพท์มือถือของกลาง ที่ผู้ก่อเหตุได้มาจากนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิดจนกระทั่งออกหมายจับในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าตัวต้องยอมจำนน ต่อหลักฐานทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป