โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ฟินันเซีย” แนะซื้อ MAGURO เป้า 31.60 บาท รับแผนเปิด 2 แบรนด์ใหม่ “ซูชิสายพาน-ข้าวมันไก่”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 09.17 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO รับศักราชปี 2569 ด้วยการเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ เสริมพอร์ตโฟลิโอให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นำทัพโดย "Kaiten Sushi Ginza Onodera" ร้านซูชิสายพานระดับมิชลินสตาร์ และแบรนด์ไทยน้องใหม่อย่างข้าวมันไก่ "Chopman" ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 คาดกำไรสุทธิทำนิวไฮต่อเนื่อง

สำหรับการรุกตลาดอาหารไทยครั้งแรก MAGURO ได้เปิดตัวแบรนด์ "Chopman" ซึ่งเป็นร้านข้าวมันไก่คุณภาพพรีเมี่ยม โดยในช่วงเริ่มต้นจะเน้นกลยุทธ์ Delivery เป็นหลัก จำกัดจำนวนเพียง 100 กล่องต่อวัน ในราคาเซตละ 159 บาท โดยใช้พื้นที่ครัวของสาขาเอกมัยเป็นฐานการผลิต ทั้งนี้หากได้รับกระแสตอบรับที่ดี บริษัทมีแผนที่จะพิจารณาขยายสาขาในรูปแบบโมเดลหน้าร้านต่อไปในอนาคต

ขณะที่ไฮไลท์สำคัญคือการคว้าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ "Kaiten Sushi Ginza Onodera" ร้านซูชิสายพานชื่อดังระดับโลกที่มีดีกรี Michelin Star ซึ่งโดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงระดับโอมากาเสะภายใต้แนวคิด "Value Beyond Price" โดยวางระดับราคาต่อจานไว้ที่ประมาณ 60–200 บาท แบรนด์ดังกล่าวก่อตั้งขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อปี 2021 และประสบความสำเร็จอย่างสูงจนปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 20 แห่งใน 3 ประเทศ (ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และจีน) โดยการขยายสาขาเข้าสู่ประเทศไทยในครั้งนี้จะมาในรูปแบบ Flagship Store ซึ่งคาดว่าจะปักหมุดสาขาแรก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ทางด้านนักวิเคราะห์มีมุมมองที่เป็นบวกต่อแบรนด์ Kaiten Sushi เนื่องจากตลาดซูชิสายพานในไทยยังคงมีอุปสงค์ (Demand) สูงกว่าอุปทาน (Supply) สะท้อนได้จากพฤติกรรมการต่อคิวของผู้บริโภคในปัจจุบัน แม้จะมีคู่แข่งรายใหญ่ครองตลาดอยู่ก่อนหน้า แต่ด้วยจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญในอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมของผู้บริหาร MAGURO จะช่วยสร้างความแตกต่างได้เป็นอย่างดี ส่วนแบรนด์ Chopman นั้นมีมุมมองเป็นกลางเนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารไทยที่มีการแข่งขันสูงในตลาด

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 คาดการณ์กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 44.6 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และเพิ่มขึ้นถึง 30.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ซึ่งถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) อย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากการขยายสาขาเชิงรุกรวม 15 แห่งในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สิ้นปี 2568 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 53 สาขา อีกทั้งคาดว่าอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ที่ 0.5% เทียบกับปีก่อนเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 31.6 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...