“จุลพันธ์” ปัดนัด “ภท.” แบ่งเก้าอี้ รมต. ย้ำจุดยืนรอ กกต. รับรอง ส.ส.สยบข่าวลือพลิกขั้วจับมือ"กธ.-ปชน."ตั้งรัฐบาล
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผยถึงกระแสข่าวลือเรื่องการนัดหมายเจรจาแบ่งโควตารัฐมนตรีกับพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 24 ก.พ.นี้ โดยยืนยันหนักแน่นว่า “ยังไม่มีการนัดหมายใดๆ” ในช่วงเวลาดังกล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้แกนนำพรรค อาทิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายภูมิธรรม เวชยชัย จะได้มีการพูดคุยเบื้องต้นกับพรรคแกนนำไปบ้างแล้ว แต่ขณะนี้สถานะคือการ “รอคอยความชัดเจน” จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการรับรองผลการเลือกตั้งและจำนวน สส. ที่แน่นอนเสียก่อน จึงจะเริ่มกระบวนการหารือในรายละเอียดลำดับถัดไป
สำหรับกระแสข่าวเรื่องการจับจองเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่ปรากฏตามสื่อ นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า “เป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน” ในข้อเท็จจริงยังไม่มีการลงรายละเอียดเรื่องตัวบุคคลหรือกระทรวงใดๆ ทั้งสิ้น โดยพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการนำนโยบายหลักหรือ “นโยบายเรือธง” ของพรรคที่กระจายตัวอยู่ในทุกกระทรวง มาหารือร่วมกับพรรคแกนนำ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อจัดตั้งรัฐบาลแล้ว จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามถึงประเด็นความเข้มแข็งของรัฐบาล 300 เสียง นายจุลพันธ์ มองว่า เป็นอำนาจการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำอันดับหนึ่ง ซึ่งเพื่อไทยจะไม่เข้าไปก้าวก่าย พร้อมกันนี้ยังได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการจับมือกับ “พรรคกล้าธรรม” และ “พรรคประชาชน” เพื่อผลักพรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน โดยย้ำว่าพรรคเพื่อไทยยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยที่ต้องให้สิทธิพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการรวบรวมเสียงข้างมากก่อน
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมา พรรคไม่ได้นิ่งเฉย แต่ได้ทำงานอย่างหนักในการตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้ง โดยขณะนี้มีการรวบรวมเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตส่งถึง กกต. แล้วกว่า 200 เรื่อง และมีการดำเนินการตามขั้นตอนไปแล้วกว่าครึ่ง เพื่อเรียกร้องให้ กกต. ตอบคำถามสังคมและทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด
ทั้งนี้ บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยในช่วงบ่ายยังคงคึกคัก โดยมีแกนนำและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทยอยเดินทางเข้าพรรคเพื่อประชุมประเมินสถานการณ์การเมืองอย่างต่อเนื่อง