โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยลงทุนสร้าง ‘กางเกงในอัจฉริยะ’ วัดปริมาณการผายลมของมนุษย์

เดลินิวส์

อัพเดต 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 5.02 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ทีมวิจัยเรื่องการผายลมของมนุษย์ได้ผลิต

ในอดีตเคยมีผลงานวิจัยที่ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วคนเราจะผายลมประมาณ 14 ครั้งต่อวัน แต่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ (UMD) ได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อวัดการผายลมของมนุษย์อย่างแม่นยำ และพบว่าตัวเลขเฉลี่ยจริงๆ แล้วพุ่งสูงถึง 32 ครั้งต่อวัน

ผลวิจัยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งค้นพบว่ามนุษย์เราผายลมบ่อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มากนี้ ได้มาจากเครื่องมือสำคัญซึ่งก็คือ "กางเกงในอัจฉริยะ" ที่ช่วยวัดปริมาณและจำนวนครั้งของการผายลมได้

ในการศึกษาวิจัยเพื่อทำความเข้าใจปัญหาความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้ให้ดียิ่งขึ้น ทีมงานได้สร้างอุปกรณ์สวมใส่ขนาดจิ๋วที่สามารถติดเข้ากับกางเกงในได้อย่างแนบเนียน เซนเซอร์ไฟฟ้าเคมีจะคอยตรวจจับการผลิตก๊าซในลำไส้และปริมาณไฮโดรเจนในลมที่ผายออกมาตลอด 24 ชั่วโมง (ยกเว้นตอนที่ผู้สวมใส่กำลังปลดทุกข์ในห้องน้ำ)

จากการเก็บข้อมูลพบว่า อัตราการผายลมของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างมาก บางคนผายลมน้อยเพียง 4 ครั้งต่อวัน ในขณะที่บางคนผายลมบ่อยมากถึง 59 ครั้งต่อวัน

สาเหตุที่การประมาณการในอดีตต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เป็นเพราะความคลาดเคลื่อนจากการให้ข้อมูลด้วยตัวเอง, เทคนิคการตรวจวัดแบบรุกล้ำร่างกายที่ให้ข้อมูลไม่แม่นยำ หรือแม้แต่ทัศนคติของคนที่ไม่ตรงกันว่าลักษณะแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นการ "ผายลม"

ย้อนกลับไปในปี 2000 ดร. ไมเคิล เลวิตต์ อายุรแพทย์ทางเดินอาหารเจ้าของฉายา "ราชาแห่งการผายลม" เคยกล่าวไว้ว่า "มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่แพทย์จะบันทึกการมีก๊าซเกินขนาดได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการทดสอบที่มีอยู่ในปัจจุบัน"

เหล่านักวิจัยหวังว่าเทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกว่า "ระดับการผายลมที่ปกติ" ควรเป็นอย่างไร เหมือนกับที่เรามีเกณฑ์วัดระดับคอเลสเตอรอลหรือความดันโลหิต

"จริงๆ แล้วเราไม่รู้เลยว่าการผลิตลมในลำไส้ระดับที่ปกตินั้นเป็นอย่างไร" แบรนต์ลีย์ ฮอลล์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก UMD กล่าว "หากไม่มีค่ามาตรฐานนั้น มันก็ยากที่จะบอกได้ว่า เมื่อไหร่ที่นับได้ว่าสการผายลมของใครถือว่า 'มากเกินไป' จริงๆ"

ฮอลล์ระบุว่าอุปกรณ์นี้ (ซึ่งยังไม่มีจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป) มีลักษณะคล้ายกับเครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง (CGM) แต่เปลี่ยนมาตรวจจับระดับไฮโดรเจนแทน การติดตามไฮโดรเจนในก๊าซที่ร่างกายปลดปล่อยออกมาจะช่วยให้ข้อมูลว่า จุลินทรีย์ในลำไส้ทำงานเพื่อหมักอาหาร (ซึ่งทำให้เกิดก๊าซ) อย่างไรและเมื่อไหร่

เพื่อให้ได้ข้อมูลมากขึ้น ทีมวิจัยได้เปิดตัวโปรเจกต์ “แผนที่การผายลมของมนุษย์” (Human Flatus Atlas) เพื่อวัดรูปแบบของก๊าซจากการผายลมของอาสาสมัครหลายร้อยคน แล้วจัดหมวดหมู่ตามอาหารที่รับประทานและองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้ โดยพวกเขากำลังมองหาอาสาสมัครที่กินอาหารกากใยสูง แต่ไม่ค่อยผายลม, คนที่ผายลมบ่อยมาก และคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองกลุ่มนี้

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Brantley Hall, University of Maryland

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...