ธปท. เตรียมออกเกณฑ์คุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท คาดเริ่มเดือน มี.ค. 69
ธปท. เตรียมออกประกาศถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มา และวัตถุประสงค์หวังสกัดทุนเทา ลุยมาตรการเฉพาะจุด แก้หนี้ NPL คุมธุรกรรมทองคำ
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา “Posttoday Thailand Economic Drives 2026” ว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ปัจจัยมาจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 86-87% ของ GDP อีกทั้งหนี้ NPL ที่เพิ่มสูงขึ้น และสินเชื่อ SME ที่ติดลบต่อเนื่อง แต่ในอีกมุมหนึ่งประเทศไทยก็ยังมีข้อดี คือ การท่องเที่ยว และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มียอดขอรับการส่งเสริมถึง 1.8 ล้านล้านบาทในกลุ่มอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ที่คอยประคับประคองเศรษฐกิจไทยอยู่
นายวิทัย มองว่า นโยบายอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ทาง ธปท. จึงปรับบทบาทใช้มาตรการเชิงรุกในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ดังนี้
1. การแก้หนี้เสีย (NPL) รายย่อย : โอนสินทรัพย์ NPL ยอดหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท จากธนาคารพาณิชย์รวมกว่า 1.1 ล้านบัญชี ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ภายใต้การดูแลของ ธปท. เพื่อปรับบทบาทเน้นการช่วยเหลือคนมากกว่ากำไร ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี คาดว่าจะช่วยประชาชนได้กว่า 300,000–500,000 คน
2. คุมธุรกรรมซื้อขายทองคำผ่านแอปฯ : กำกับดูแลธุรกรรมการซื้อขายทองผ่านแอปฯ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท รวมถึงสกัดทุนเทา กำหนดให้การซื้อขายทองคำเกิน 20 ล้านบาทต่อวัน ต้องรายงานข้อมูลมายัง ธปท.รวมถึงกำหนดเพดานการซื้อขายไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวันต่อราย หากเกินต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และอาจพิจารณาลดเพดานเหลือ 20 ล้านบาทในอนาคต
3. คุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มา-วัตถุประสงค์ : ธปท. เตรียมประกาศเกณฑ์กำกับดูแลการถอนเงิน หากถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท สถาบันการเงินต้องสอบถามที่มา วัตถุประสงค์การใช้เงิน เพื่อป้องปราบการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ คาดเตรียมประกาศหลักเกณฑ์อีก 2 สัปดาห์ (เดือน มี.ค. 69)
4. จัดระเบียบค่าธรรมเนียม : ธปท. อยู่ระหว่างการหารือกับสถาบันการเงิน เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางการเก็บค่าธรรมเนียมบางประเภท เน้นรายการที่มีความแตกต่างของอัตราค่าธรรมเนียมสูงเกินเมื่อเทียบกับต้นทุน คาดจะปรับลด 10-15 รายการ โดยกลุ่มแรกเป็นธุรกรรมพื้นฐานสำหรับประชาชน เช่น การโอนเงิน การถอนเงินข้ามเขต การขอ Statement และค่าธรรมเนียมบัตร ATM
ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SME เช่น ค่าดำเนินการด้านเอกสาร-ค่าธรรมเนียมบางประเภท ที่ปัจจุบันมีอัตราแตกต่างกันตั้งแต่ 0.5%-5% คาดภายใน 2 เดือนจะเห็นความชัดเจน