โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คมนาคม” สรุปผลสอบเครนถล่ม “สีคิ้ว–พระราม 2” สั่งปิดจราจร 100% ชงบอร์ด รฟท.ยกเลิกสัญญา

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 08.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ม.ค.69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น กรณีอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 2 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน หล่นทับขบวนรถไฟ ในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 และเหตุคานปูนพร้อมเครนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) พังถล่มบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 กรณีทันที โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งรัดการตรวจสอบ ซึ่งวันนี้ครบกำหนดตามกรอบเวลา 7 วัน จึงนำผลการตรวจสอบเบื้องต้นมาชี้แจง พร้อมกำหนดมาตรการกำชับการดำเนินงานอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก

ผลการตรวจสอบกรณีที่อำเภอสีคิ้ว พบว่า วัตถุที่ตกลงมาทับขบวนรถไฟเป็นชิ้นส่วนฐานรองรับด้านหน้าของเครน (Front Support) ซึ่งเกิดการสูญเสียเสถียรภาพระหว่างการเคลื่อนย้าย โดยประเด็นสำคัญที่ตรวจพบคือ มีการดำเนินงานก่อสร้างโดยไม่ปิดการเดินรถไฟด้านล่าง ทั้งที่ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยระบุชัดว่า ต้องดำเนินการเฉพาะช่วงที่ไม่มีขบวนรถวิ่ง ถือเป็นการละเลยมาตรการความปลอดภัย

เหตุการณ์ ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69 / ภาพจาก Fire & Rescue Thailand

จากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่าย ขั้นตอนวิธีการทำงาน (Method Statement) และแบบแปลนก่อสร้าง พบว่า ชิ้นส่วนที่ตกลงมากระแทกกับขบวนรถไฟเป็นฐานรองรับด้านหน้าของเครน ซึ่งสอดคล้องกับร่องรอยการติดตั้งบริเวณคานรองรับด้านบน ก่อนที่ชิ้นส่วนดังกล่าวจะร่วงหล่นลงมา อีกทั้งไม่พบสลักเกลียวกำลังสูง (PT-Bar) ซึ่งทำหน้าที่ยึดอุปกรณ์ดังกล่าวเข้ากับคานรองรับหลงเหลืออยู่ในตำแหน่ง

คณะกรรมการจึงสันนิษฐานว่า สาเหตุอาจเกิดจากการสูญเสียเสถียรภาพของฐานรองรับด้านหน้า (Front Support) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากการขาดของสลักเกลียวกำลังสูง (PT-Bar) ที่ใช้ยึดฐานรองเครน (Tie-down) ในระหว่างการเคลื่อนเครน (Launching) ส่งผลให้ฐานรองรับเอียงล้มและตกลงมากระแทกขบวนรถไฟด้านล่าง

สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) บนถนนพระราม 2การตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่อุบัติเหตุเฉพาะจุด แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระบบที่จำเป็นต้องแก้ไขในระดับโครงสร้างตามหลักวิศวกรรม ไม่สามารถแก้ไขด้วยการซ่อมเฉพาะหน้า

เหตุการณ์ บนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69 / ภาพจาก Fire & Rescue Thailand

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า จุดเริ่มต้นของการวิบัติเกิดจากการทรุดตัวของจุดรองรับด้านหน้า (Front Main Support) ของชุดคานยก ส่งผลให้โครงสร้างพังถล่มลงมา โดยข้อสันนิษฐานเชิงวิศวกรรมมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับระบบรองรับ ระบบยึดรั้งของเครน และความสามารถในการรับแรงของโครงสร้างคอนกรีตบริเวณจุดรองรับ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับแรงกระทำจริงระหว่างการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกด้านพฤติกรรมโครงสร้าง กลไกการรับน้ำหนัก และลำดับการวิบัติ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงอย่างเป็นระบบ

ชงบอร์ด รฟท. 29 .. พิจารณายกเลิกสัญญา

นายพิพัฒน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับบทลงโทษต่อคู่สัญญา เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้หาผู้รับผิดชอบอย่างถึงที่สุด โดยกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน สัญญาที่ 3–4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อำนาจการบอกเลิกสัญญา จึงเป็นของคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.

ทั้งนี้ รฟท. เตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และเสนอให้ที่ประชุมบอร์ด รฟท. พิจารณาในวันที่ 29 มกราคมนี้ เพื่อพิจารณาข้อสรุปในการยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD

นายพิพัฒน์ ประกาศมาตรการกำชับการดำเนินงานเร่งด่วน ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่

  • พื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย 100%โดยสั่งห้ามก่อสร้างเหนือทางรถไฟหรือถนนขณะมีการจราจรโดยเด็ดขาด หากจะมีการยกติดตั้งเครนหรือวัสดุอุปกรณ์ ต้องปิดการจราจร100% เท่านั้น และต้องมีการจัดตั้งเขตควบคุมความปลอดภัย (Safety Zone) อย่างเคร่งครัด
  • ยกเครื่องระบบตรวจสอบทางวิศวกรรมให้ตรวจทานแบบก่อสร้างและรายการคำนวณใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเครน LG (Launcher Gantry) ต้องมีการติดตั้งระบบ Structural Health Monitoring (SHM) หรือเซนเซอร์ตรวจวัดโครงสร้างแบบ Real-timeตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
  • เปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานระดับสากลในจุดที่มีความเสี่ยงสูงอย่างโครงการ M82สั่งการให้ เปลี่ยนชุดผู้ดำเนินงานเครน LG ทันที โดยให้ยุติการดำเนินงานของผู้รับเหมารายเดิม (ITD) ในส่วนนี้ และให้ใช้บริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลเข้ามาดำเนินการแทน
  • เชิญวิศวกร-ผู้เชี่ยวชาญอิสระ ร่วมตรวจสอบ (Third Party)เชิญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมงานโดยอิสระ โดยให้อำนาจเต็มในการสั่งหยุดงานทันทีหากพบความเสี่ยง
  • สื่อสารที่โปร่งใสต้องเปิดเผยข้อมูลทางวิศวกรรมให้ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมา และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ ย้ำว่า ขั้นตอนต่อไปจะเร่งวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกตามหลักนิติวิศวกรรมให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน เพื่อระบุผู้กระทำความผิดทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร และดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น

พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมจะปรับปรุงมาตรฐานสัญญาจ้างก่อสร้างใหม่ โดยกำหนดให้มาตรการด้านความปลอดภัยเป็นเงื่อนไขสำคัญของสัญญา และนำระบบประเมินผลผู้รับเหมา หรือ “สมุดพกผู้รับเหมา” มาใช้เป็นรูปธรรม หากพบการบริหารงานหละหลวม หรือเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก อาจถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมประมูลงานภาครัฐ จนถึงขั้นขึ้นบัญชีดำ

นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากโครงการก่อสร้างจำเป็นต้องล่าช้าเพื่อแลกกับความปลอดภัยสูงสุด ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่จะไม่ยอมให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางของประชาชน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รัฐบาลเอาจริง! สั่งโละผู้รับเหมา “เครนถล่ม” ซ้ำซาก จ่อถก อสส. ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ย้อนรอย 5 โศกนาฏกรรม ใต้เงื้อมมือ “อิตาเลียนไทย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...