โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"ตร.ขอนแก่น" ตีกรอบ 40 กม. ไล่ล่าโจรชิงทอง 26 บาท คาดยังซ่อนตัวในพื้นที่

สยามรัฐ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

ตร.ขอนแก่น เร่งล่าคนร้ายชิงทองร้านดัง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ตีกรอบค้นหารัศมี 40 กม. เชื่อยังหลบซ่อนใน อ.เมือง ตรวจกล้องวงจรปิด–ประสานร้านทองและโรงรับจำนาหาหลักฐานเพิ่ม

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 17 ก.พ.69 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองกรุงเทพเยาวราช ซึ่งตั้งอยู่ ม.12 ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยคนร้ายสามารถชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 26 บาท รวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาทหลบหนีไป โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดอย่างเข้มงวด

พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลของคนร้ายค่อนข้างมาก แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด แต่จากพฤติการณ์ในการก่อเหตุและเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีในเส้นทางสายรองชี้ให้เห็นว่า คนร้ายมีความชำนาญเส้นทางพอสมควร โดยขณะนี้ได้ตีกรอบรัศมีในการค้นหา 40 กม. จากจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า คนร้ายยังคงอยู่ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น

"ได้มีการประสานข้อมูลไปยังโรงพักต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น และ อำเภอรอยต่อว่า มีการแจ้งความรถจักรยานยนต์ถูกโจรกรรรมหรือไม่ ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานแจ้งความรถจักรยานยนต์หาย รวมทั้งประสานไปยังร้านทองและโรงรับจำนับในพื้นที่ว่ามีบุคคลใดนำทองคำรูปพรรณมาขายฝากหรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่พบการซื้อขายเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกชุดกำลังเร่งหาตัวคนร้ายและพยานหลักฐานต่าง ๆ อย่างเต็มที่"

ด้านนายสุข อายุ 36 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนออกไปทำธุระ ไม่มีใครอยู่ที่ร้าน กระทั่งทราบข่าวการชิงทองจากคนในหมู่บ้าน และมีคนบอกว่าคนร้ายผ่านมาทางหน้าร้านของตน จึงกลับมาเปิดกล้องวงจรปิดย้อนหลังตรวจสอบพบว่าในเวลา 13.46 น. คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้านจริง โดยในมือถือท่อนเหล็กยาวยื่นออกไปด้านหลังอย่างชัดเจน เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลเกี่ยวกับรูปพรรณสันฐานและรถที่ใช้ก่อเหตุ ก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นคันเดียวกัน จึงบันทึกช่วงเวลาดังกล่าวเก็บไว้ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาประสานขอภาพเพื่อนำไปใช้ประกอบการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

"หลังทราบเหตุรู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายใกล้บ้านตนเอง และยังใช้เส้นทางผ่านหน้าร้านไปก่อเหตุอีก ปกติเห็นเหตุลักษณะนี้จากข่าวทางโทรทัศน์เท่านั้น ไม่เคยคิดว่าจะเกิดใกล้ตัวขนาดนี้ จากนี้จะเพิ่มความรัดกุมในการดูแลทรัพย์สินมากขึ้น โดยได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทั่วบริเวณบ้าน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการตกงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยมากกว่าเดิม"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...