คารม เปิดเหตุผลลาออก อนค. หลังถูกตรา ‘สส.งูเห่า’
วันที่ 29 ม.ค. 69 นายคารม พลพรกลาง ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก เปิดใจถึงกระแสการถูกมองว่าเป็นนักการเมือง “งูเห่า”
นายคารม กล่าวว่า อยากมาคุยเรื่องความรู้สึกของนักการเมือง “งูเห่า” ตอนที่ผมออกจากพรรคอนาคตใหม่ ผมลาออกหลังจากมีการยุบสภาฯ แล้ว ถ้าจะให้ย้อนความรู้สึกของนักการเมือง “งูเห่า” เป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด เพราะกรณีของผม ยืนยันว่า “ผมไม่ใช่งูเห่า”
ตอนนั้นมีการแข่งขันกันระหว่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผมอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ เป็น สส.สมัยแรก แบบบัญชีรายชื่อ ก็โหวตนายธนาธร ยึดตามหลักการ เพราะเป็นหัวหน้าพรรคเรา นี่คือสิ่งที่ทำถูกต้องตามครรลองระบอบประชาธิปไตย
ตอนนั้นมีการแข่งขันกันระหว่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผมอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ เป็น สส.สมัยแรก แบบบัญชีรายชื่อ ก็โหวตนายธนาธร ยึดตามหลักการ เพราะเป็นหัวหน้าพรรคเรา นี่คือสิ่งที่ทำถูกต้องตามครรลองระบอบประชาธิปไตย
แต่ทำไมผมถึงทำผิดมติพรรคบ้างเรื่อง และมาโหวตฝั่งพรรครัฐบาล มันเป็นความเหนื่อยยากมาก ทั้งที่ความจริง การที่ออกจากพรรคอนาคตใหม่ เป็นเหตุผลที่จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องอะไรเลย เป็นเรื่องแค่ว่าตอนนั้นผมได้คุยกับผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมาเป็นพรรคก้าวไกล และผมก็เข้ามาอยู่กับพรรคก้าวไกล
ประเด็นคือเพียงแค่ว่า ผมอยากมาสร้างพื้นที่การเมืองในขณะที่ผมเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ผมอยากสร้างพื้นที่การเมืองในบ้านของผม คือ จ.ร้อยเอ็ด จ.กาฬสินธุ์ และ จ.มหาสารคาม
พูดง่าย ๆ คือผมอยากลง สส.เขต แต่ว่าจริง ๆ แล้ว การทำหน้าที่ สส. ไม่จำเป็นต้องเป็น สส.เขตก็ได้ ในแง่ของการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง สส.บัญชีรายชื่อ ต้องพูดตรง ๆ ว่าพื้นที่ทำการเมืองมันกว้างเกินไป แล้วอีกอย่างมันมี สส.เขตอยู่แล้ว พอเราเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ การทำงานมันลักลั่น มันขัดกัน มันสู้กัน ในเชิงการเมืองจึงทำได้ไม่เต็มที่ แต่การเป็น สส.เขต มันจะมีความผูกพันกับประชาชน แล้วก็มันจะใกล้ชิดประชาชน จะได้เห็นปัญหาละเอียดลออ พื้นที่ตรงไหนควรพัฒนาเรื่องอะไร ตรงไหนควรเจาะลึกในเรื่องอะไร
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมไปพูดกับอดีตเลขาฯ พรรคก้าวไกล ผมขอเขาว่า ผมจะขอทำพื้นที่ในรูปแบบของบ้านผม และผมจะมาลงเขต จริง ๆ ครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจที่ใจร้อนไปนิดหนึ่ง แต่พอมีการโหวตสวนมติของพรรคและไปโหวตช่วยฝั่งรัฐบาล มันเลยอยู่ในสภาพงูเห่า ทั้งที่ความจริงไม่มีการย้ายข้ามขั้วระหว่างเป็น สส. หรือมาโหวตพิลึกกึกกือ
ผมขอบอกพี่น้องประชาชนว่า ผมยังยืนยันว่า ผมไม่ใช่ สส.งูเห่า แต่เอาเถอะครับ ในเมื่อมันเป็นมาแล้ว ก็ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่ต้องการจะมุ่งหวังจะมาเป็น สส.เขต นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้ต้องมาลงสมัคร สส.เขต ซึ่งมันก็สอดคล้องกับสิ่งที่ตั้งใจ
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมจึงยืนยันว่าการตัดสินใจออกจากพรรคอนาคตใหม่ตอนนั้น พูดง่าย ๆ ผมใจร้อนไปนิดหนึ่ง ผมเรียนตรง ๆ ว่า ถ้าย้อนเวลาได้ ผมจะยังอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ และก็อาจจะมีการยุบพรรคเป็นพรรคก้าวไกล เป็นพรรคประชาชน ถ้าย้อนกลับไปได้ก็จะยังอยู่พรรคเดิม
ถ้าผมเป็น สส.บัญชีรายชื่อ สัก 2 สมัย ในนามของพรรคอนาคตใหม่ แล้วก็มาพรรคก้าวไกล พอครั้งที่ 3 มาลงในพรรคประชาชน มาลง สส.ที่บ้านผม เขต 6 คือถ้าเส้นทางการเมืองแบบนั้นก็จะไม่ถูกตำหนิ ไม่มีแผล
และผมก็พูดตรง ๆ เลยว่า การตัดสินใจของผมคืออย่างนี้เลย ผมอยากมาทำการเมืองแบบเขตเร็วไปนิดหนึ่ง แต่เมื่อทำแล้วก็ทำมาต่อเนื่อง
ผมจึงอยากจะเรียนว่า คำว่า สส.งูเห่า นี่มันเจ็บปวด ทั้ง ๆ ที่เราตัดสินใจ เหตุผลไม่เหมือนกับหลายคนที่ตัดสินใจในสภาฯ คุณควรจะดูว่ามันเหมือนกันไหม กับคนที่เขาถูกกล่าวหา ผมยืนยันว่าผมไม่เหมือนคนอื่น แต่มันเลยไปแล้วเราทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงมาพิสูจน์ตัวเองในการลง สส.แบบเขต อันนี้คือความรู้สึกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นงูเห่า มันไม่ใช่แบบที่ทุกคนเข้าใจ
และวันนี้อันนี้คือความจริงลึก ๆ ที่วันนี้มันได้ตอบผม และได้ให้คำตอบผมในตัวว่าถ้าผมไม่รีบร้อนมาลง สส.แบบเขตในครั้งที่แล้ว แล้วย้ายพรรค ฉะนั้นกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ผมไม่ใช่งูเห่า แล้วคำว่างูเห่ามันโหดร้าย มันทำให้คนที่ไม่ได้ดูรายละเอียดเลย เข้าใจผิดไป ทำให้เป็นผลเสียกับเรา เป็นผลเสียในทางการเมืองที่กว่าจะกู้มาได้ ก็เพิ่งจะมาเป็นวันนี้แหละครับ