โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เงินประกันสังคม จ่ายแล้วไปไหน คุ้มไหมที่เราจะส่งต่อ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เงินประกันสังคม จ่ายแล้วไปไหน คุ้มไหมที่เราจะส่งต่อ

เงินประกันสังคมจ่ายแล้วไปไหน คุ้มไหมที่เราจะส่งต่อ หลังเผชิญข่าวนำเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และเสี่ยงล้มละลายในอีกเกือบ 30 ปีข้างหน้า

875 บาท คือ เงินของมนุษย์เงินเดือนในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33 ที่ถูกหักออกจากเงินเดือนทุกเดือน เพื่อนำส่งเข้าสู่กองทุนประกันสังคม โดยหวังว่า ยามเจ็บป่วย เกษียณ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต เราจะสามารถพึ่งพาเงินเหล่านี้ได้

แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกันตนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม เมื่อพบว่าเงินที่พวกเขาส่งไป อาจกำลังถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน จนนำไปสู่คำถามสำคัญว่า เงินที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือนเป็นเวลาหลายปีนั้น ถูกนำไปใช้อย่างไร และคุ้มค่าจริงหรือไม่ที่จะต้องส่งต่อระบบนี้ต่อไป

เรามาชำแหละกันดูว่า เงินที่พวกเราส่งเข้าไปในระบบ ถูกจัดสรรไปใช้อะไรบ้าง

กรณีนี้ ขอยกตัวอย่างของผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 มนุษย์เงินเดือนในระบบจะถูกหักเงินสมทบสูงสุด 875 บาท หรือ 5% ของเงินเดือน โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท ซึ่งเป็นเพดานเงินเดือนล่าสุดที่ปรับในปี 2569 เงินจำนวนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนที่ 1 เงินคุ้มครอง 1.5% หรือคิดเป็น 262.50 บาท ใช้ดูแลเรายามเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต แต่ถ้าหากเราไม่ได้ใช้สิทธิ์ เงินส่วนนี้จะไม่ได้รับเงินคืน

ส่วนที่ 2 เงินประกันการว่างงาน 0.5% หรือ 87.50 บาท ใช้เป็นเงินชดเชยระหว่างการว่างงานหรือถูกเลิกจ้าง หากไม่ยื่นใช้สิทธิ์ ก็จะไม่ได้รับเงินส่วนนี้คืนเช่นกัน

ส่วนที่ 3 เงินชราภาพ 3% หรือ 525 บาท ส่วนนี้ จะเป็นเงินออมยามเกษียณ รวมถึงคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการสงเคราะห์บุตร ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

แม้เราจะรู้แล้วว่า เงิน 875 บาทถูกจัดสรรอย่างไร แต่คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า เงินถูกแบ่งไปไหนหากแต่อยู่ที่ว่า สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับกลับมา สอดคล้องกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่

เมื่อสำนักงานประกันสังคมถูกตั้งคำถามถึงการนำเงินกองทุนไปใช้ในโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน เช่น จัดทำปฏิทิน 450 ล้านบาท, ซื้อตึก Skyy 9 7,000 ล้านบาท ซึ่งถูกมองว่า สูงกว่าราคาประเมิน, ปรับปรุงโรงอาหารในกระทรวงแรงงาน 12 ล้านบาท หรือนำไปลงทุนหุ้น TU Dome ซึ่งมีความเสี่ยงสูง 800 ล้านบาท ที่ตอนนี้มูลค่าหุ้นที่ประกันสังคมถืออยู่เหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งถูกเปิดโปงโดยรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

คำถามเรื่อง ความคุ้มค่าจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับบุคคล แต่ขยายไปถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารเงินของกองทุนขนาดใหญ่ที่อาศัยเงินจากผู้ใช้แรงงานเป็นหลัก

เพราะในขณะที่ผู้ประกันตนจำนวนมากยังต้องเผชิญข้อจำกัดของสิทธิประโยชน์ ทั้งเพดานค่ารักษา เงินชดเชยว่างงาน หรือเงินบำนาญชราภาพที่อาจไม่เพียงพอกับค่าครองชีพในอนาคต เงินสมทบที่พวกเขาจ่ายไปกลับถูกนำไปใช้ในโครงการที่ไม่ได้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนของผู้ส่งเงิน

คำถามว่า คุ้มไหมที่เราจะส่งต่อ ? จึงไม่ใช่การปฏิเสธระบบประกันสังคม แต่คือการเรียกร้องให้การบริหารเงินของผู้ประกันตนต้องโปร่งใส รอบคอบ และยึดประโยชน์ของแรงงานเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/life/good-life/social-security-33-salary-rights-benefits

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...