โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องพิระมิดอาหารสหรัฐฯ มีทั้งข้อดี-ข้อเสีย คาดเอาใจทุกฝ่ายจนเนื้อหางง

Amarin TV

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญออกมามองพิระมิดอาหารแนะนำตัวใหม่ของสหรัฐฯ ชี้จุดดีคือ เน้นอาหารสดแทนอาหารแช่แข็ง ข้อเสียคือเนื้อหาสับสนเกินไปจากความพยายามเอาใจทุกฝ่าย

แนวทางโภชนาการสำหรับชาวอเมริกัน หรือ DGA ตัวใหม่ ซึ่งเผยแพร่ในลักษณะของพิระมิดอาหาร กำลังกลายเป็นที่ถกเถียง โดยการเผยแพร่ครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำกระทรวงสาธารณสุขของโรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี

ในพิระมิดวางโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์มาก่อน รวมถึงชีสและเนื้อแดงที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ก่อนจะตามมาด้วยโปรตีนจากพืช ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

พิระมิดอาหารแบบใหม่นี้เป็นไปตามที่โรเบิร์ต เคนเนดีได้ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า เขาจะแนะนำให้เพิ่มไขมันอิ่มตัวลงไปในมื้ออาหารของชาวอเมริกัน อันเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “Make America healthy again” หรือ MAHA ซึ่งเป็นขบวนการด้านสุขภาพที่เน้นการแก้ปัญหาโรคเรื้อรังด้วยการปรับปรุงโภชนาการ ลดอาหารแปรรูปและสารพิษ รวมถึงส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ

ข้อดีคือแนะนำให้กินอาหารสดแทนอาหารแช่แข็ง

ดร.เชอริล แอนเดอร์สัน สมาชิกคณะกรรมการสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน และศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก เปิดเผยว่า เธอรู้สึกโกรธมากตอนที่ได้อ่านแนวทางดังกล่าว เพราะมองว่ามันมากเกินที่ควรจะเป็น

ทั้งนี้ DGA จะได้รับการเผยแพร่ภายในหกเดือน หลังจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้รับรายงานจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านแนวทางโภชนาการ ซึ่งถ้ายึดตามกรอบเวลาดังกล่าว แนวทางเหล่านี้ควรจะถูกประกาศออกมาตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

แอนเดอร์สันระบุว่า เธอพอใจที่เห็นว่าเนื้อหาบางส่วนยังคงสอดคล้องกับรายงานของคณะกรรมการ DGA โดยเฉพาะการเน้นให้บริโภค “อาหารสด” ลดการบริโภคอาหารแปรรูป และลดปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่มในอาหาร

อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่า เริ่มรู้สึกกังวลเมื่อเห็นภาพกราฟิกพีระมิดอาหาร ซึ่งแสดงภาพชิ้นเนื้อและชีสในตำแหน่งที่สูงกว่า มีขนาดใหญ่กว่า และโดดเด่นกว่าภาพแหล่งโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วต่าง ๆ อย่างชัดเจน

แอนเดอร์สันชี้ว่า ภาพดังกล่าวขัดแย้งกับแนวทางที่เขียนไว้ในเอกสารเกี่ยวกับการจำกัดไขมันอิ่มตัว พร้อมระบุว่า เธอคิดว่าเป็นความท้าทายมากที่เราจะควบคุมการบริโภคไขมันอิ่มตัวให้อยู่ไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน ดังนั้นสำหรับเธอแล้ว ข้อความที่ส่งออกมาครั้งนี้เป็นข้อความที่จะทำให้ชาวอเมริกันสับสน

แนวทางสับสนเพราะพยายามเอาใจทุกฝ่าย

ด้านโคลอี เวเตอร์แมน ผู้จัดการโครงการอาวุโสของ Friends of the Earth ซึ่งทำงานด้านอาหารกลางวันโรงเรียน มองว่า แนวทางดังกล่าวมีความขัดแย้งกันเองและขาดความชัดเจน โดยเธอเชื่อว่า ความสับสนดังกล่าวเกิดจากความพยายามที่จะ “เอาใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย” ทั้งนักวิชาการด้านสาธารณสุข และขบวนการ MAHA Movement

วอเตอร์แมน ระบุว่า แนวทางดังกล่าวขาดความชัดเจน เนื่องจากมีความขัดแย้งกันระหว่างเนื้อหาที่เขียนไว้กับภาพประกอบ อีกทั้งยังต่างจากแนวทางในอดีตที่มีความยาวหลายร้อยหน้า ขณะที่แนวทางฉบับใหม่นี้มีเพียง 10 หน้าเท่านั้น จึงแทบไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะอธิบายให้ชัดเจนได้มากนัก

วอเตอร์แมน ยังเสริมว่า การส่งเสริมการบริโภคเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่บริโภคเนื้อสัตว์มากที่สุดในโลก ระดับการบริโภคเนื้อสัตว์เช่นนี้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อโลก เนื่องจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล

เธออธิบายว่า เมื่อผู้คนได้รับพลังงานจากผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ย่อมมาพร้อมกับการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกอาหารสัตว์ รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากตัวสัตว์เอง โดยเฉพาะเนื้อวัวและเนื้อแกะที่กระบวนการเลี้ยงก่อให้เกิดก๊าซมีเทนในระดับสูงมาก

วอเตอร์แมน ระบุเพิ่มเติมว่า ก๊าซมีเทนซึ่งเกิดจากมูล การเรอ และการผายลมของวัวและสัตว์อื่น ๆ มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่า

Theguardian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...