สสส.จับมือธนาคารโลก ยกระดับสุขภาพจิต 3 จังหวัดชายแดนใต้ ฝึกอาสาคัดกรอง “เขียว-เหลือง-แดง” ตั้งเป้าเยียวยา 2,400 คน
สสส. จับมือธนาคารโลก ปั้นอาสาด่านหน้าดูแลสุขภาพจิต 3 จว.ชายแดนใต้ ฝึกคัดกรอง “เขียว-เหลือง-แดง” รับมือเครียด–ซึมเศร้า–วิตกกังวล พร้อมยกระดับพื้นที่สู่โมเดลดูแลจิตสังคมระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพจิตเป็นหนึ่งในเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 7+1 ภายใต้ทิศทางการทำงานสร้างเสริมสุขภาพระยะ 10 ปี ของ สสส. ล่าสุดได้ร่วมกับธนาคารโลก จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติว่าด้วยการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในพื้นที่สถานการณ์ความเปราะบาง (International Conference on Mental Health Support in Conflicted Areas) เมื่อวันที่ 9-10 ก.พ. 2569 ที่จังหวัดสงขลา
การประชุมดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ “Enhancing Psychosocial Services for Traumatized Persons in Conflict-Affected Areas in Thailand’s Deep South” มุ่งเสริมสร้างบริการด้านจิตสังคม (MHPSS) ให้กับผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการขยายการเข้าถึงบริการ การพัฒนาระบบส่งต่อ และการเสริมศักยภาพผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า
ดร.ประกาศิต กล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมอบรม 120 คน ผ่านหลักสูตรปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological First Aid) และเรียนรู้การทำงานภาคสนามในบริบทพื้นที่จริง โดยคาดว่าอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมจะสามารถขยายความช่วยเหลือสู่ประชาชนในชุมชนได้ไม่น้อยกว่า 2,400 คน เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงการรักษาอาการเจ็บป่วย แต่คือการสร้างระบบชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถดูแลสุขภาพจิตของกันและกันได้อย่างยั่งยืน
นางภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสังคมอาวุโส ธนาคารโลก กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรในพื้นที่ความขัดแย้งทั่วโลกจำนวนมากเผชิญโรคซึมเศร้า วิตกกังวล และภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ซึ่งกลายเป็น “วิกฤตสุขภาพจิตที่มองไม่เห็น” และเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การทำงาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ธนาคารโลกจึงสนับสนุนโครงการนี้ผ่านกองทุน State and Peacebuilding Trust Fund โดยทำงานร่วมกับกรมสุขภาพจิต สสส. และ Thai Health Academy เพื่อวางระบบบริการจิตสังคมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการเยียวยาเฉพาะหน้า แต่พัฒนาศักยภาพชุมชนและโครงสร้างระบบในระยะยาว พร้อมยกระดับพื้นที่ชายแดนใต้ของไทยให้เป็นกรณีศึกษาระดับภูมิภาค
ด้าน ศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์ ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า กลยุทธ์สำคัญคือการเปลี่ยน “คนในชุมชน” ให้เป็นด่านหน้าในการดูแลใจกันเอง โดยพัฒนาอาสาสมัคร 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ อสม. ครูและนักจิตวิทยาในโรงเรียน กลุ่ม NGO และอาสาสมัครที่เคยได้รับผลกระทบโดยตรง
ทุกกลุ่มจะได้รับทักษะการฟังอย่างตั้งใจ การดูแลจิตใจตนเอง และการคัดกรองอาการเบื้องต้นผ่านระบบสี “เขียว-เหลือง-แดง” เพื่อประเมินระดับความรุนแรง ก่อนส่งต่อจิตแพทย์และพยาบาลเฉพาะทางในระบบสาธารณสุข
ขณะที่ ดร.อันเดรีย บรูนี ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขององค์การอนามัยโลก (WHO SEARO) กล่าวว่า สุขภาพจิตและการสนับสนุนทางจิตสังคมต้องถูกมองเป็นภารกิจเร่งด่วนของการฟื้นฟูสังคม โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาระสุขภาพจิตคิดเป็นร้อยละ 23 ของภาระด้านสาธารณสุขทั้งหมด
การดูแลสุขภาพจิตจึงไม่ใช่เพียงการลดอาการทุกข์ใจของปัจเจกบุคคล แต่เป็นการสร้างเงื่อนไขให้ชุมชนสามารถฟื้นตัว ดำรงชีวิต และก้าวต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมรับมือความเปราะบางทางสังคม เศรษฐกิจ และความขัดแย้งอย่างเป็นระบบในระยะยาว.
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO