โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดปฏิบัติการทุบ “กล้าธรรม” จนยอมสยบ ขอเป็นพรรคร่วมฯ อย่างไร้เงื่อนไข

สยามรัฐ

อัพเดต 52 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชัยชนะอย่างถล่มทลายของ “พรรคภูมิใจไทย” (193 ที่นั่ง) ในการเลือกตั้งปี 2569 คือผลลัพธ์แห่งความสำเร็จของยุทธศาสตร์บ้านใหญ่ที่กินรวบเกือบทุกพื้นที่ ในขณะที่ “พรรคกล้าธรรม” ภายใต้การนำของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ก็ทำผลงานได้น่าทึ่งด้วยจำนวน สส. 58 คน

ทว่า “ตัวเลข 58 ที่นั่ง” ที่ควรเป็น “แต้มต่อ” กลับกลายเป็น “กับดัก” ที่ทำให้พรรคกล้าธรรมต้องตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งพรรค นี่คือเบื้องหลังเกมการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ทำให้ “ร.อ.ธรรมนัส” ต้องยอมจำนน ต่อยอดนักยุทธศาสตร์การเมืองแห่งบุรีรัมย์

1. ปมร้าว “ภูมิใจไทย” ถูกลูบคม

ชนวนเหตุแห่งการสั่งสอนครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นหลังวันเลือกตั้ง แต่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่สมรภูมิหาเสียง ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า “ข้อตกลงหลีกทางกันในบางเขต” ถูกฉีกทิ้งโดยฝ่ายกล้าธรรม ในขณะที่ภูมิใจไทยยอมถอยในบางเขตเพื่อเปิดทางให้พันธมิตร แต่ผู้สมัครฯ ของกล้าธรรมกลับสู้เต็มอัตราศึก และกวาดคะแนนในพื้นที่ที่ควรจะหลีกทางให้กัน

สำหรับภูมิใจไทย การกระทำเช่นนี้คือการลูบคม เมื่อกวาด สส. เข้าสภาได้ถึง 193 คน มีอำนาจเบ็ดเสร็จจึงอยู่ในมือ ความจำเป็นต้องพึ่งพา 58 เสียงของกล้าธรรมจึงลดน้อยถอยลง และกลายเป็นโอกาสทองให้ภูมิใจไทยได้ชำระแค้น

2. “กล้าธรรม” ถูกด้อยค่า จนหมดอำนาจต่อรอง

หลังรู้ว่า งานนี้ต้องมีการเอาคืน “ร.อ.ธรรมนัส” พยายามแก้เกมด้วยการรวบรวมพรรคเล็กเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง แต่เป็นยุทธวิธีที่อ่านง่ายเกินไปสำหรับภูมิใจไทย ก่อนถูกตอบโต้ด้วย “ยุทธการ 2 ขยัก” ที่ทำให้กล้าธรรมไปไม่เป็น

ขยักที่ 1 เปิดโอกาสให้พรรคเล็กเข้าหาภูมิใจไทยโดยตรง เพื่อตัดตอนนายหน้าอย่างกล้าธรรม ทำให้เสียงสนับสนุนไหลไปกองที่ภูมิใจไทยจนเกือบหมดสิ้น

ขยักที่ 2 ดึงพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล เพื่อรุกฆาตกล้าธรรม เพราะทำให้เสียงรัฐบาลพุ่งทะยานไปใกล้แตะ 300 อยู่ในระดับที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ ส่งผลให้ 58 เสียงของกล้าธรรม กลายสภาพเป็นเพียงอะไหล่สำรอง ที่มีก็ดี ไม่มีก็ได้

3. ยึดกล่องดวงใจ ปิดตำนานเจ้าพ่อกระทรวงเกษตรฯ

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” เปรียบเสมือน “ท่อน้ำเลี้ยง” และ “ฐานปฏิบัติการหลัก” ของ “ร.อ.ธรรมนัส” มาตั้งแต่ปี 2562 เครือข่ายข้าราชการ งบประมาณ และโครงการท้องถิ่น ล้วนผูกพันกับกระทรวงนี้ และเป็นกระทรวงหลักที่กล้าธรรมประกาศจองโควต้าไว้

แต่เมื่อสถานการณ์พลิกผัน ภูมิใจไทยต้องการทุบกล้าธรรมให้สิ้นฤทธิ์ จึงปัดตกข้อเรียกร้องดังกล่าว ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดแขนตัดขา และทำลายฐานเสียงในระยะยาวของกล้าธรรมอย่างรุนแรงที่สุด

4. “กล้าธรรม” ส่งสัญญาณยอมสยบ

ท่าทีที่อ่อนลงจนนำไปสู่การให้สัมภาษณ์ยอมเข้าร่วมรัฐบาล “อย่างไร้เงื่อนไข” ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ สะท้อนว่า กล้าธรรมไม่มีไพ่ในมือให้เล่นอีกแล้ว นัดหมายของทั้ง 2 พรรคในช่วงเย็นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ จึงไม่ใช่การเจรจาต่อรอง แต่เป็นการรับทราบคำสั่ง 3 เงื่อนไขจากภูมิใจไทย

(1) พรรคกล้าธรรมจะไม่ได้ “กระทรวงเกษตรฯ” ตามที่เคยร้องขอ

(2) ร.อ.ธรรมนัส ต้องไม่รับตำแหน่งในรัฐบาล

(3) พรรคกล้าธรรมอาจได้เพียงรับกระทรวงเกรด C

5. เชือดไก่ให้ลิงดู

ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 การเมืองไทยได้เข้าสู่ยุคที่พรรคภูมิใจไทยมีอำนาจต่อรองสูงสุด การทุบพรรคกล้าธรรมจนยอมจำนน ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดสรรเก้าอี้ แต่คือการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” เพื่อส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ว่า “ใครคิดจะงัดข้อ หรือเล่นเกมต่อรองกับภูมิใจไทย จะต้องพบกับจุดจบเช่นนี้”

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...