โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI ปรับเพิ่มเป้า CREDIT เป็น 27 บาท คาดกำไรปี 69-71 แกร่งรับสินเชื่อโต

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 08.11 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 27.00 บาท จากเดิม 26.50 บาท หลังจากธนาคารรายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 ที่ 1.18 พันล้านบาท แม้จะลดลง 1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อน (q-q) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 24% ปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมทั้งปี 2568 คิดเป็น 106% ของประมาณการทั้งปี อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) ปรับตัวลดลง 4.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 8.2% q-q เนื่องจากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM)

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 สินเชื่อของ CREDIT ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 11.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2.4% จากไตรมาสก่อน ในขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังควบคุมได้ดี โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ระดับ 4.2% ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับ 4.23% ในไตรมาส 3/2568

ทั้งนี้ จากการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารของ CREDIT ได้เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2569 โดยคาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวในอัตราเลขสองหลัก ต่อเนื่องจากการเติบโต 11.6% ในปี 2568 โดยมีกลุ่มสินเชื่อ Micro SME (สัดส่วน 68% ของสินเชื่อรวม) และสินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกัน (สัดส่วน 15% ของสินเชื่อรวม) เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นอกจากนี้ ธนาคารมีแผนกลับมาขยายพอร์ตสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และไมโครไฟแนนซ์ (สัดส่วน 12% ของสินเชื่อรวม) อีกครั้ง หลังจากที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อไปในปี 2568 พร้อมทั้งตั้งเป้าหมาย NIM ในปี 2569 ไว้ที่ 7.5-8.0% และควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ให้อยู่ที่ 42-44%

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ในปี 2569-2570 ขึ้น 5.0-7.3% เพื่อสะท้อนผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปี 2568 และเป้าหมายทางการเงินใหม่ของผู้บริหาร นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดสมมติฐานอัตราการสำรองหนี้สูญในปี 2569-2570 ลงจาก 2.2% เหลือ 2.0% เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบเป้าหมายของธนาคารที่ตั้งไว้ 1.5-2.0% ซึ่งมองว่าเป็นนโยบายการตั้งสำรองแบบระมัดระวัง (Conservative) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของคุณภาพสินทรัพย์

ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 27.00 บาท (อิง P/BV 1.1 เท่า ในปี 2569) และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากมองว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายในระดับ P/BV เพียง 0.65 เท่า ยังมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่คาดว่าจะสูงถึง 15.2-16.1% ในช่วงปี 2569-2571 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ 8.5% ส่วนปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือคุณภาพสินทรัพย์และการปรับลดดอกเบี้ยของ ธปท. ขณะที่ปัจจัยบวกมาจากความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่จะช่วยหนุนกำลังซื้อของลูกหนี้ SME ขนาดเล็ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...