โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทางหลวง ดึง วสท.เช็คโครงสร้างเหล็กเครนถล่มพระราม 2 พบจุดสำคัญต้องแก้ด่วน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการจัดการพื้นที่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 สายบางขุนเทียน - เอกชัย - บ้านแพ้ว กรณีเหตุการณ์โครงสร้างเหล็กสำหรับติดตั้งสะพาน (Launching Gantry - LG) ทรุดตัวบนถนนพระราม 2 นั้น

ขณะนี้กรมทางหลวง (ทล.) ได้ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และบริษัทผู้รับจ้าง จัดตั้งทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจ เพื่อบริหารจัดการการรื้อย้ายโครงสร้างเหล็กและชิ้นส่วนต่างๆ โดยการปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนงานและมาตรฐานวิศวกรรมที่ผ่านการตรวจสอบร่วมกันจากทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด (20 มกราคม 2569) ทีมวิศวกรของกรมทางหลวง พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และผู้รับจ้าง ได้ระดมเครื่องจักรหนักเข้าดำเนินการยกและตัดแยกโครงเหล็กส่วนหลัก (Main Truss) ลงสู่พื้นดินได้สำเร็จครบถ้วนในทุกส่วนแล้ว ภายใต้การกำกับดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดของคณะทำงานร่วม

ทั้งนี้ได้แบ่งชุดปฏิบัติงานออกเป็น 2 ชุด เพื่อเร่งตัดย่อยชิ้นส่วนเหล็กด้านล่างให้มีขนาดเหมาะสมต่อการขนย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากตำรวจทางหลวงและหน่วยงานในพื้นที่ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้ทางอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยเหตุเกิดจาก มีประกายไฟจากงานตัดโครงเหล็กด้วยแก๊สใกล้บริเวณรถกระบะที่ติดอยู่ในซากมีแผ่นสะพานทับอยู่ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นรถห้องเย็นภายในมีวัสดุโฟมชนิดที่ลามไฟได้ง่าย

โดยทีมกู้ภัยที่ประจำหน้างานได้เร่งใช้ถังดังเพลิงจำนวน 4 ถังเข้าระงับเหตุเบื้องต้น ก่อนที่ทีมดับเพลิงจะเข้าระงับเหตุ และควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 11.30 น. โดยไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อป้องกันเหตุเกิดซ้ำ ได้มีการป้องกันโดยฉีดพรมน้ำโดยรอบจุดที่เสี่ยงเกิดประกายไฟระหว่างทำงานตัดย่อยโครงเหล็กในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้กรมทางหลวงและผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. ยังได้ร่วมกันตรวจประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณข้างเคียงที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางวิศวกรรม

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีจุดสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย คือ บริเวณส่วนของโครงสร้างทางยกระดับที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จำนวน 2 ช่วง และบริเวณส่วนของโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ที่ยังไม่บรรจบกัน

นายนายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า กรมทางหลวงจะเร่งจัดทำแผนและขั้นตอนการปฏิบัติงานโดยละเอียด เพื่อหารือและขอคำแนะนำทางวิศวกรรมจาก วสท. ให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้องและรัดกุม จนเป็นที่แน่ใจในมาตรฐานความปลอดภัยก่อนที่จะพิจารณา ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ขณะนี้คณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง อยู่ระหว่างการประเมินข้อสันนิษฐานเบื้องต้นทางวิศวกรรมที่เป็นสาเหตุของการร่วงหล่นของโครงเหล็ก LG และเร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูล เอกสาร รวมถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและสาเหตุของเหตุการณ์ต่อไป

ส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต กรมทางหลวงได้สรุปยอดเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น รวมทั้งสิ้น 1,705,000 บาทต่อราย โดยแบ่งเป็น เงินสงเคราะห์พระราชทาน (และรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์) จำนวน 20,000 บาท ค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท และค่าสินไหมทดแทน จำนวน 500,000 บาท ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. รถยนต์)เงินชดเชยเยียวยา จากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,150,000 บาท

ทั้งนี้ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือเยียวยาจากแหล่งอื่นๆ เช่น สิทธิประโยชน์กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ (กองทุนประกันสังคม) เงินช่วยเหลือตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (กระทรวงยุติธรรม) กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี) เป็นต้น โดยกรมทางหลวงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตจัดเตรียมและยื่นเอกสาร เพื่อใช้สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา จนกว่าจะได้รับเงินครบถ้วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...