โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

>> กระบะซิ่งหนีตำรวจทางหลวง เสียหลักพลิกคว่ำ แรงงานเถื่อนเจ็บกว่า 20 ราย นอนเกลื่อนถนน

07.00 น. เจ้าหน้าที่ ตำรวจทางหลวงกาญจนบุรี - สุพรรณบุรี ออกลาดตระเวนป้องกันปราบปรามการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนพบรถกระบะต้องสงสัยขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีการตรวจค้นจากฝั่งอำเภอไทรโยค มุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองด้วยความเร็วสูง

กระทั่งพบ รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณบ้านหนองสามพราน หมู่ 9 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี บนถนนสาย 323 ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวชายหญิงได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บกว่า 20 ราย จากแรงงานที่โดยสารมาด้วยกันราว 50–60 คน

การสืบสวนพบขบวนการลักลอบขนแรงงานใช้เส้นทางดังกล่าว รถคันเกิดเหตุเป็นมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว สวมป้ายทะเบียนปลอม คนขับขี่ย้อนศรและเร่งหนีระยะทางราว 50 กม.ก่อนเกิดอุบัติเหตุ เบื้องต้นผู้โดยสารรับสารภาพเดินทางจากย่างกุ้ง ผ่านพญาตองซู เข้าช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เตรียมไปประเทศมาเลเซีย คิดค่าเดินทางรายละ 130,000 บาท โดยนายหน้าจะให้ทำงานใช้หนี้ภายหลัง ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดี

>> พบวัตถุต้องสงสัยซุกพุ่มไม้ริมถนน ก่อนถึงสะพานสายบุรี จ.นราธิวาส

07.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารพรานพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดซุกซ่อนอยู่ริมถนนในพื้นที่ อ.รือเสาะ เร่งปิดกั้นพื้นที่ประสานชุด EOD เข้าตรวจสอบ

โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานจาก กองร้อยทหารพรานที่ 4608 ซึ่งจัดกำลังชุดปฏิบัติการจรยุทธ์จำนวน 2 ชุด ออกลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับประชาชนตามภารกิจปกติ

เมื่อลาดตระเวนมาถึงบริเวณริมถนนบ้านบือเจาะ หมู่ 5 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้สังเกตพบวัตถุผิดปกติถูกซุกซ่อนไว้ภายในพุ่มไม้ริมทาง ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรีเพียงประมาณ 700 เมตร

ล่าสุด ทาง จนท.ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่ โดยรอบในรัศมีปลอดภัยทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้สัญจรไปมา ขณะที่มีการประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดว่าวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดชนิดใดและมีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่

เบื้องต้นคาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่นำวัตถุระเบิดมาซุกซ่อนไว้เพื่อเตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

>> ไฟไหม้บ้านเรือน ที่เมืองแม่สอด เพลิงลุกไหม้สร้างความเสียหายบ้านจำนวน 3 หลังคาเรือน เคราะห์ดีไร้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

09.40 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ ม.3 ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เพลิงได้ลุกไหม้บ้านต้นเพลิง และลุกลามบ้านข้างเคียง ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงของ อบต.แม่กุ และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมดำเนินการใช้หัวฉีดน้ำเข้าสกัดเพลิง ก่อนที่จะสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา

ตรวจสอบ พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมด จำนวน 2 หลัง และได้รับความเสียหายบางส่วนอีก 1 หลัง ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนขอวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด

>> ชุดเฉพาะกิจตำรวจพระ ประสานฝ่ายปกครอง สำนักพุทธฯ ร่วมตรวจสอบพระเรี่ยไรเงินตามสถานีขนส่ง

10.00 น. ชุดเฉพาะกิจ สนธิกำลังระหว่าง พระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครปฐม โดยนายพิพิธชัย จรัญปรัชญานนท์ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองนครปฐม นายพนม ชุ่มนวล นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม นายพิภพ เสลาคุณ นายสถานีรถไฟจังหวัดนครปฐม ได้ร่วมหารือในการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ฮอตไลน์ ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดนครปฐม ว่ามีพระภิกษุ มีพฤติกรรมเรี่ยรายเงินผู้โดยสารบ่อยครั้งและมีพฤติกรรมก้าวราวกับญาติโยม จึงขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมและตรวจสอบว่าเป็นพระจริงหรือไม่

โดยปฏิบัติการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวงฯ มอบหมายให้พระครูสมุห์วรินทร พระครูปลัดปิติภัทร ลงพื้นที่ในการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งนายสถานีรถไฟจังหวัดนครปฐมได้ให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เข้าตรวจสอบว่า พฤติกรรมของพระภิกษุสงฆ์บริเวณสถานีรถไฟนครปฐม พบว่าพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมชอบเดินเรี่ยไรเงินจากผู้โดยสารบ่อยครั้ง แต่ไม่ทุกวัน ต่อมาภายหลังทราบชื่อพระรูปนี้ แต่ไม่ทราบสังกัดว่าเป็นพระจำวัดอยู่ที่ไหน

ทั้งนี้หลังจากมีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้นายสถานีรถไฟจังหวัดนครปฐม ได้เฝ้าสังเกตการณ์และรับเรื่องร้องเรียนโดยสามารถโทรหาคณะสงฆ์ พระวินยาธิการ หรือ ตำรวจพระ สังกัดวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง

>> คุณตาวัย 81 ปีจมในสระน้ำ กู้ภัยลงงมค้นหา พบเสียชีวิต ก่อนนำร่างขึ้นฝั่ง และส่งชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง

10.44 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู พัฒนานิคม ลพบุรี เกิดเหตุพบบุคคลสูญหายในน้ำ ภายในซอย 15 สายศูนย์เลขที่ หมู่ที่ 3 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นสระกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีผ้าใบสีดำปูที่ขอบบ่อ บริเวณขอบสระน้ำพบรองเท้าแตะ 1คู่สีดำ และผ้าขาวม้าลายแดง 1 ผืนวางอยู่ อาสาฯ ร่วมกตัญญูพร้อมชุดอุปกรณ์ประดา ลงไปตรวจสอบภายในสระน้ำดังกล่าว ที่มีความลึกประมาณ 3 เมตรกว่า ใช้เวลาในการค้นหาสักพัก จึงพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ที่ใต้น้ำ จึงนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากน้ำ ทราบต่อมา เป็นชาไทย อายุ 81 ปี สวมใส่กางเกงขาสั้นสีดำ มือเท้าซีด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรววจ พนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม ร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุถ่ายภาพและตรวจสอบพื้นที่ในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะมอบให้อาสานำร่างของผู้เสียชีวิตไปชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลพัฒนานิคมเบื้องต้นต่อไป

>> เตือน “โรคไข้หูดับ” กระจาย 28 จังหวัด พบป่วยแล้ว 49 ราย เสียชีวิต 3 ราย

11.21 น. นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุสถานการณ์ของโรคไข้หูดับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วย 49 ราย กระจายตัวอยู่ใน 28 จังหวัด (อายุระหว่าง 5 – 90 ปี) และพบผู้เสียชีวิตสะสม 3 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมา คือ อายุ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ

สำหรับจังหวัดที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา รองลงมา คือ แพร่ ชลบุรี ชัยภูมิ และสุรินทร์ ตามลำดับ โดยมีปัจจัยเสี่ยง คือ การมีประวัติรับประทานเนื้อสุกรหรือเลือดสุกรที่ปรุงไม่สุก (เช่น ลาบดิบ หลู้ ก้อย) พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานเนื้อสุกรดิบ รวมถึงการประกอบอาชีพหรือการชำแหละเนื้อสุกรโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณมือ สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หรือผู้ที่ถูกตัดม้าม มีโอกาสที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิต

>> เปิดสถิติอุบัติเหตุปี 68 ยอดลดลง "ขับเร็ว" ยังครองอันดับ 1 เตือน ตรวจรถก่อนเดินทาง

12.59 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนและความปลอดภัยของประชาชน ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) จึงได้พัฒนาและใช้งานระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน Police Road Safety (PRS) เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นำไปใช้กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนนปี 2568 จากระบบ PRS พบว่าอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 20,967 ครั้ง ลดลงจากปีก่อนกว่า 11% ผู้เสียชีวิต 11,779 ราย ลดลงกว่า 15% และผู้บาดเจ็บ 12,182 ราย ลดลงกว่า 20% สะท้อนผลจากการทำงานเชิงรุกของตำรวจจราจรทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด รองลงมาคือการตัดหน้ากระชั้นชิด ง่วงหลับใน ขับจี้ท้าย และเมาสุรา ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นรถจักรยานยนต์

ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจำนวนไม่น้อยเกิดจากสภาพยานพาหนะที่ไม่พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะไฟหน้าและไฟท้ายชำรุด ซึ่งทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงและผู้ร่วมทางสังเกตเห็นได้ยาก, การดัดแปลงสภาพรถที่ไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม ส่งผลต่อสมรรถนะการควบคุมรถ, ระบบเบรกขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทันในสถานการณ์ฉุกเฉิน และยางระเบิดจากการเสื่อมสภาพหรือเติมลมไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้รถเสียการทรงตัวอย่างฉับพลัน รวมถึงไฟเลี้ยวชำรุด ซึ่งทำให้ไม่สามารถแจ้งเตือนผู้ร่วมทางก่อนเปลี่ยนช่องจราจรหรือลี้ยวรถ นำไปสู่การเฉี่ยวชนได้ง่าย

>> คนร้ายอุกอาจ จ่อยิงกลางวันแสกๆ ในร้านขายของชำ ข้างวัดช้างไห้ จ.ปัตตานี

13.00 น. ได้รับแจ้ง เกิดเหตุใช้อาวุธปืน มีผู้บาดเจ็บจำนวน 1 ราย ที่ร้านขายของชำข้างวัดช้างไห้ โดยมีคนร้ายไม่ทราบชื่อ จำนวน 2 คน ขับขี่รถ จยย.ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับมาจอดหน้าร้าน จากนั้น 1 ในคนร้ายได้เดินเข้าไปบริเวณหน้าร้าน ก่อนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ก่อเหตุยิงใส่ราษฎร ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย ทราบชื่อนายวิจิตร อายุ 46 ปี เหตุเกิด บริเวณห้องแถว ตรงข้ามสถานีรถไฟวัดช้างให้ หมู่ที่ 2 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์

>> มติวุฒิสภา เห็นชอบ ให้ "จิรุตม์ วิศาลจิตร" นั่ง กกต.คนใหม่

13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

โดยหลังการประชุมลับเพื่อตรวจสอบรายงานประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรรมแล้วเสร็จ ได้ลงมติพบว่า นายจิรุตม์ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมด้วยมติ 144 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง และงดออกเสียง 26 เสียง

ขณะที่ นายมณฑล ไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม โดยได้คะแนนเห็นชอบ เพียง 9 เสียง ไม่เห็นชอบ 102 เสียง และงดออกเสียง 57 เสียง

>> "หมอวาโย" ตัวแทนพรรคประชาชน ยื่นฟ้อง กกต. ม.157 ฐานละเว้นและปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

13.17 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทนายความ ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในฐานะเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาตรา 69 เจ้าหน้าที่ละเว้นกระทำการ หรือกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่, พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164 ทำเครื่องหมายอันเป็นที่สังเกตได้ลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 164

ซึ่งขณะนี้ได้มีการลงเลขรับคดีไว้แล้ว รอฟังคำสั่งอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีคำสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง หรือจะมีคำสั่งให้รับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง ภายใน 30 วัน ซึ่งหากมีการรับฟ้อง ก็จะต้องมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ซึ่งน่าจะมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องได้ภายใน 45-60 วันนับจากวันที่ 24 มีนาคม 2569

นพ.วาโย เปิดเผยกับสื่อมวลชน ถึงความแตกต่างของการยื่นฟ้องคดีครั้งนี้จากการยื่นฟ้องคดีตามช่องทางอื่น ๆ ว่าการยื่นกับผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเรื่องของการให้เหตุการณ์และข้อเท็จจริงนี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอำนาจในการวินิจฉัยคดีอาญา แต่จะเป็นเรื่องของตำแหน่งหน้าที่ หรือการมีคำสั่งให้เลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะหรือไม่ หรือหากไปที่ศาลปกครอง ก็จะมีอำนาจเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครอง สั่งให้มีการเลือกตั้งหรือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ หรือแม้แต่เป็นแบบพิมพ์บัตรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นแต่ละส่วนไปคนละที่กัน

ทั้งนี้ การที่พวกตน มาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในวันนี้คือคดีอาญา ส่วนเรื่องจะมีการรวมสำนวนหรือไม่ เป็นไปตามดุลพินิจของศาล แต่ไม่ใช่การฟ้องซ้ำซ้อนแน่นอน เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน

>> คุมตัว "เสือ ดุสิต" กับพวก ส่งฝากขังศาลจังหวัดนนท์ เจ้าตัวเครียด บอกพูดอะไรไป ก็ไม่มีคนเชื่อ

14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ใช้เวลาทำการสอบปากคำ นายสัมฤทธิ์ หรือ เสือ ดุสิต พร้อมกับพวก อีก 2 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุรุมกรัมทำร้ายร่างกายชาย อายุ 53 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกซี่โครง 12 ซี่ หักทิ่มปอดจนอาการโคม่านั้น นานกว่า 3 ชั่วโมง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหานำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดนนทบุรีในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส
โดยทันทีที่นำตัวเสือ ดุสิต ออกมาจากห้องพนักงานสอบสวน เจ้าตัวมีสีหน้ากังวลใจ พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษและกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ผมพูดอะไรไปก็ไม่มีคนเชื่อ ส่วนจะยื่นประกันตัวในชั้นศาลหรือไม่นั้น ตนเองยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงต่อไป ส่วนเอ็ม ออนิว เพื่อนสนิทที่มาเยี่ยมตนนั้น ตนก็ยังไม่ได้เจอกันเลย

ขณะที่ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.1 เดินทางเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ รพ.วิภาราม-ปากเกร็ด โดยยืนยันจะดำเนินคดีตามหลักฐาน

>> หนุ่มเมียนมา นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจมคูน้ำ พร้อมรถจักรยานยนต์คู่ใจ ริมถนนเข้าหมู่บ้าน จ.นครศรีธรรมราช

14.15 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิหัวไทร พบศพผู้เสียชีวิตในร่องน้ำข้างทาง บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน พื้นที่ ม.7 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายชาวเมียนมา อายุ 39 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ในคูน้ำริมถนน และใกล้กัน พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ของผู้ตายล้มอยู่
เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาวพม่า มารับจ้างเลี้ยงกุ้งที่ อ.หัวไทร คาดเสียชีวิตมาแล้ว1 วัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวไทร ร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัคร เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเพิ่มเติมโรงพยาบาลหัวไทร และนำผู้เสียชีวิตส่งวัดหัวค่ายเพื่อให้ญาติได้ประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

>> นายกฯ เป็นประธานพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ประดิษฐานชั่วคราว ณ ทำเนียบรัฐบาล

15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีคณะรัฐมนตรี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีกว่า 200 คน

พระบรมสารีริกธาตุ 2 องค์ที่อัญเชิญมาครั้งนี้ มีลักษณะพิเศษหายาก คือมี 3 สี ได้แก่ สีทองคำ สีเงินสว่างใส และสีงาช้าง อันเปี่ยมด้วยความงดงามและสิริมงคล โดยจะประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ทำเนียบรัฐบาล ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุฯ ในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 69 พร้อมทั้งยังมีการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเติบโตมาจากหน่อพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา ปัจจุบันอายุกว่า 2,333 ปี มาปลูก ณ วัดพระมหาธาตุฯ อีกด้วย

ทั้งนี้ จะมีการจัดงานมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจะมีพิธีถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 11,250 รูป และขบวนแห่ผ้าพระบรมธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ โดยขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์นี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1,250 ปี พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และวันมาฆบูชา รวมถึงฉลองวาระครบรอบ 800 ปีแห่งพุทธลังกาวงศ์สู่เมืองนครศรีธรรมราช ที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเผยแพร่พุทธศาสนาลังกาวงศ์บนแผ่นดินไทย

>> เยาวชน 16 ปีเข้ามอบตัว หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกาย บริเวณปากซอยคลองหลวง 27 รับทำไปเพราะขาดสติ หึงหวง

15.14 น. ความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธมีดฟันนักเรียนหญิงและเพื่อนนักเรียนชายบาดเจ็บ บริเวณป้ายรถประจำทางปากซอยคลองหลวง 27 ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ล่าสุด ที่ สภ.คลองหลวง ผู้ปกครองได้พาตัว นาย เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมของกลางอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้น นายเอ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าคบหากับฝ่ายหญิงมาประมาณ 5 เดือน แต่ระยะหลังจับได้ว่าฝ่ายหญิงปันใจให้ชายอื่นเนื่องจากแอบเห็นข้อความในแชท และเคยเตือนให้เลิกคุยแล้วแต่ไม่เชื่อฟัง

“วันเกิดเหตุได้พกมีดมาจากบ้านเพื่อมาขู่เฉย ๆ แต่เมื่อเห็นฝ่ายชายนั่งอยู่ใกล้กับแฟนสาวทำให้ ขาดสติ ด้วยความหึงหวง จึงปรี่เข้าไปต่อว่าและลงมือฟันฝ่ายชาย 1 ครั้ง ส่วนบาดแผลที่แขนของฝ่ายหญิงนั้นบอกไม่ได้ตั้งใจฟัน เป็นจังหวะชุลมุนขณะที่ฝ่ายหญิงกำลังก้าวลงจากรถ”

ด้าน พ.ต.ท.ฉลาด กล่าวว่า เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ขั้นตอนหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนจะร่วมกับทีมสหวิชาชีพสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการส่งสถานพินิจตามขั้นตอนต่อไป

>> ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ หารือตำรวจภูธรภาค 5 สั่งกำชับ เฝ้าระวังกลุ่มคนแปลกหน้าเข้ามาพื้นที่ รร. กรณีเด็กถูกหลอกแจกซิมฟรี

15.44 น. พลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เดินทางเข้าหารือกับ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอความร่วมมือให้จังหวัดเชียงใหม่กำชับไปยังทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบและรู้ทันกลลวงรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ หลังจากที่มีมิจฉาชีพปลอมตัวเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาหลอกให้นักเรียนในพื้นที่อำเภอแม่อายเปิดซิมโทรศัพท์ โดยอ้างว่าเป็นการเปิดซิมเพื่อให้เด็กนักเรียนใช้ประโยชน์ในการศึกษา

กลุ่มแก๊งดังกล่าว ได้เลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนชนเผ่า โดยหลอกให้เด็กลงทะเบียนเปิดซิมใหม่ โดยใช้วิธีการสแกนใบหน้าจำนวน 5 ครั้ง แต่ให้เด็กเก็บซิมไว้ใช้เพียง 1 ซิม เท่านั้น ส่วนอีก 4 ซิมที่เหลือคาดว่าได้นำไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อนำไปต่อยอดใช้ก่อการกระทำผิด จนกระทั่งศูนย์ต่อต้านภัยออนไลน์ ได้ตรวจสอบพบว่ามีการนำซิมที่ลงทะเบียนในชื่อของเด็กนักเรียนหลายซิมไปกระทำผิด จึงได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีผู้เสียหายกว่า 300 คน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางตำรวจภูธรภาค 5 และจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการหารือแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กำชับไปยังอำเภอทั้ง 25 อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกแจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ทั้งเด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ และข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว ผ่านเสียงตามสาย การเคาะประตูบ้าน และพูดคุยอย่างใกล้ชิด เพื่อเตือนภัยให้ประชาชนรู้ทันกลโกงใหม่ๆ ของแก๊งมิจฉาชีพ ที่มีพฤติกรรมการหลอกเหยื่อปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบใหม่ๆ ทั้งการหลอกเปิดซิมม้า บัญชีม้า รวมถึงการหลอกไปทำงานในต่างประเทศ และอื่นๆ อีกมากมาย
>> บุกร้านจำหน่ายน้ำหอม ติดฉลากปลอม KING POWER หวังสร้างความน่าเชื่อถือ

16.43 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมตัวแทนจาก บริษัท คิง พาวเวอร์ ฯ บุกตรวจสอบร้านค้าภายในศูนย์การค้าย่านศรีนครินทร์ จับกุมตัว น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ตรวจยึดของกลาง สินค้าประเภทน้ำหอมแบรนด์ต่างๆ ซึ่งติดฉลากปลอมเครื่องหมายร่วมของ บริษัท คิง พาวเวอร์ รวม 40 ชิ้น

สืบเนื่องจาก บริษัท คิง เพาเวอร์ฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีร้านค้าตามศูนย์การค้า จำหน่ายสินค้าประเภทน้ำหอม ซึ่งติดฉลากของบริษัทฯ โดยเชื่อว่าเป็นฉลากปลอม จึงได้ทดลองซื้อเพื่อนำมาตรวจสอบ พบว่าฉลากที่ติดอยู่กับสินค้าดังกล่าวเป็นฉลากปลอมเครื่องหมายร่วมจริง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ร่วมกับผู้เสียหายเข้าตรวจสอบร้านค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าย่านศรีนครินทร์ กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจสอบพบ สินค้าประเภทน้ำหอมบรรจุในกล่อง ติดฉลากปลอมเครื่องหมายการค้าจำนวนหนึ่ง รวมถึงกล่องน้ำหอมเปล่าที่ติดฉลากปลอมอีกหลายรายการ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นของแท้
ทั้งนี้ จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ประกอบกิจการเปิดร้านจำหน่ายเครื่องสำอางและเครื่องประดับ และได้เริ่มนำสินค้าน้ำหอมที่มีฉลาก ของผู้เสียหาย มาจำหน่ายตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบที่มาของฉลากอย่างรอบคอบ

>> 2 สาววัย 16 ปีขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ สภาพรถพังยับ บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย จ.ลพบุรี

17.00 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยพุทไธสวรรย์ จังหวัดลพบุรี มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนเส้นทาง บ่อคู่ - ทะเลวัด ในพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลทะเลวังวัด อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซู สีขาว จอดอยู่สภาพหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ป้ายทะเบียน สระบุรี ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง สภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 16 ปี ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ท่าหลวง ส่วนจุดเกิดเหตุ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 16 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าหลวง

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถเก๋ง หนุ่มวัย 26 ปีเจ็บสาหัส อาสากู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล

21.54 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู แจ้งว่า มีอุบัติเหตุ ถนนเลียบด่วนพระประแดง ใกล้เคียงแยกคุณกะลา ในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยายนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. และมีผู้บาดเจ็บสาหัส อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ ด้วยการปั๊มหัวใจ และต่อมาเวลา ได้รับการยืนยันว่า ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 26 ปี สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เทียนทะเล

>> โจรฮูดดำ ควงมีดบุกปล้นตู้เซฟ บ้านเชฟหนุ่มชาวอังกฤษ กวาดเงินสด 2 ล้านบาท ผกก.หนองปรือ จัดทีมไล่ล่า จ่อสอบคนใกล้ชิดพบพิรุธขอตัวออกไปซื้อของก่อนเกิดเหตุ จ.ชลบุรี

22.50 น. พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกปล้นตู้เซฟนิรภัยภายในบ้านพัก หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเขาน้อย หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

บ้านเกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายในพบผู้เสียหายคือ ผู้ชาย ชาวอังกฤษ อายุ 32 ปี พร้อมแฟนสาวชาวไทย อายุ 34 ปี และเพื่อนชาวต่างชาติอีก 2 คน อยู่ในอาการตื่นตกใจ โดยจุดที่คนร้ายก่อเหตุอยู่บริเวณห้องนอนชั้น 2 ซึ่งตู้เซฟนิรภัยถูกยกออกไป ภายในมีเงินสดกว่า 2 ล้านบาท และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง

สาวชาวไทย ให้การว่า ขณะที่ตนพร้อมแฟนหนุ่มซึ่งมีอาชีพเป็นเชฟทำอาหาร และเพื่อนรวม 3 คน นั่งอยู่ภายในบ้าน ส่วนเพื่อนอีก 1 คนออกไปซื้อของ จู่ๆ มีคนร้าย 3 คน สวมชุดสีดำคลุมโม่งปิดบังใบหน้า บุกเข้ามาภายในบ้าน หนึ่งในคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ข่มขู่ สอบถามที่เก็บเงิน และสั่งให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ ก่อนวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนชั้น 2 รื้อค้นและยกตู้เซฟซึ่งมีเงินสดประมาณ 2 ล้านบาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ลงมาขึ้นรถกระบะ 4 ประตู สีดำ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แม้ผู้เสียหายพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์

สอบถาม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านให้ข้อมูลว่า ไม่ทันสังเกตช่วงที่คนร้ายเข้ามา แต่ขณะรถกระบะคันดังกล่าวกำลังขับออกจากหมู่บ้าน ตนอยู่ด้านหลังป้อมยาม จึงรีบวิ่งกลับไปเพื่อกดเปิดไม้กั้นทางเข้าออก แต่รถกระบะคนร้ายไม่จอด ได้เร่งเครื่องพุ่งชนไม้กั้นอย่างแรงจนได้รับความเสียหาย ก่อนหลบหนีออกไป

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เวลา 22.35 น. พบภาพคนร้าย 3 คน สวมชุดดำคลุมโม่ง เดินเข้ามาทางประตูเหล็กเลื่อนหน้าบ้าน จากนั้นเกิดเสียงโวยวาย ก่อนผู้เสียหายหญิงจะวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ต่อมาคนร้ายทยอยออกจากบ้าน โดยคนสุดท้ายยกตู้เซฟแนบลำตัวขึ้นรถกระบะสีดำ แล้วขับหลบหนีไป

เบื้องต้น ผกก.สภ.หนองปรือ ประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถกระบะต้องสงสัยได้ขับวนเวียนเข้ามาดูลาดเลาภายในหมู่บ้านหลายครั้งตั้งแต่ช่วงเย็น ส่วนประเด็นบุคคลใกล้ชิดรู้เห็นหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบพิรุธของบุคคลที่ออกไปซื้อของในช่วงเวลาเกิดเหตุ

>> หนุ่มวัย 33 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ เสียชีวิตที่เชิงลงสะพานข้ามแยกเกษตร

03.15 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก ลงสะพานข้ามแยกเกษตร เล็กน้อย ในพื้นที่เขตจตุจักร กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะพลิกคว่ำ สภาพด้านข้างรถพังเสียหาย และใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 33 ปี สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...