โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แสนสิริ ชี้บ้านลักชัวรีแกร่ง รับดีมานด์เศรษฐีรุ่นใหม่ ดันยอดขายปีนี้ 2.2 หมื่นล.

Khaosod

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดบ้านลักชัวรียังเป็นเซ็กเมนต์ที่แข็งแกร่งท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน หลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากซื้อเพื่อลงทุนสู่ซื้อเพื่ออยู่จริง ล่าสุด แสนสิริเปิด นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา กวาดยอดขายเฟสแรก 50% เผย 2 เดือนแรกปีนี้ ยอดขายบ้านแนวราบเฉลี่ยเดือนละ 2,000 ล้านบาท

นางสาวภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีของไทย เปิดเผยถึงทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ในปัจจุบันว่า พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงมากขึ้น มากกว่าการซื้อเพื่อลงทุนเพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกันก็มีการมองถึงมูลค่าเพิ่มในระยะยาวด้วย ทำให้การตัดสินใจซื้อของลูกค้าใช้เวลานานขึ้น ประกอบกับปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาเล่นในตลาดลักชัวรี่มากขึ้น ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้นและใช้เวลาในการเปรียบเทียบทำเล ฟังก์ชัน และความคุ้มค่าอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

“ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน ตลาดอสังหาฯ ลักซ์ชัวรีกลับเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ยังคงแข็งแกร่ง พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าลักซ์ชัวรีมีความต้องการที่ เลือก และ เฉพาะเจาะจง มากขึ้น มองหาคุณภาพชีวิตระยะยาว จากแบรนด์ที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจสูงสุด ทั้งพื้นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สำหรับครอบครัว ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่มาพร้อมกับมาตรฐานบริการหลังการขาย”

นางสาวภัคพริ้ง กล่าวและว่า แสนสิริยังคงมั่นใจในฐานะผู้นำตลาดบ้านระดับลักชัวรี่ ทำให้ล่าสุดได้เปิดตัว โครงการนาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการกว่า 7,000 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี 2 ชั้น ในสไตล์โมเดิร์น เฟรนซ์ เรเนซองส์ ที่มีมูลค่าโครงการสูงสุดของปี ภายใต้พอร์ต Sansiri Luxury Collection (SLC) ราคา 65–120 ล้านบาท จำนวน 94 ยูนิต

โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวผ่านเอเจ้นท์หรือตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงลูกค้าบางส่วนที่เข้ามาดูโครงการ ก่อนที่จะเปิดการขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ก.พ.นี้ สำหรับเฟสแรก 7 ยูนิต โดยล่าสุดมียอดขายแล้ว 50% หนึ่งในนั้นเป็นบ้านตัวอย่างราคา 180 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าเป็นกลุ่ม New wealth หรือเศรษฐีรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 40 ปี มีทั้งเจ้าของกิจการ และคุณหมอ

"พฤติกรรมการซื้อบ้านระดับลักชัวรี่ของลูกค้าคนรุ่นใหม่ แตกต่างจากกลุ่มลูกค้าในรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ลูกค้ารุ่นใหม่ไม่ได้มองหาบ้านที่เน้นความยิ่งใหญ่อลังการเพื่อแสดงฐานะเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่ให้ความสำคัญกับบ้านที่เป็นพื้นที่สำหรับ การฮีลใจ และเน้นเรื่องสุขภาวะที่ดีและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมาเป็นอันดับหนึ่ง"

นางสาวภัคพริ้ง กล่าวและว่า สำหรับนิยามความแพงของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ซึ่งจะมองการมีชีวิตที่อยู่ได้ยาวนานและมีความสุข นอกเหนือจากการมองถึงมูลค่าในอนาคต แม้จะซื้อเพื่ออยู่เองแต่คนกลุ่มนี้จะคิดเผื่อไปถึงอนาคตว่าบ้านที่ซื้อในราคา 100 ล้านบาทวันนี้ จะสามารถขยับมูลค่าไปเป็น 120-150 ล้านบาทได้ในอนาคต

ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับแบรนด์ และ ประสบการณ์ของผู้พัฒนาโครงการเป็นหลัก เพราะเชื่อมั่นในเรื่องการบริการหลังการขายและการดูแลโครงการที่จะส่งผลต่อมูลค่าบ้านในระยะยาว

นางสาวภัคพริ้ง กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพอร์ตโครงการ SLC ของแสนสิริ มีทั้งหมด 16 โครงการ มูลค่ารวมราว 54,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 12 โครงการ และคอนโดมิเนียมอีก 4 โครงการ อย่างไรก็ดีโครงการแนวราบหลายแห่งอยู่ในช่วงการขายแตกต่างกัน บางโครงการเหลือยูนิตสุดท้าย เช่น โครงการบูก้าน กรุงเทพกรีฑา (BuGaan) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ราคาเริ่มต้น 40 ล้านบาท

ทำให้ในปีนี้เตรียมเปิดอีก 1 โครงการ ภายใต้ BuGaan VoYY บนทำเลเดียวกันและถือเป็นที่ดินผืนสุดท้ายของแสนสิริ บนทำเลกรุงเทพกรีฑา นอกจากนี้โครงการนาราสิริ บรมราชชนนี ซึ่งเป็นพอร์ต SLC แห่งแรกของฝั่งธนฯ ในระดับราคา 55 - 120 ล้านบาท* ซึ่งเปิดการขายในเวลาใกล้เคียงกับ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา ปัจจุบันก็มียอดขายแล้วค่อนข้างดีเช่นเดียวกัน

ในส่วนของคอนโดมิเนียมมีการปิดการขายไปแล้ว 3 โครงการ และมีแผนเปิดโครงการใหม่ย่านสุขุมวิท 51 ในรูปแบบพรีเซลภายในปีนี้ ก่อนก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2570

“ตลาดบ้านซูเปอร์ลักชัวรียังมีดีมานด์ในหลายระดับราคา โดยช่วง 50–100 ล้านบาทยังมีการซื้อขายต่อเนื่อง และแม้บ้านระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไป บริษัทก็ยังสามารถปิดการขายได้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ดีนางสาวภัคพริ้ง กล่าวว่าทิศทางธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบของแสนสิริในปี 2569 โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 22,000 ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้ที่ 21,000 ล้านบาท เทียบกับปี 2568 ซึ่งมีรายได้จากแนวราบที่ 22,000 ล้านบาท

โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ภาพรวมยอดขายถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้สภาพตลาดมีความท้าทายมากขึ้นจากปัจจัยรอบด้าน แต่บริษัทยังสามารถรักษาระดับยอดขายรายสัปดาห์ได้ต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยยอดขายแนวราบต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท บวกลบเล็กน้อย ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และสะท้อนเสถียรภาพของดีมานด์ แม้ต้องยอมรับว่าการทำตลาดมีความยากมากขึ้น

“ปัจจัยที่กระทบต่อจังหวะการขายในช่วงต้นปีซึ่งมีทั้งวันหยุดยาว รวมถึงเทศกาลสำคัญ เช่น ตรุษจีน ที่ล้วนมีผลต่อการจัดกิจกรรมการตลาด การออกแคมเปญ และอีเวนต์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายยังไม่เร่งตัว แต่การที่ตัวเลขทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของตลาด”

ทั้งนี้เซกเมนต์ที่ยังมีความกังวลมากที่สุดในช่วงต้นปีคือกลุ่มราคากลางถึงล่าง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและภาระการเงินของผู้บริโภค ขณะที่ตลาดระดับบนกลับเริ่มเคลื่อนไหวและมียอดขายตั้งแต่ต้นปี

"ตลาดระดับกลางลงมา โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคา 3–6 ล้านบาท บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ทั้งด้านการให้คำปรึกษาทางการเงิน การประสานงานสถาบันการเงิน และการช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับดอกเบี้ยหรือภาระผ่อนชำระ"

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มดังกล่าวต้องการการสนับสนุนมากขึ้น แต่แบรนด์ในระดับราคาดังกล่าวยังคงมียอดขายต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่าดีมานด์พื้นฐานยังมีอยู่

นางสาวภัคพริ้ง กล่าวถึงอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจค) ในกลุ่มลูกค้าบ้านของแสนสิริ ซึ่งต่ำกกว่า 10% แต่ทั้งนี้บริษัทก็พยายามบริหารจัดการโดยเพิ่มกระบวนการคัดกรองและให้คำปรึกษาลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ โดยแนวทางสำคัญคือการสนับสนุนการกู้ร่วม การวางแผนการเงินล่วงหน้า และการช่วยลูกค้าเตรียมความพร้อมด้านเอกสารหรือภาระหนี้ เช่น การแนะนำปิดหนี้บัตรเครดิตหรือภาระค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อให้วงเงินกู้ผ่านเกณฑ์สถาบันการเงิน

“ลูกค้าบางส่วนมีศักยภาพซื้อ แต่ขาดความรู้ด้านกระบวนการขอสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้บทบาทของบริษัทต้องขยายไปสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในเชิงลึกมากขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้”

ขณะเดียวกัน การแข่งขันของสถาบันการเงินผ่านแคมเปญดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่อที่หลากหลาย ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดที่อยู่อาศัย โดยช่วยเพิ่มทางเลือกและลดข้อจำกัดด้านการกู้ของผู้บริโภค

ในด้านแผนเปิดตัวโครงการใหม่ บริษัทเตรียมเปิดโครงการแนวราบใหม่ 2 โครงการในช่วงต้นเดือนมีนาคม ได้แก่ ทำเลพระราม 5–สิรินธร และทำเลแพรกษา โดยทั้งสองโครงการเป็นมิกซ์โปรดักต์ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม โดยระดับราคาของโครงการแพรกษาอยู่ต่ำกว่า 6 ล้านบาท

ขณะที่โครงการพระราม 5–สิรินธรมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยประมาณ 7–12 ล้านบาท เนื่องจากจุดเด่นด้านทำเลที่ใกล้ทางด่วนและการเดินทางสะดวก โดยเบื้องต้นผลตอบรับการทำตลาดเบื้องต้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสนสิริ ชี้บ้านลักชัวรีแกร่ง รับดีมานด์เศรษฐีรุ่นใหม่ ดันยอดขายปีนี้ 2.2 หมื่นล.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...