โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความผิดพลาดทางการเงินที่แย่ที่สุด! เมื่อลูก Gen Alpha เมินนักเก็ตไก่แต่สั่งซูชิมื้อละ 4,600 บาท จนพ่อแม่กุมขมับ

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ความผิดพลาดทางการเงินที่แย่ที่สุด! เมื่อลูก Gen Alpha เมินนักเก็ตไก่แต่สั่งซูชิมื้อละ 4,600 บาท จนพ่อแม่กุมขมับ

“การตัดสินใจทางการเงินที่แย่ที่สุดของฉันคือการพาลูกๆ ไปรู้จักกับซูชิ” เกรซ เอมเบอรี (Grace Embury) คุณแม่บ้านในคาลการีกล่าวแบบติดตลกพร้อมถอนหายใจเมื่อต้องลิสต์รายการอาหารที่ลูกวัย 8 และ 6 ขวบของเธอสั่งเป็นประจำ

เธอบอกว่าลูกๆ อย่าง เอลเลียต (Elliott) และ ชาร์ลอตต์ (Charlotte) อยากกินเมนูอย่างแซลมอนโรล ทูน่าโรล และทามาโกะทุกวัน “พวกเขาเหมือนพวกคนป่า อยากกินหมดทุกอย่าง” จนเธอต้องจำกัดการกินไว้เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น

บิลค่าอาหารในแต่ละมื้อพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,668 บาท) โดย เอมเบอรียอมรับว่าเธอเริ่มต้นให้ลูกกินซูชิเพราะมันรวดเร็วและสะดวกสบาย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเสียใจที่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่เรื่องมากเรื่องอาหาร จนบางครั้งเธอต้องเอ่ยปากถามลูกว่า “รับเป็นนักเก็ตไก่หรือแซนด์วิชชีสย่างแทนได้ไหม”

พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในครอบครัวเดียว เพราะปัจจุบันเด็ก Gen Alpha กำลังติดใจกุ้งเทมปุระและแซลมอนนิกิริ และพ่อแม่ต้องจ่ายแพง

เดวิด ซอ (David Seo) เชฟและเจ้าของร้าน Shumi ในนิวเจอร์ซีย์เล่าว่าเขาพบลูกค้าที่มาทานเมนู ‘โอมาคาเสะ’ มีอายุน้อยเพียง 6 ขวบเท่านั้น โดยครอบครัวมักจะพาลูกมาทานในช่วงเวลา 16.00-19.00 น.

ร้านของเขามักจะเต็มไปด้วยพ่อแม่ที่ยอมจ่ายเงินสูงถึงคนละ 95 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,956 บาท) เพื่อแลกกับซูชิ 15 คำ โดยให้เหตุผลว่านี่คือรางวัลสำหรับการที่ลูกทำการบ้านเสร็จ

ข้อมูลจาก Circana ระบุว่ายอดขายซูชิตามร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตพุ่งสูงถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 หมื่นล้านบาท) ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7%

เทรเวอร์ คอร์สัน (Trevor Corson) ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ซูชิอธิบายว่าเด็กยุคนี้ไม่มี ‘กำแพงทางวัฒนธรรม’ ต่อการกินปลาดิบเหมือนคนรุ่นก่อนๆ เพราะพวกเขามองเห็นมันวางขายทั่วไปจนเป็นเรื่องปกติ

นอกจากความคุ้นชินแล้ว คอร์สันยังเชื่อว่ารสชาติที่หวานขึ้นของข้าวซูชิเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดเด็กๆ โดยเชฟหลายคนยอมรับว่ายิ่งใส่น้ำตาลในข้าวมากเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งสั่งมากินมากขึ้นเท่านั้น

ในมุมของ ไอแซก เบิร์นสตีน (Isaac Bernstein) ผู้อำนวยการด้านอาหาร มองว่าการกินซูชิช่วยให้เด็กๆ รู้สึกถึง ‘ความเป็นผู้ใหญ่’ เพราะ “มันเป็นอาหารผู้ใหญ่ บางทีมันอาจทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้น”

ขณะที่ เลาเรอาโน เอสโกบาร์ (Laureano Escobar) เชฟในดัลลัสพบว่าลูกสาววัย 6 ขวบของเขาหลงใหลในความสวยงามของการจัดวางอาหารจนไม่ยอมแตะเฟรนช์ฟรายส์หรือนักเก็ตไก่ที่เด็กส่วนใหญ่ชื่นชอบอีกเลย

เขาเล่าด้วยความตกใจว่าบิลมื้อแรกที่ต้องหารกับลูกนั้นสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,734 บาท) จนทำให้เขารู้สึกว่าต้องพาลูกไปสนใจอาหารอย่างอื่นที่ประหยัดกว่านี้บ้าง

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่หลายคนพยายามหาจุดสมดุลระหว่างภาระทางการเงินและประโยชน์ที่ได้รับ เพราะถึงแม้ซูชิจะมีราคาแพง แต่มันก็มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไป

ดีแลน เอนนิส (Dylan Ennis) นักบาสเกตบอลอาชีพเล่าว่าเขามักจะล้อเล่นกับภรรยาเสมอว่าพวกเขากำลังเลี้ยงลูกด้วยชีวิตที่ตัวเขาเองไม่เคยรู้ว่ามีอยู่

ความนิยมนี้ยังลามไปถึงการจัดงานวันเกิด โดย มิเชลล์ ชูอีย์ (Michelle Shuey) ผู้จัดงานเลี้ยงระดับหรู ระบุว่าปัจจุบันพ่อแม่เริ่มจ้างเชฟซูชิส่วนตัวมาให้บริการในงานวันเกิดของเด็กวัยประถมมากขึ้น “ซูชิกลายเป็นเมนูธรรมดาเหมือนนักเก็ตไก่ไปแล้ว” ชูอีย์กล่าว

แม้แต่ เคทลิน เมอร์เรย์ (Caitlin Murray) คุณแม่ลูกสามก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับความสงบสุข เพราะการหาของที่ลูกยอมกินโดยไม่บ่นนั้นถือเป็นชัยชนะสำหรับคนเป็นแม่

“การต้องมานั่งคิดว่าทุกคนจะกินอะไรในทุกมื้อทุกวันนั้นบั่นทอนจิตใจมาก” เมอร์เรย์บอก “ถ้าหาอะไรที่ลูกยอมกินโดยไม่บ่นได้ นั่นก็ถือว่าชนะแล้ว”

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพ: Stanislaw Mikulski / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...