อธิบดีกรมอุทยานฯ โต้ เลาฟั้ง คาดเป็นถนนตัดใหม่ ย้ำสัมพันธ์ "รมว.สุชาติ" ยังแน่น
กรณีนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโพสเฟซบุ๊กกรณีตัดถนนเขตป่าอนุรักษ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน คลิก
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า นับแต่มีการตรวจสอบถนนตัดใหม่ที่เกิด จากการกระทำความผิดระยะทาง 6.6 กิโลเมตรในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กิโลเมตร กรมอุทยานฯไม่ได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินคดีอาญาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว รวมถึงสอบวินัยเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งประสานช่วยฝ่ายตำรวจสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอด
จากผลการตรวจสอบ น่าเชื่อว่าเป็นถนนที่ตัดขึ้นมาใหม่ทั้งหมด มีเพียงร่องรอยการใช้ เป็นถนนลำลองในลักษณะทางเดินหรือการใช้รถจักรยานยนต์สัญจร ซึ่งเป็นระยะทางจากหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะลัดเลาะไปตามสันภูเขาที่สามารถขับรถจักรยานยนต์ ไปได้เป็นบางส่วน
แต่ประเด็นนี้มีราษฎรในพื้นที่ให้ข้อมูลว่ามีครู กศน. ทหารพราน ตชด.ใช้เป็นเส้นทางเพื่อไปปฏิบัติงาน ไปจนถึงหน่วยพิทักษ์ป่าขุนแม่สองของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินมาก่อน ซึ่งก็ต้องมีการตรวจพิสูจน์ให้ได้ข้อเท็จจริงด้วยภาพถ่ายทางอากาศในอดีตย้อนหลังประกอบกับหลักฐานต่างๆที่ทางราษฎรยืนยันว่ามีเส้นทางมาก่อนจริงหรือไม่
สำหรับต้นไม้ของกลางทั้งหมดที่ถูกตัดไถดันออกข้างทาง ปัจจุบันไม่ได้มีการลักลอบนำออกมาจากบริเวณจุดที่เกิดเหตุแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่มีการทำสัญญลักษณ์เลขเรียงไว้แล้ว
ประเด็นที่สำคัญคือมูลเหตุที่ทำให้มีการปรับไถสร้างถนนเส้นทางเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง มีวัตถุประสงค์อย่างไร อยู่ระหว่างฝ่ายตำรวจและทุกหน่วยกำลังสืบสวน เชื่อว่าคงทราบเร็วๆนี้
นับแต่เริ่มตรวจสอบอธิบดีกรมอุทยานฯได้มีการสื่อสารกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่อง และขอยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชายังคงแนบแน่น พร้อมยืนยันเรื่องผลประโยชน์จากการตัดถนนเส้นนี้ ตามที่ท่านเล่าฟั้งอ้างถึง จะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
สำหรับวันที่ 23 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีสุชาติ และ นายอรรถพล อธิบดีกรมอุทยานฯ จะลงพื้นที่ไปประชุมหารือโดยเปิดโอกาสให้ฝ่ายความมั่นคง ผู้นำชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ณ สถานีตำรวจภูธรแม่ลาหลวง รวมถึงการเปิดโอกาสให้ทุกๆ ฝ่ายได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสถานที่ที่เกิดเกิดเหตุจริงร่วมกันต่อไป