โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หมอเล่นการเมือง

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 มกราคม 2569 เวลา 5.55 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เรื่องหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ถูกไล่ออกจากราชการ ที่จริงไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน เพราะมีหลักฐานกองพะเนินเทินทึก

แต่ยิ่งพูดยิ่งซับซ้อน ยิ่งเสพข่าวยิ่งงง เพราะมีบุคคลที่ ๓ ที่มีความน่าเชื่อถือพากันถือหางอีกฝ่าย ถึงขั้น "กล้ารับประกัน"

มีทั้งนั่งยันนอนยันว่าไม่ผิด และผิด

ประชาชนตาดำๆ มึนตึ้บ ไม่รู้จะเชื่อฝ่ายไหนดี

ที่สำคัญวันนี้กลายเป็นการเมืองไปล้านเปอร์เซ็นต์เต็มไม่มีหักแล้ว ต่างฝ่ายต่างโจมตีว่าอีกฝ่ายใช้เรื่องนี้เป็นประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง

ส้มก็เชื่อแบบส้ม ที่ไม่ใช่ส้มก็เชื่ออีกอย่าง

ขนาดหมอยังแบ่งเป็นฝักฝ่ายเห็นไปคนละทางเลยครับ

ฝั่งหมอชนบท ซัดรัฐมนตรีสาธารณสุข "พัฒนา พร้อมพัฒน์" และคนที่ใหญ่กว่า แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร ถึงไม่บอก อ่านดูก็รู้หมายถึง นายกฯ อนุทิน

หมอชนบทเขาชี้เปรี้ยง!

"…การเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เข้าข่ายเป็นการละเมิด 'ประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง .. ๒๕๖๔' ในข้อ ซึ่งกำหนดว่า 'ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยอย่างน้อยต้องดำรงตน ดังต่อไปนี้…. () ไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมือง เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ การดำเนินงาน การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน และการดำเนินการทางวินัย หรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ'

เรื่องนี้คงไม่จบแค่รัฐมนตรีสาธารณสุขเท่านั้น

รอติดตามต่อไป…”

ถือเป็นคำขู่ไปถึงนายกฯ อนุทินก็คงจะได้

หนาวแน่ครับ เกิดศาลวินิจฉัยว่าผิด ตัดสิทธิทางการเมือง ๑๐ ปี อนาคตวูบเลยนะครับ

แต่…เรื่องนี้ เขาแกล้งกันจริงๆ หรือ

โพสต์ของ เพจสมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป เป็นอีกมุมที่ประชาชนควรเสพไว้ไม่เสียหลาย

"…๗๐ บาท คือราคาซื้อจริงของ รพ.รัฐ

๓๐๐ บาท คือค่าตรวจ ที่ สปสช.จ่าย รพ.

๒๕๐ บาท คือราคาซื้อของ รพ.จะนะ

นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ชี้แจงว่า คดีวินัยของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เป็นผลจากข้อเท็จจริงด้านการจัดซื้อและการบริหารงบประมาณสาธารณสุขที่ตรวจสอบได้ โดยสามารถแยกเป็นขั้นตอนชัดเจนดังนี้

ขั้นที่ : ตั้งเงื่อนไข 'WHO' โดยไม่จำเป็น

ในช่วงโควิดปี ๒๕๖๔ มีการกำหนดเงื่อนไขให้ ATK ต้องผ่านการรับรองจาก WHO เท่านั้น

ทั้งที่ในทางวิชาการ มาตรฐาน อย.ไทย เพียงพอและใช้กันทั่วไป

ผลที่เกิดขึ้นคือ

ผู้ขายถูกจำกัดเหลือเพียงไม่กี่ราย

เอกชนต่างชาติร้องเรียนว่าเป็นเงื่อนไขไม่เป็นธรรม

สังคมตั้งคำถามว่าเป็นการ 'ล็อกสเปก' หรือไม่

จุดนี้ถูกมองว่า เป็นการใช้อำนาจกำหนดสเปกที่ไม่จำเป็นต่อคุณภาพ แต่มีผลต่อราคา

ขั้นที่ : เมื่อไม่ล็อกสเปก รัฐซื้อได้ 'ถูกจริง'

ต่อมา องค์การเภสัชกรรม ไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อแบบพิเศษ และตัดเงื่อนไข WHO ออก

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนคือ

ผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น

เกิดการแข่งขันด้านราคา

รัฐสามารถจัดซื้อ ATK ได้ในราคาประมาณ ๗๐.๐๙ บาท/ชุด

ต่ำกว่าราคากลาง ๑๒๐ บาท และต่ำกว่าราคาตลาด ๒๐๐-๓๐๐ บาท

จุดนี้สะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาด แต่เกิดจากการตั้งเงื่อนไขเอง

ขั้นที่ : แต่ รพ.จะนะ กลับซื้อแพงกว่าเกือบ เท่า

หลังจากรัฐพิสูจน์แล้วว่าสามารถซื้อ ATK ได้ในราคาต่ำ

โรงพยาบาลจะนะ ซึ่ง นพ.สุภัทร เป็นผู้บริหาร กลับจัดซื้อ ATK ในราคาประมาณ ๒๕๐ บาท/ชุด

คำถามสำคัญคือ

หากรัฐบาลซื้อได้ ๗๐ บาท เหตุใดโรงพยาบาลระดับอำเภอจึงต้องซื้อแพงกว่าเกือบ เท่า เป็นเพราะคุณภาพสูงกว่า หรือเป็นผลจากสเปกที่ตั้งไว้เฉพาะเจาะจง

จุดนี้เป็นหัวใจของข้อกล่าวหาเรื่อง ความไม่คุ้มค่าและความเหมาะสมในการใช้งบรัฐ

ขั้นที่ : การสื่อสารที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด

นพ.เอกภพ ระบุว่า มีการอ้างต่อสาธารณะว่า

'โรงพยาบาลซื้อ ATK ถูกกว่ารัฐ เพราะรัฐซื้อ ๓๐๐-๔๐๐ บาท'

แต่ข้อเท็จจริงคือ

ตัวเลข ๓๐๐-๔๐๐ บาท ไม่ใช่ราคาซื้อ ATK ของรัฐบาล

เป็นเพียงค่าบริการตรวจ ATK ที่ สปสช.จ่ายชดเชยให้โรงพยาบาล

การนำ 'ค่าบริการ' มาเปรียบเทียบกับ 'ราคาจัดซื้อ' ถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล ทำให้สังคมเข้าใจผิด

ขั้นที่ : ความผิดไม่ใช่จุดเดียว แต่เป็น 'พฤติกรรมต่อเนื่อง'

เมื่อพิจารณาร่วมกับประเด็นอื่น เช่น

การจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง

การแบ่งสัญญาไม่เกิน .๙๙ ล้านบาท

การทำสัญญาก่อนหรือวันเดียวกับการประกาศซื้อ

...จึงมองว่า ไม่ใช่ความผิดพลาดเชิงเทคนิค

แต่เป็น พฤติกรรมการบริหารที่ขัดหลักความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง

สรุปในมุม 'หมอเอกภพ'

โควิดอาจเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน

แต่การตั้งสเปก การใช้เงินรัฐ และการสื่อสารต่อสังคม ต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ

และนี่คือเหตุผลที่คดีนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง

แต่เป็นการลงโทษทางวินัยจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้…"

ทาง "หมอสุภัทร" เขาต่อสู้ว่าจัดซื้อเอทีเค ถูกต้องตามหนังสือสั่งการของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒ / ว ๑๑๕ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นการปลดล็อกการจัดซื้อพัสดุเพื่อแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของโควิด-๑๙ โดยกรมบัญชีกลางได้ออกข่าวด่วน ฉบับที่ ๕๐/๒๕๖๓ วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ เรื่อง “กรมบัญชีกลางปลดล็อกแนวทางการจัดซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อป้องกัน ควบคุมรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙"

ที่จริงทั้ง ๒ ฝ่ายก็อ้างหลักฐานเอกสารชิ้นเดียวกันนั่นแหละครับ จะอ้างเกินอ้างขาดเป็นอีกเรื่อง

แต่เรื่องการเมืองมันมีแน่ๆ

ในการเมืองมีพรรคการเมือง วงการแพทย์ก็มีกลุ่มแพทย์การเมือง

วันนี้หมอสุภัทร ชายร่างเล็กไม่ใช่หมอติ๋มๆ นะครับ มีความคล่องตัว ว่องไวปราดเปรียว หาตัวจับยากอยู่เหมือนกัน เป็นผู้สมัคร สส.พรรคส้ม

อดีตเคยเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท เคยเป็นเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ช่วงหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

ฉะนั้นชั้นเชิงทางการเมืองมีติดตัวอยู่พอสมควร

ลีลาการโพสต์ข้อความล่าสุดจึงเป็นการเมืองล้วนๆ

"…วันนี้ชัดเจนว่า การเมืองสีเทาที่ครอบงำกระทรวงสาธารณสุขมายาวนาน มีอยู่จริง และเป็นต้นเหตุของความชะงักงันในการพัฒนาระบบสุขภาพและการแต่งตั้งโยกย้ายที่เล่นพรรคเล่นพวกมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา…"

"…มาร่วมกันส่งหมอสุภัทรเข้าสภา ไปกวาดล้างการเมืองสีเทากันนะครับ หมอสุภัทรเอาจริง…"

ดีครับที่เอาจริง เพราะประชาชนจะได้รู้ความจริง

ที่เอาเรื่้องนี้มาเขียนในวันนี้ เป็นเพราะ โพสต์ของ "Bow Nuttaa Mahattana" โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา ล้วนๆ เลยครับ

เธอโพสต์ว่า

"…เรื่องที่ถูกสอบอยู่ในกระบวนการอยู่แล้ว รู้อยู่แก่ใจว่าผิดเต็มๆ อยู่แล้ว จึงเลือกมาลงสมัคร เพื่อให้ตอนโดนลงโทษจะได้โวยวายว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง หวังกระแสสังคมช่วยผ่อนหนักเป็นเบา…"

ก็…ตามนั้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...